ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เบื้องลึก EVGA ถอนตัวจากตลาดการ์ดจอ เมื่อคู่ค้าใหญ่กลายเป็นคู่แข่ง

เบื้องลึก EVGA ถอนตัวจากตลาดการ์ดจอ เมื่อคู่ค้าใหญ่กลายเป็นคู่แข่ง
ความสนใจ|ผู้ชื่นชอบคอมพิวเตอร์

EVGA ถอนตัวไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่คือผลลัพธ์ของแรงกดดันยืดเยื้อ

การถอนตัวของ EVGA จากการเป็นผู้ผลิตการ์ดจอให้ Nvidia คือกรณีศึกษาของ EVGA GPU partnership ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตการ์ดจอรายย่อยไม่สามารถอยู่รอดได้ เมื่อผู้จัดหาชิปหลักเข้ามาแข่งขันทางราคาและผลิตภัณฑ์กับคู่ค้าของตนเองในระยะยาว จนทำให้โมเดลธุรกิจขาดความยั่งยืน

หัวใจของเรื่องนี้คือคำให้การของ Brendon Ray Hedrick อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ EVGA ที่อธิบายว่า EVGA ต้องขายการ์ดจอ GeForce RTX รุ่นยอดนิยมของตนเป็นสินค้าแบบขาดทุนเพื่อดึงลูกค้าตลอดเวลา เขาเล่าว่าบริษัทถูกบังคับให้ต้องมีรุ่นที่จำหน่ายในราคาตามที่ Nvidia โฆษณา หากไม่ทำ Nvidia สามารถลดโควตาชิปที่จัดสรรให้ได้ ซึ่งสำหรับบริษัทที่พึ่งพารายได้จากการ์ดจอเกือบทั้งหมด นั่นเท่ากับไม่มีทางเลือกอื่นเลย

จุดยืนของบทความนี้ชัดเจน การล่มสลายของธุรกิจการ์ดจอ EVGA ไม่ได้เกิดจากการบริหารผิดพลาดเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลสะสมจากโครงสร้างความสัมพันธ์ที่เอียงเข้าหาผู้ถือเทคโนโลยีหลัก จนคู่ค้าถูกบีบให้รับความเสี่ยงเกือบทั้งหมด ขณะที่อำนาจกำหนดราคาและทิศทางตลาดกลับอยู่ในมือของอีกฝ่าย

เบื้องลึก EVGA ถอนตัวจากตลาดการ์ดจอ เมื่อคู่ค้าใหญ่กลายเป็นคู่แข่ง

จุดแตกหักที่ซ่อนอยู่ในรุ่น RTX 20 เมื่อราคาตั้งกลายเป็นกับดัก

ปัญหาที่ทำให้ EVGA GPU partnership เริ่มสั่นคลอนไม่ได้เริ่มในวันที่ประกาศถอนตัว แต่เป็นช่วงที่ Nvidia เริ่มบังคับให้พาร์ตเนอร์ต้องมีรุ่นที่ขายในราคาตั้งต้นที่ประกาศ แม้จะขาดทุนก็ตาม นั่นหมายความว่า การ์ดรุ่นที่ราคาตรงกับที่ผู้บริโภคเห็นในงานเปิดตัว กลายเป็นสินค้าขาดทุนโดยตั้งใจ ซึ่งต่างจากแนวคิดสินค้าเรียกลูกค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะเมื่อลูกค้าซื้อการ์ดจอแล้ว เขาไม่ได้กลับมาซื้ออย่างอื่นเพิ่มในทันที

Hedrick เล่าว่า การ์ดระดับราคาตั้งต้นเหล่านี้มักขายหมดตลอดเวลา ทำให้รุ่นที่ลูกค้ารอหาเป็นรุ่นที่ EVGA ขาดทุนมากที่สุด ขณะที่รุ่นที่มีกำไรต้องใช้บอร์ดวงจรและชุดระบายความร้อนที่ดีกว่า จึงมีราคาสูงกว่ามาก ผลลัพธ์คือ ภาพลักษณ์ที่ดูเหมือน EVGA โก่งราคาสำหรับรุ่นแต่ง ทั้งที่ส่วนเกินนั้นคือการชดเชยขาดทุนจากรุ่นตั้งต้น

ช่วง RTX 20 สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้น เพราะ EVGA บางครั้งต้องขายรุ่นล่างในสภาพแทบไม่เหลือกำไร หรือไม่มีกำไรเลย แล้วไปหวังพึ่งรุ่นสูงเพื่อดึงมาร์จิ้นกลับมา เมื่อรวมกับต้นทุนเทคโนโลยีใหม่อย่าง ray tracing ที่ยังมีเกมรองรับน้อย Hedrick ตั้งคำถามว่า บริษัทขนาดเล็กอย่าง EVGA จะรับภาระช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีนี้ได้นานแค่ไหน

เมื่อ Nvidia Founders Edition กลายเป็นคู่แข่งตรงของพาร์ตเนอร์

รอยร้าวที่ลึกที่สุดในความสัมพันธ์นี้คือการมาของ Nvidia Founders Edition ซึ่งเปลี่ยนจากการขายบอร์ดอ้างอิงให้แบรนด์ต่างๆ ไปเป็นการขายการ์ดจอให้ผู้ใช้ปลายทางโดยตรง แทบจะข้ามหัวผู้ผลิตการ์ดจอรายอื่น Hedrick ยอมรับว่าตอน Nvidia เปิดตัว Founders Edition ครั้งแรกในยุค Pascal เขาเห็นชัดเจนว่าบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์ชิป กำลังยื่นข้อเสนอแข่งขันกับพาร์ตเนอร์ของตัวเอง

ในมุมของ EVGA นี่คือเกมสองหน้า ฝั่งหนึ่งต้องใช้ GPU ของ Nvidia เพื่อทำผลิตภัณฑ์ อีกฝั่งต้องชนกับการ์ด Founders Edition ที่ดีขึ้นทุกเจนเนอเรชัน เมื่อการ์ดของ Nvidia เองมีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ การจะอธิบายให้ลูกค้ายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อรุ่นแต่งของ EVGA จึงยากขึ้นมาก ประโยคที่อธิบายปัญหานี้ได้ชัดคือ Hedrick เขียนว่า ผู้จัดหาชิปเพียงรายเดียวของเรากำลังแข่งขันโดยตรงกับเราเอง

กลยุทธ์ Founders Edition ทำให้ดุลอำนาจในตลาดบิดเบี้ยว Nvidia ได้ทั้งขายชิปให้พาร์ตเนอร์และขายการ์ดยี่ห้อของตัวเอง ขณะที่พาร์ตเนอร์ต้องลงทุนเพิ่มในงานออกแบบ บอร์ด และระบบระบายความร้อน แต่กลับถูกวางให้ดูแพงเกินควรเทียบกับราคาตั้งต้นในงานเปิดตัว ผลลัพธ์สุดท้ายคือความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตการ์ดจอรายรองถูกกัดเซาะทีละน้อย

สัญญาณเตือนจากคนใน ก่อน GPU business collapse ปะทุสู่สาธารณะ

เรื่องเล่าของ Hedrick สำคัญเพราะชี้ให้เห็นว่า GPU business collapse ของ EVGA ไม่ใช่เรื่องชั่วข้ามคืน เขาเล่าประสบการณ์ช่วงปีที่ทำงานในบริษัทว่า ก่อนการประกาศถอนตัวหลายปี ฝ่ายในเริ่มรู้สึกว่าธุรกิจการ์ดจอทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากแรงกดดันราคาและการที่ Founders Edition แข่งขันโดยตรง

เมื่อเขาลาออก เขาเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทจะระเบิดในอีกประมาณสี่ถึงห้าปีข้างหน้า และข้อคาดการณ์นั้นก็ใกล้เคียงกับความจริงเมื่อ EVGA เลือกออกจากตลาด GPU ในเวลาต่อมา รายงานภายหลังระบุว่า ชิปการ์ดจอ Nvidia คิดเป็นราว 78 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ EVGA แต่กลับคิดเป็นสัดส่วนกำไรเพียงเล็กน้อยมากของทั้งบริษัท ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่น เช่น เพาเวอร์ซัพพลาย ให้มาร์จิ้นที่ดีกว่ามาก

นี่คือโครงสร้างธุรกิจที่ผิดสมดุลอย่างชัดเจน แบรนด์ถูกนิยามโดยการ์ดจอ รายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากการ์ดจอ แต่กำไรกลับต้องพึ่งสินค้าอื่น Hedrick มองย้อนกลับไปว่า ปัญหาไม่ใช่การ์ด GeForce รุ่นใดรุ่นหนึ่งผิดพลาดหนัก แต่เป็นการที่ส่วนแบ่งกำไรและอิสระของแบรนด์ในระบบนิเวศของ Nvidia ถูกบีบลงทุกปี

เบื้องลึก EVGA ถอนตัวจากตลาดการ์ดจอ เมื่อคู่ค้าใหญ่กลายเป็นคู่แข่ง

สิ่งที่ผู้ใช้ขาดหาย เมื่อ EVGA หายไปจากตลาดการ์ดจอ

สำหรับคนเล่นพีซีจำนวนมาก การหายไปของ EVGA ไม่ใช่แค่การหายไปของโลโก้หนึ่งบนกล่องการ์ดจอ แต่คือการสูญเสียผู้เล่นสำคัญในตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องชุดระบายความร้อนแบบปรับแต่ง การออกแบบที่เป็นมิตรกับสายโอเวอร์คล็อก และการรับประกันที่เอียงเข้าข้างลูกค้า EVGA เคยถูกมองว่าแทบจะเป็นชื่อที่คู่กับการ์ดจอ Nvidia ในสายตาผู้ใช้จำนวนมาก

เมื่อการ์ดระดับราคาตั้งต้นถูกใช้เป็นสินค้าขาดทุนแล้วขายหมดอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับความจริงว่า รุ่นที่หาได้คือรุ่นแพงที่ถูกมองว่าโก่งราคา ทั้งที่ในความเป็นจริง ส่วนต่างนั้นถูกใช้เยียวยาระบบธุรกิจที่บิดเบี้ยวจากแรงกดดันราคาแบบบนลงล่าง ในมุมมองของ Hedrick เมื่อ Founders Edition ดีขึ้นทุกเจน การ์ดแต่งที่แพงกว่าสูญเสียเหตุผลการมีอยู่สำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่

บทสรุปคือ ตลาดเสียแบรนด์ที่ใส่ใจลูกค้าไปหนึ่งราย ขณะที่อำนาจกลับยิ่งกระจุกอยู่กับเจ้าของสถาปัตยกรรม GPU รายใหญ่ สำหรับผู้ใช้ นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าความหลากหลายของผู้ผลิตการ์ดจอไม่ใช่ของการันตีตลอดไป หากโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือเทคโนโลยีกับผู้ผลิตปลายน้ำยังคงไม่เป็นธรรม การจากไปของ EVGA อาจไม่ใช่กรณีสุดท้าย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!