ยุคใหม่ของแบรนด์เครื่องสำอางไทย เริ่มต้นจากการกล้าปรับภาพลักษณ์
การปรับภาพลักษณ์และกลยุทธ์ของแบรนด์เครื่องสำอางไทยคือการรีเฟรชแบรนด์ ฉลองครบรอบแบรนด์ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เมคอัพใหม่และแอมบาสเดอร์เซเลบริตี้ เพื่อสื่อสารตัวตนให้ชัดขึ้น เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และยืนยันว่าตลาดความงามในประเทศมีความมั่นคงและศักยภาพเติบโตสูง การเดินเกมแบบนี้สะท้อนว่าแบรนด์ไม่ได้พอใจกับความสำเร็จเดิม แต่เลือกใช้หมุดหมายสิบปีเป็นจุดเริ่มบทใหม่ที่กล้ากว่าและมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น ภาพที่เห็นชัดที่สุดคือการฉลองครบรอบแบรนด์ของทั้ง NAREE และ RAD ที่ไม่ใช่แค่เปิดงานพรมแดง แต่เป็นการประกาศต่อผู้บริโภคว่า แบรนด์ไทยพร้อมยืนในฐานะผู้เล่นหลักของตลาด ไม่ใช่เพียงตัวเลือกทางรอง การยกระดับการสื่อสาร การดึงดาราเข้ามาเป็นแอมบาสเดอร์ และการลงทุนในผลิตภัณฑ์เมคอัพใหม่ กลายเป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคกำลังให้เครดิตและความไว้วางใจแบรนด์ไทยมากขึ้นจนแบรนด์กล้าขยับเกม
NAREE ใช้หมุดหมาย 10 ปีขยับตัวตนแบรนด์ให้ชัดและเด็กลง
NAREE แสดงภาพความเป็นแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่เติบโตเต็มวัยผ่านงาน “NAREE 10th ANNIVERSARY SHINE IN EVERY MOMENT” ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นทั้งงานเฉลิมฉลองและจุดตั้งต้นของยุทธศาสตร์ใหม่ แบรนด์ประกาศชัดว่าปีที่สิบคือจังหวะที่เหมาะในการทำให้ตัวตนของ NAREE ชัดขึ้น ทั้งภาพลักษณ์ การสื่อสาร และการเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ การดึงเจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทรขึ้นแท่น FACE OF NAREE คือการเลือกตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีความสดใส สนุก และมั่นใจในตัวเอง เพื่อถ่ายทอดแนวคิด “SHINE IN EVERY MOMENT” ให้คนรู้สึกว่าการแต่งหน้าด้วย NAREE คือการกล้าฉายแสงในทุกวัน ไม่ใช่แค่ในโอกาสสำคัญ เมื่อเจนเย่พูดว่าการได้เป็น FACE OF NAREE ในวาระสิบปีเป็นโมเมนต์ที่อยากเติบโตไปพร้อมแบรนด์และทุกคน นั่นคือคำประกาศจากฝั่งคนดังที่เสริมให้แบรนด์ดูจริงใจและตั้งใจจะอยู่กับผู้ใช้ระยะยาว ไม่ใช่เพียงแคมเปญชั่วคราว
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเผยโฉม Little NAREE ในฐานะมาสคอตและ Brand Character ใหม่ ที่ถูกสร้างให้มีเรื่องราวและหัวใจชัดเจน เช่น ปีกก้อนเมฆที่สื่อถึงการปกป้องอย่างอ่อนโยน และปอยผมรูปหัวใจที่สื่อถึงการคิดด้วยหัวใจ แนวคิดนี้ไม่ใช่แค่ความน่ารักทางดีไซน์ แต่เป็นการปักธงว่าแบรนด์จะใช้ตัวละครนี้เป็นเครื่องมือเล่าเรื่อง สร้างความผูกพัน และอยู่กับผู้บริโภคในหลากหลายโมเมนต์ จากปีที่สิบเป็นต้นไป ทุกคนจะได้เห็น Little NAREE เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในคอนเทนต์และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในมุมมองคนรักสวย นี่คือการสร้างเพื่อนร่วมทางใหม่ที่ช่วยให้แบรนด์ดูเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายขึ้น การวาง FACE OF NAREE คู่กับ Little NAREE ทำให้แบรนด์มีทั้งตัวแทนมนุษย์ที่จับต้องได้ และตัวละครที่ต่อยอดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ระลึก แคมเปญออนไลน์ หรือการสร้างคอมมิวนิตี้ การเคลื่อนตัวแบบนี้สะท้อนความเข้าใจในยุคที่ภาพจำของแบรนด์ไม่ได้อยู่แค่โลโก้ แต่ต้องมีตัวละครและคนจริงที่ผู้ใช้รู้สึกใกล้ชิด
RAD ใช้ลิปปากตื่นและ 4 สาวตัวแทนความแรดดี้เจาะกลุ่มเจนใหม่
ฝั่ง RAD แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เครื่องสำอางไทยไม่กลัวการเล่นใหญ่ในวาระฉลองครบรอบแบรนด์ แร้ดในฐานะแบรนด์เมคอัพสัญชาติไทยจัดงาน “RAD GLOW MART” ฉลองครบรอบ 10 ปี พร้อมรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหม่ และเปิดตัวลิปปากตื่นครั้งแรกในไทย การจับคู่รีแบรนด์กับผลิตภัณฑ์เมคอัพใหม่คือกลยุทธ์ที่ฉลาด เพราะทำให้ภาพลักษณ์ใหม่มาพร้อมประสบการณ์จริงที่ผู้ใช้สัมผัสได้ทันที ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้หรือแพ็กเกจจิ้ง ในงาน พิม พิมประภา CO CEO แห่ง RAD แท็กทีม 4 สาว เซย่า ทองเจือ มิย่า ทองเจือ จัสมิน มาริสา และ ณิก้า อาณิก้า มานั่งแท่น Friends of RAD ตัวแทนความแรดดี้ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันตั้งแต่สาวมั่น สาวซน ไปจนถึงดูโอ้เสียงทรงพลัง JMNK การเลือกคาแรกเตอร์หลากหลายแบบนี้คือคำตอบชัดว่าริมฝีปากสวยไม่จำเป็นต้องมีสูตรเดียว ทุกคนสามารถมีสไตล์ของตัวเองและใช้เมคอัพเป็นเครื่องมือขยายตัวตน ไม่ใช่กรอบจำกัดความงาม
จุดเด่นเชิงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ RAD น่าสนใจในสายตาผู้ใช้ทั่วไปคือการเปิดตัวลิปปากตื่นที่เคลมว่าฟื้นบำรุงริมฝีปากแบบเร่งด่วนภายใน 1 นาที ผสานนวัตกรรมเอกสิทธิ์เข้ากับความฉ่ำโกลว์แบบลิปออยล์ และคุณสมบัติลิปมาส์กไว้ในหนึ่งเดียว มีให้เลือกทั้งหมด 5 สูตรเพื่อแก้ปัญหาริมฝีปากที่แตกต่างกัน สำหรับคนที่เบื่อการทาลิปมันสั้นๆ แล้วต้องทาลิปสีทับ การรวมทุกสิ่งไว้ในขั้นตอนเดียวคือความสะดวกและตอบไลฟ์สไตล์ยุคที่คนอยากให้เมคอัพดูสวยและดูแลผิวไปพร้อมกัน เมื่อผสานผลิตภัณฑ์เมคอัพใหม่เข้ากับการสร้างคอมมิวนิตี้ผ่านเหล่าคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ และบิวตี้บล็อกเกอร์เกือบ 100 คนในงาน RAD จึงไม่ได้แค่ขายลิป แต่กำลังสร้างภาพว่าแบรนด์คือพื้นที่ของคนกล้าสนุกกับสีสันและความแรดดี้ของตัวเอง การฉลองครบรอบแบรนด์จึงกลายเป็นเครื่องมือยืนยันตำแหน่งในตลาดว่า RAD มีทั้งนวัตกรรมและเสียงสนับสนุนจากคนในวงการ
ดาราแอมบาสเดอร์ไม่ใช่แค่หน้าแบรนด์ แต่คือสะพานเชื่อมสู่คนรุ่นใหม่
ทั้ง NAREE และ RAD เลือกใช้แอมบาสเดอร์เซเลบริตี้เป็นหัวใจของการรีแบรนด์ เพราะเข้าใจว่ากลุ่มผู้ใช้หลักกำลังขยับไปสู่คนรุ่นใหม่และเจเนอเรชันที่เติบโตมากับโซเชียลมีเดีย การมี FACE OF NAREE อย่างเจนเย่ และ Friends of RAD อย่างเซย่า มิย่า จัสมิน และณิก้า ทำให้แบรนด์มีใบหน้าและน้ำเสียงที่คนรู้จัก เชื่อมต่อได้ และพร้อมแชร์ต่อในโลกออนไลน์ สิ่งที่สำคัญกว่าความดังของคนคือการเลือกบุคลิกที่สะท้อนตัวตนแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ NAREE ต้องการเป็นแบรนด์ที่สนุกกับสีสัน เปิดกว้างกับความหลากหลาย และสนับสนุนให้ทุกคนมั่นใจในการแสดงออกถึงตัวเอง เจนเย่ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออกจึงตอบโจทย์ ส่วน RAD ใช้สไตล์และพลังของ 4 สาวที่แตกต่างกันสื่อว่าความแรดดี้มีหลายหน้า ไม่ถูกจำกัดด้วยมาตรฐานเดียว ในมุมผู้ใช้ แอมบาสเดอร์เหล่านี้ทำให้การแต่งหน้าไม่ดูห่างไกลหรืออยู่แค่บนรันเวย์ แต่ลงมาอยู่ในคอนเทนต์ เพลง คลิป และชีวิตประจำวันของคนธรรมดา เมื่อคนเห็นคนดังที่ชอบใช้ลิปหรือพาเลตต์ในโมเมนต์หลากหลาย เขาจะเริ่มเชื่อว่าตัวเองก็มีสิทธิ์สนุกกับเมคอัพในแบบของตัวเอง ไม่ต้องกลัวผิดกาลเทศะ หรือแต่งหน้าตามสูตรเดียวของแบรนด์ต่อไป
ฉลองครบรอบไม่ใช่เส้นชัย แต่คือสตาร์ทไลน์ของทศวรรษต่อไป
เมื่อมองภาพรวม การฉลองครบรอบสิบปีของแบรนด์เครื่องสำอางไทยไม่ได้เป็นเพียงงานระลึกอดีต แต่คือการประกาศความมั่นใจในศักยภาพตลาดและความพร้อมจะเติบโตต่อไป NAREE ย้ำชัดว่าการเฉลิมฉลองครั้งนี้คือการประกาศถึงก้าวต่อไป ที่พร้อมพัฒนาแบรนด์ในมิติใหม่ โดยมี FACE OF NAREE และ Little NAREE เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเดินเข้าสู่ทศวรรษใหม่ร่วมกับผู้บริโภค ฝั่ง RAD ใช้โอกาสเดียวกันเปิดตัวผลิตภัณฑ์เมคอัพใหม่อย่างลิปปากตื่นและรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ เพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้หยุดอยู่กับสูตรเดิม แต่พร้อมออกนวัตกรรมและสร้างคอมมิวนิตี้ที่แข็งแรงมากขึ้น ในมุมของคนรักสวย สิ่งเหล่านี้คือข่าวดี เพราะหมายความว่าทางเลือกในตลาดจะหลากหลายและตอบความต้องการมากขึ้น ทั้งในเชิงสีสัน คุณสมบัติการบำรุง และที่สำคัญคือบทสนทนาเรื่องความมั่นใจและการเป็นตัวเองที่แบรนด์ไทยเริ่มกล้าพูดอย่างจริงจัง สรุปแล้ว หมุดหมายสิบปีของแบรนด์ไม่ใช่จุดจบของการเดินทาง แต่คือสัญญาณว่าตลาดความงามในประเทศเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ผู้เล่นท้องถิ่นมั่นใจพอจะตั้งกติกาเอง กล้าสร้างไอคอนของตัวเอง และกล้าบอกผู้ใช้ว่า ความงามไม่ได้มีคำตอบเดียว แบรนด์ไทยพร้อมเติบโตเคียงข้างคนแต่งหน้าในทุกโมเมนต์ และใครที่มองข้ามแบรนด์ท้องถิ่นอาจถึงเวลาต้องหันกลับมามองใหม่



