ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

อาลัยศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้เขียนภาพให้ศิลปะภาพยนตร์ไทย

อาลัยศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้เขียนภาพให้ศิลปะภาพยนตร์ไทย
ความสนใจ|รวมภาพถ่าย

การจากไปของศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก กับบทสรุปชีวิตที่วาดด้วยสีโปสเตอร์

ศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก โปสเตอร์ หรือ สมบูรณ์สุข นิยมศิริ คือผู้สร้างสรรค์ใบปิดภาพยนตร์และภาพยนตร์ที่ผสานงานเชิงพาณิชย์กับศิลปะชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านภาพวาดมือและการกำกับที่เน้นมิติทางอารมณ์ เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะภาพยนตร์ไทยยุคฟิล์ม ที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสเรื่องราวได้ตั้งแต่หน้าร้านขายตั๋วจนถึงภาพสุดท้ายบนจอ เป็นตัวอย่างของศิลปินที่พิสูจน์ว่าศิลปะสัมผัสได้ผ่านแผ่นกระดาษ ผืนฟิล์ม และความทรงจำร่วมของสังคม

วันที่ 24 กันยายน 2569 วงการบันเทิงสูญเสียเสาหลัก เมื่อศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก โปสเตอร์ ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชรา เวลา 13.15 น. สิริอายุ 93 ปี เขาเกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2475 ที่เชียงใหม่ และจากไปก่อนวันเกิดครบ 94 ปีเพียง 24 วัน การจากไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียผู้กำกับอาวุโส แต่คือการปิดฉากยุคที่ใบปิดวาดมือเป็นประตูสำคัญสู่โลกภาพยนตร์ เสียงอาลัยจากคนบันเทิงสะท้อนชัดว่านี่คือการลาจากของรากฐานทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงบุคคลหนึ่งในวิชาชีพ

อาลัยศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้เขียนภาพให้ศิลปะภาพยนตร์ไทย

ใบปิดกว่าพันเรื่องที่นิยามหน้าตาศิลปะภาพยนตร์ไทย

หากไม่มีใบปิดของศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก เราอาจไม่มีภาพจำร่วมของยุคทองศิลปะภาพยนตร์ไทย ใบปิดไม่ได้เป็นแค่โปสเตอร์โฆษณา แต่คือพื้นที่ที่เขาใช้ตีความเนื้อเรื่อง ตัวละคร และอารมณ์ของหนังให้กลายเป็นภาพนิ่งที่ดึงดูดสายตาและจินตนาการ เขาทำให้ผู้สร้างหนังเห็นคุณค่าของงานออกแบบใบปิดในฐานะศิลปะ ไม่ใช่เพียงงานประกอบการตลาด และทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าตั๋วหนึ่งใบคือการก้าวเข้าสู่นิทรรศการศิลปะกลางโรงหนัง

ตลอดเส้นทางการทำงานด้านศิลปะ เขาสร้างสรรค์ใบปิดภาพยนตร์มากกว่า 1,000 เรื่อง จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศิลปินใบปิดภาพยนตร์คนสำคัญของประเทศ จากจุดเริ่มต้นที่โรงเรียนเพาะช่าง เขาผ่านงานเขียนป้ายโฆษณา วาดปกนิตยสาร ก่อนมาจับงานใบปิดเต็มตัว เรื่อง พี่ชาย คือหนึ่งในผลงานแรกที่วาดภาพดาราลงบนใบปิด ลายเซ็นคำว่า เปี๊ยก และเทคนิคสีโปสเตอร์กลายเป็นเอกลักษณ์จนทั้งวงการเรียกเขาว่า เปี๊ยก โปสเตอร์ ใบปิดเหล่านี้ไม่เพียงขายหนัง แต่บันทึกแฟชั่น สีสัน และอารมณ์ของสังคมในแต่ละยุคสมัยไว้ด้วย

อาลัยศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้เขียนภาพให้ศิลปะภาพยนตร์ไทย

จากกระดาษสู่ฟิล์ม เปี๊ยก โปสเตอร์ในฐานะผู้กำกับและผู้บุกเบิกภาพเล่าเรื่อง

สิ่งที่ทำให้ศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก ต่างจากศิลปินใบปิดทั่วไป คือเขาไม่ได้พอใจกับการเล่าเรื่องบนกระดาษ เขาเดินเข้าไปกลางกองถ่ายเพื่อควบคุมภาพเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง เส้นทางจากดินสอสเก็ตช์สู่กล้องถ่ายทำทำให้เขาเข้าใจทั้งภาษาโฆษณาและภาษาหนัง เมื่อผู้กำกับมองหนังเหมือนผืนผ้าใบทุกช็อตจึงถูกคิดล่วงหน้า ไม่ใช่แค่ให้สวย แต่ต้องสื่อสารอารมณ์ที่ผู้ชมรู้สึกได้ตั้งแต่คำโปรยบนใบปิดจนถึงฉากสุดท้ายบนจอ

ในปี 2513 เขาก้าวสู่การเป็นผู้กำกับเต็มตัวด้วยภาพยนตร์เรื่อง โทน ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ตามมาด้วยผลงานอย่าง ดวง ชู้ วัยอลวน วัยระเริง ข้างหลังภาพ บินแหลก และ สะพานรักสารสิน ซึ่งเรื่องหลังได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ วัยอลวน กลายเป็นหนังที่ถูกจดจำข้ามรุ่น จุดแข็งสำคัญคือการใช้สตอรีบอร์ดอย่างเป็นระบบในการวางแผนภาพถ่ายทำ ถือเป็นการบุกเบิกการใช้เครื่องมือนี้ในกระบวนการสร้างภาพยนตร์ไทยอย่างจริงจัง เขาแสดงให้เห็นว่า ภาพสเก็ตช์ก่อนถ่ายทำคือภาษากลางที่เชื่อมทีมงานทุกฝ่ายเข้าหากัน

ผู้อนุรักษ์ความทรงจำและสะพานเชื่อมศิลปินรุ่นใหม่

ความยิ่งใหญ่ของศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก ไม่ได้หยุดอยู่ที่ผลงานของตัวเอง แต่ยังอยู่ที่การหวงแหนมรดกศิลปะภาพยนตร์ไทยในภาพรวม เขาเข้าใจก่อนใครว่าฟิล์มหนัง เอกสาร และอุปกรณ์ในกองถ่าย ล้วนเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่หากปล่อยให้สูญหาย เราจะไม่มีวันย้อนกลับไปเห็นตัวเองในอดีตได้ครบถ้วน ท่าทีของเขาส่งสารชัดว่า ศิลปะสัมผัสได้ไม่ใช่แค่ในปัจจุบัน แต่รวมถึงความสามารถในการสัมผัสอดีตผ่านหลักฐานที่เก็บรักษาไว้อย่างตั้งใจ

เขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการโครงการจัดตั้งหอภาพยนตร์แห่งชาติเมื่อปี 2527 และเป็นผู้บริจาคฟิล์มให้หอภาพยนตร์เป็นรายแรก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2527 จากนั้นยังมอบฟิล์ม เอกสาร อุปกรณ์ และสิ่งของเกี่ยวกับการทำงานภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความทรงจำของวงการหนังส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง ผู้ชมรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งรู้จักใบหน้าเขาจากบทบาทสมทบใน Top Secret วัยรุ่นพันล้าน ที่ทำให้ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม การยืนอยู่ทั้งหน้าฉาก หลังฉาก และในหอเก็บฟิล์ม ทำให้ชื่อเปี๊ยก โปสเตอร์ เป็นสะพานเชื่อมศิลปินหลายยุคเข้าไว้ด้วยกัน

มรดกที่ยังมีชีวิต และโจทย์ใหม่ของคนทำงานภาพและศิลปะวันนี้

การจากไปของศิลปินแห่งชาติเปี๊ยก คือสัญญาณเตือนคนทำงานสร้างสรรค์ยุคดิจิทัลว่า เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนรูปแบบ แต่แก่นของการเล่าเรื่องด้วยภาพไม่เคยเปลี่ยน ใบปิดวาดมือของเขาสอนว่า งานออกแบบที่ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวละครและผู้ชม ไม่ใช่แค่โปรแกรมหรือเทคนิคใหม่ เมื่อเรามองย้อนกลับไป ภาพวาดของเขาดูคล้ายโปสเตอร์นิทรรศการศิลปะที่จัดขึ้นหน้าทุกโรงหนัง ทำให้คนดูรู้สึกว่าหนังแต่ละเรื่องมีตัวตน ไม่ใช่สินค้าไร้หน้าในสายพานคอนเทนต์

คนบันเทิงต่างร่วมอาลัยต่อการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญของวงการภาพยนตร์ แต่คำอาลัยจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเราต่อยอดมรดกที่เขาทิ้งไว้ให้เป็นการลงมือทำ สำหรับคนทำหนัง นั่นอาจหมายถึงการให้เวลาออกแบบภาพและสตอรีบอร์ดให้มากขึ้น สำหรับนักออกแบบ นั่นคือการศึกษาภาษาใบปิดเก่าเพื่อสร้างงานใหม่ที่มีราก สำหรับผู้ชม นั่นคือการเห็นคุณค่าของงานศิลป์รอบตัว ทั้งบนจอ ในโปสเตอร์ และในหอเก็บฟิล์ม ความทรงจำเกี่ยวกับเปี๊ยก โปสเตอร์ จะมีชีวิตต่อเมื่อเรายอมรับว่าศิลปะภาพยนตร์ไทยคือเรื่องของเราทุกคน ไม่ใช่ของศิลปินคนใดคนหนึ่ง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!