นิยามคลื่นลูกใหม่ของแฟชั่นเวียดนามในฉากเอเชีย
แฟชั่นเวียดนามคือการออกแบบเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนร่วมสมัยของผู้คนในเวียดนาม ผสมกลิ่นอายเมืองใหญ่อย่างโฮจิมินห์กับความละเมียดละไมด้านดีไซน์ ผ่านทั้งสตรีทแวร์และแฟชั่นผู้หญิงที่เน้นรายละเอียด งานตัดเย็บ และสีสันอย่างมีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างตัวเลือกใหม่ในตลาดแฟชั่นเทรนด์เอเชียที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่าสนใจคือ แฟชั่นเวียดนามไม่ได้เดินเข้ามาเงียบๆ แต่เลือกใช้เวทีรีเทลระดับภูมิภาคผลักดันแบรนด์เอเชียยุคใหม่ให้เข้าใกล้ผู้บริโภค เช่น กิจกรรม New Wave of Vietnamese Fashion ที่นำแบรนด์ชื่อดังจากเวียดนามมาจัดแสดงและจำหน่ายในกรุงเทพฯ โดยมี Mollynista และ COCOSIN เปิดตัวแบบออฟไลน์ครั้งแรกในไทยที่บริเวณชั้น G พร้อมอีก 5 แบรนด์สตรีทและเอเวอรี่เดย์แฟชั่นที่ชั้น 1 การรวมตัวเช่นนี้คือสัญญาณชัดว่าดีไซเนอร์เวียดนามกำลังถูกผลักขึ้นมาเป็นตัวละครหลักในเวทีแฟชั่นเอเชีย

รีเทลคิวเรทอย่างมีมุมมอง จุดเร่งแฟชั่นเวียดนามให้เป็นที่รู้จัก
คลื่นใหม่ของแฟชั่นเวียดนามจะไม่แรงได้ขนาดนี้ หากไม่มีรีเทลที่กล้าเปิดพื้นที่ให้แบรนด์เอเชียหน้าใหม่เข้าไปอยู่เคียงข้างแบรนด์ระดับสากล พื้นที่ที่นิยามตัวเองว่าเป็นดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยมเลือกจัดกิจกรรม New Wave of Vietnamese Fashion และดึงแบรนด์จากโฮจิมินห์ซิตี้ขึ้นมาอยู่บนฟลอร์หลักให้คนเดินช้อปได้สัมผัสใกล้ชิด ความสำคัญอยู่ที่การคิวเรท ไม่ใช่แค่นำสินค้าเข้ามาวาง แต่สร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้ “ค้นพบ” แฟชั่นเวียดนามผ่านดีไซน์ คาแรกเตอร์ และตัวตนของแต่ละแบรนด์ ตั้งแต่ Mollynista และ COCOSIN ที่เน้นคอลเลกชันเรียบหรูร่วมสมัย ไปจนถึง Stress Mama, Dirty Coin, OWST, Hades และ Routine ที่ยกโลกสตรีทและเอเวอรี่เดย์แฟชั่นขึ้นมาอยู่ในบริบทเดียวกัน การจัดเรียงเช่นนี้ทำให้คนเห็นความหลากหลายของแฟชั่นเวียดนามในภาพเดียว ซึ่งทรงพลังมากกว่าการเปิดร้านเดี่ยวๆ

จากเฟมินีนจนถึงสตรีท แบรนด์เวียดนามอ่านเกมผู้บริโภคเอเชียขาด
เมื่อมองลึกไปในตัวแบรนด์ จะเห็นว่าแฟชั่นเวียดนามไม่ได้พึ่งความใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ใช้การอ่านเกมผู้บริโภคเอเชียอย่างเฉียบคม Mollynista วางตัวเป็นแฟชั่นเฮาส์ที่ถ่ายทอดความเฟมินีนผ่านซิลูเอตต์เรียบหรูและดีไซน์โมเดิร์น พร้อม 6 คอลเลกชั่นที่ออกแบบมาให้หญิงสาวยุคใหม่สร้าง outfit moment ของตัวเอง ตั้งแต่ Afterglow ที่เดรปพลิ้ว Ascend ที่เน้นโครงสร้างจีบละเอียด ไปจนถึง Golden Haze ที่นิยามชุดลำลองใหม่ให้ทั้งเบาและหรูอย่างไม่เกรงใจ ขณะเดียวกัน COCOSIN เลือกทางของแฟชั่นที่เสริมพลังความมั่นใจในทุกวัน ด้วยดีไซน์ร่วมสมัย งานตัดเย็บประณีต และโทนสีพาสเทลกับเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นผิวที่สอง ส่วนอีก 5 แบรนด์จากโฮจิมินห์ซิตี้เติมด้านสตรีทและเอเวอรี่เดย์แฟชั่นที่มี attitude ชัดเจน ผสานกลิ่นอายสตรีท ความเท่ และมุมมองใหม่ของแฟชั่นเอเชียในทุกดีไซน์ ภาพรวมทั้งหมดจึงตอบสนองทั้งสายแฟสายทำงานและสายสตรีทในภูมิภาคเดียวกัน

แฟชั่นเวียดนามกับการผลักดันความหลากหลายของดีไซน์เอเชีย
สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์ แต่คือทิศทางที่คลื่นนี้กำลังส่งผลต่อแฟชั่นเทรนด์เอเชีย แบรนด์จากโฮจิมินห์ซิตี้ที่ถูกนำขึ้นฟลอร์เดียวกัน แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคนี้พร้อมยอมรับความหลากหลาย ตั้งแต่สตรีทแวร์ที่มี attitude ชัด ไปจนถึง everyday fashion ที่คนสามารถนำไปปรับใช้กับสไตล์ชีวิตประจำวันได้จริง ผสานกลิ่นอายเมือง ความเท่ และมุมมองใหม่ของแฟชั่นเอเชียในทุกดีไซน์ ตามคำบรรยายของงาน กิจกรรมนี้ “ไม่ได้เป็นเพียงการนำแฟชั่นจากเวียดนามมาให้ช้อปในกรุงเทพฯ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้คนไทยได้ Discover the New Wave of Vietnamese Fashion ผ่านมุมมองที่หลากหลาย ทั้งดีไซน์ วัฒนธรรม และตัวตนของแบรนด์” นี่คือคำประกาศชัดว่าการนำเข้าคอลเลกชั่นไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่เป็นการผลักดันวัฒนธรรมและดีไซเนอร์เวียดนามให้มีพื้นที่ยืนในวงการแฟชั่นระดับภูมิภาค
บทสรุปคลื่นเวียดนาม เมื่อรีเทลเลือกขยายเลนส์ไปยังแบรนด์เพื่อนบ้าน
เมื่อมองภาพรวม คลื่นใหม่ของแฟชั่นเวียดนามที่ถูกผลักเข้ามาอยู่ในรีเทลหัวเมืองใหญ่ตลอดช่วงวันที่ 1-30 กันยายน 2569 แสดงให้เห็นสองเรื่องสำคัญ หนึ่ง รีเทลกำลังขยายเลนส์จากแบรนด์สากลไปสู่แบรนด์เอเชียที่มีดีไซน์ชัดเจนและเล่าเรื่องวัฒนธรรมได้ สอง ดีไซเนอร์เวียดนามกำลังเรียนรู้การใช้พื้นที่เหล่านี้สร้างตัวตนและฐานแฟนในตลาดภูมิภาค สำหรับผู้บริโภค คลื่นนี้คือโอกาสดีที่จะออกจากกรอบแบรนด์เดิมๆ และทดลองแฟชั่นเวียดนามที่มีทั้งมิติเฟมินีนร่วมสมัยและสตรีทแวร์ที่พูดภาษาเมืองเดียวกับเรา ในระยะยาว หากรีเทลยังกล้าเปิดพื้นที่ให้คลื่นแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นแพลตฟอร์มแฟชั่นเอเชียที่สมดุลกว่า ไม่ผูกขาดด้วยไม่กี่เมืองและไม่กี่ชื่ออีกต่อไป และดีไซเนอร์เวียดนามจะกลายเป็นหนึ่งในตัวหลักที่ช่วยนิยามความหมายใหม่ของคำว่าแฟชั่นเอเชียร่วมสมัย






