ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

IPO Oura เขย่าตลาดแหวนอัจฉริยะ เกมใหม่ที่ Apple และ Samsung ต้องเล่น

IPO Oura เขย่าตลาดแหวนอัจฉริยะ เกมใหม่ที่ Apple และ Samsung ต้องเล่น
ความสนใจ|อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ

แหวนอัจฉริยะ Oura คืออะไร และทำไม IPO ถึงสำคัญ

แหวนอัจฉริยะ Oura คืออุปกรณ์สวมใส่รูปแบบแหวนที่เน้นติดตามสุขภาพและการนอนหลับตลอด 24 ชั่วโมง เก็บข้อมูลชีวภาพเช่นชีพจร การหายใจ อุณหภูมิ และคุณภาพการพักผ่อน เพื่อนำไปวิเคราะห์เป็นคะแนนและคำแนะนำเชิงลึก แหวนถูกออกแบบให้ใส่ได้แทบทั้งวันทั้งคืน ทำงานร่วมกับแอปบนสมาร์ตโฟน และใช้ข้อมูลระยะยาวในการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละคนอย่างเฉพาะตัว

สาระสำคัญของ IPO Oura ไม่ใช่แค่การเข้าตลาดทุน แต่คือการประกาศว่า ตลาดแหวนสุขภาพกำลังถูกยกระดับจากของเล่นสายฟิตเนสไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล บริษัทเผยว่าในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2569 สมาชิกสวม Oura Ring เฉลี่ยถึงวันละ 23 ชั่วโมง แปลว่าผู้ใช้ยอมให้แหวนเข้าใกล้ร่างกายมากกว่านาฬิกาเสียอีก มูลค่า IPO จึงสะท้อนความเชื่อของนักลงทุนว่าข้อมูลสุขภาพระยะยาวจะกลายเป็นสินทรัพย์หลัก ไม่ใช่ตัวแหวนโลหะบนปลายนิ้ว

ตามเอกสารเสนอขายหุ้น Oura มีรายได้ในช่วง 9 เดือนถึงมิถุนายน 2569 ที่ 1,210 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 74% จากปีก่อน และทำกำไรสุทธิได้ 60.8 ล้านดอลลาร์ จากเพียง 1.6 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากค่าสมาชิกโตถึง 121% ตัวเลขเหล่านี้คือประโยคที่ตลาดทุนกำลังจดจำว่า โมเดลสมาชิกบนข้อมูลสุขภาพสามารถทำเงินได้จริง ไม่ใช่แค่แนวคิดสวยหรูในสไลด์พรีเซนต์

IPO Oura เขย่าตลาดแหวนอัจฉริยะ เกมใหม่ที่ Apple และ Samsung ต้องเล่น

ปลาใหญ่ในบ่อเล็ก: จุดแข็งที่แท้จริงของ Oura ในตลาดแหวนสุขภาพ

ในตลาดแหวนอัจฉริยะ Oura คือปลาใหญ่ในบ่อเล็กอย่างแท้จริง บริษัทวิจัยรายหนึ่งประเมินว่า Oura จะครองส่วนแบ่งการจัดส่งแหวนอัจฉริยะทั่วโลกประมาณ 74% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ขณะที่ Ultrahuman และ Samsung ได้เพียงราว 9% และ RingConn ประมาณ 5% แหวนอัจฉริยะ Oura จึงไม่ได้เป็นแค่ผู้เล่นคนหนึ่ง แต่เป็นมาตรฐานไม่เป็นทางการของหมวดสินค้าใหม่นี้

แต่เมื่อมองภาพรวมอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมด เรื่องราวกลับต่างออกไป ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่ทั่วโลกในช่วง 12 เดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 อยู่ราว 212 ล้านชิ้น ขณะที่แหวน Oura ขายได้ 3.6 ล้านวง หรือประมาณ 2% เท่านั้น นั่นหมายความว่าศึกจริงของ Oura ไม่ใช่แค่กำจัดคู่แข่งในตลาดแหวนสุขภาพ แต่คือการแย่งเวลาและงบประมาณจากสมาร์ตวอทช์และสายรัดสุขภาพ

ความได้เปรียบของ Oura จึงไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์ เพราะคู่แข่งหลายแบรนด์สามารถติดตามข้อมูลพื้นฐานอย่างการนอน ชีพจร HRV อุณหภูมิ และกิจกรรมได้ใกล้เคียงกัน สิ่งที่ต่างคือขนาดฐานข้อมูลชีวภาพระยะยาวที่บริษัทสะสมเกือบ 42,000 ล้านชั่วโมง จากผู้ใช้ที่มีความหลากหลาย และนำไปป้อนให้ระบบ AI สามระดับ ตั้งแต่โมเดลพื้นฐานด้านสรีรวิทยา โมเดลเฉพาะด้าน ไปจนถึง Oura Advisor ที่แปลข้อมูลซับซ้อนให้เป็นภาษาคนธรรมดา ใครถือข้อมูลลึกและนานกว่า คนนั้นยึดผู้ใช้ได้เหนียวกว่า

IPO Oura เขย่าตลาดแหวนอัจฉริยะ เกมใหม่ที่ Apple และ Samsung ต้องเล่น

โมเดลสมาชิกรายเดือน: จากแหวนชิ้นเดียวสู่ธุรกิจรายได้ประจำ

หัวใจทางธุรกิจของ Oura ไม่ได้อยู่ที่การขายแหวนเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ที่การเปลี่ยนผู้ซื้อให้เป็นสมาชิกระยะยาว บริษัทคิดค่าสมาชิกประมาณเดือนละ 5.99 ดอลลาร์สำหรับการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและฟีเจอร์เต็มรูปแบบ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 Oura มีสมาชิกแบบจ่ายเงินประมาณ 5 ล้านราย เพิ่มจาก 2.5 ล้านรายในช่วงเดียวกันของปีก่อน และรักษาสมาชิกหลังครบ 12 เดือนได้ราว 85% นี่คือโมเดลที่ทำให้รายได้ประจำกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของบริษัท

ในตลาดแหวนอัจฉริยะปัจจุบันมีสามแนวทางหลักของโมเดลรายได้ แหวนอัจฉริยะ Oura เลือกคิดค่าสมาชิกรายเดือนเพิ่มเติมจากราคาฮาร์ดแวร์ Samsung Galaxy Ring และ Ultrahuman Ring Pro ให้ใช้ฟีเจอร์หลักได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิก ส่วน Whoop กลับขั้ว เลือกเก็บเฉพาะค่าสมาชิกและรวมฮาร์ดแวร์ไว้แล้ว ผลคือ Oura ต้องพิสูจน์ทุกเดือนว่าค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปแลกกับข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่ดีขึ้นจริง

สำคัญกว่านั้น ฝั่งผู้บริโภคกำลังถูกดึงเข้าสวนข้อมูลส่วนตัวที่ยิ่งอยู่นาน ยิ่งออกยาก เพราะระบบจะรู้สภาพร่างกายของเจ้าของแหวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนการเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ใหม่เท่ากับต้องทิ้งประวัติสุขภาพที่สะสมมาหลายปีไปเฉยๆ Oura ระบุชัดว่ารายได้จากค่าสมาชิกคิดเป็นราว 20% ของรายได้รวมและเป็นสายธุรกิจที่กำไรมากที่สุด จึงไม่น่าแปลกที่ผู้บริหารยืนยันจะเดินหน้าระบบสมาชิกต่อ เพื่อให้มีทุนลงทุนเพิ่มความแม่นยำและพัฒนาข้อมูลสุขภาพระยะยาว ซึ่งควรให้ประโยชน์กับผู้ใช้มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

เมื่อ Apple และ Samsung ลงสนาม: ศึกเกินกว่าสมาร์ตวอทช์

เมื่อปลาใหญ่ด้านสมาร์ตวอทช์อย่าง Apple และ Samsung เริ่มสนใจตลาดแหวนสุขภาพ สงครามก็ย้ายจากข้อมือมาที่นิ้วมือ คู่แข่งหลักของ Oura ตามเอกสารเสนอขายหุ้นคือยักษ์สมาร์ตวอทช์อย่าง Apple Google และ Samsung รวมถึงแบรนด์สายฟิตเนสอย่าง Garmin Coros Whoop และแอปสุขภาพที่พึ่งพาซอฟต์แวร์อย่างเดียว ในหมวดแหวนอัจฉริยะ คู่แข่งที่ถูกจับตามองคือ Samsung Galaxy Ring Ultrahuman RingConn และแบรนด์เล็กอื่นๆ

Galaxy Ring ของ Samsung คือคู่แข่งจากบริษัทใหญ่ที่ชัดเจนที่สุด เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2567 เชื่อมต่อกับ Samsung Health โดยไม่เก็บค่าสมาชิกรายเดือน แต่จำกัดการใช้งานเฉพาะกับโทรศัพท์ Android ขณะที่ Oura รองรับทั้ง iPhone และ Android แต่ต้องจ่ายค่าสมาชิกเพิ่ม กลยุทธ์ของ Samsung คือใช้ฮาร์ดแวร์เป็นประตูสู่ระบบนิเวศโทรศัพท์และนาฬิกา ส่วน Oura ต้องพึ่งรายได้สมาชิกที่คิดเป็นราว 20% ของรายได้รวมและมีกำไรมากที่สุด

แม้ Apple ยังไม่เปิดตัวแหวนของตัวเองอย่างเป็นทางการ เอกสารของ Oura ก็วาง Apple Watch ไว้ในฐานะทั้งคู่แข่งและผู้เล่นที่อาจเป็นคู่หูในอนาคต เพราะผู้ใช้จำนวนมากอาจเลือกใส่แหวนควบคู่กับนาฬิกา ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ตัวเลขจาก Oura ชี้ว่าราว 37% ของสมาชิกใหม่ใส่แหวนร่วมกับเครื่องประดับชิ้นอื่น และ 29% ใช้แหวนแทนเครื่องประดับเดิม บอกเราว่าอนาคตรายได้จากอุปกรณ์สวมใส่อาจไม่ได้แย่งกันแบบแพ้ชนะ แต่เป็นการซ้อนทับกันของหลายชิ้นบนร่างกายคนคนเดียว

ดราม่าสิทธิบัตรและอนาคตของตลาดแหวนสุขภาพ

เมื่อข้อมูลและระบบสมาชิกคือทรัพย์สินหลัก ศึกแหวนอัจฉริยะจึงไม่ได้จบแค่บนชั้นวางสินค้า แต่ลุกลามไปถึงศาลและหน่วยงานการค้าระหว่างประเทศ Oura ใช้สิทธิบัตรเป็นกำแพงสำคัญ หนึ่งในกรณีที่ดัง คือคำตัดสินของหน่วยงานหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่ทำให้ Ultrahuman ถูกห้ามนำเข้าและจำหน่ายหลังวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ก่อนที่ศุลกากรจะตัดสินในมีนาคม 2569 ว่า Ring Pro รุ่นออกแบบใหม่ไม่เข้าข่ายคำสั่งเดิม นี่คือสัญญาณเตือนว่าใครคิดจะเข้าตลาดนี้ต้องเตรียมงบกฎหมายไว้ด้วย

ด้าน Samsung กับ Oura เองก็เปิดศึกสิทธิบัตรแบบไปกลับ Samsung ยื่นฟ้อง Oura ล่วงหน้าในปี 2567 แต่ถูกศาลรัฐบาลกลางในแคลิฟอร์เนียยกฟ้องในมีนาคม 2568 จากนั้น Oura ฟ้องกลับที่ศาลเขตตะวันออกของรัฐเทกซัสในประเด็นสิทธิบัตร 8 ฉบับ และยื่นคำร้องต่อหน่วยงานด้านการค้ากล่าวหาสินค้าของ Samsung Reebok Zepp Health และ Nexxbase ภายหลัง Samsung ตอบโต้ด้วยการฟ้องในเทกซัสและยื่นคำร้องอีกครั้งเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 กล่าวหาว่าผลิตภัณฑ์ Oura บางรุ่นละเมิดสิทธิบัตร 4 ฉบับของตน

ในมุมผู้บริโภค ผลของศึกกฎหมายอาจหมายถึงตัวเลือกที่ลดลงหรือการเปิดตัวสินค้าล่าช้า ยิ่งเมื่อนับรวมจังหวะการออกผลิตภัณฑ์ที่คาดเดายาก เช่น Samsung ยังไม่เปิดตัว Galaxy Ring รุ่นที่สอง และไม่มีการพูดถึง Galaxy Ring 2 ในงานใหญ่ช่วงกรกฎาคม 2569 จึงยิ่งชัดว่าอนาคตของตลาดแหวนสุขภาพไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ผูกกับกลยุทธ์กฎหมายและการปกป้องข้อมูลอย่างแนบแน่น ผู้ใช้จึงควรมองหาแพลตฟอร์มที่มีเสถียรภาพในระยะยาว ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ล้ำในวันนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!