ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ส่วนขยายปลอม Firefox และช่องโหว่ Ledger ภัยเงียบต่อกระเป๋าคริปโท

ส่วนขยายปลอม Firefox และช่องโหว่ Ledger ภัยเงียบต่อกระเป๋าคริปโท
ความสนใจ|แอปมือถือ

ภัยใหม่ของวงการคริปโท ส่วนขยายปลอมและฮาร์ดแวร์วอลเลทที่ไม่ปลอดภัย

ภัยจากส่วนขยายปลอม Firefox และช่องโหว่ในฮาร์ดแวร์วอลเลทคือการโจมตีที่มุ่งขโมยข้อมูลสำคัญของกระเป๋าคริปโท เช่น Seed Phrase Private Key หรือการสับเปลี่ยนธุรกรรมให้ลงนามผิดเป้าหมาย โดยอาศัยซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้เชื่อใจอยู่แล้ว ทั้งส่วนขยายเบราว์เซอร์และแอปวอลเลทบนมือถือ ทำให้การโจรกระเป๋าดิจิทัลสามารถทำได้แนบเนียนโดยที่เหยื่อไม่ทันสังเกต

ประเด็นสำคัญคือโลกคริปโทไม่ได้ถูกโจมตีจากโปรโตคอลบนบล็อกเชนเท่านั้น แต่จุดอ่อนกลับอยู่ที่ชั้นใช้งานที่เราแตะต้องทุกวัน ทั้งเบราว์เซอร์และอุปกรณ์เก็บเหรียญ เมื่อผู้ใช้ปล่อยให้ซอฟต์แวร์เหล่านี้ไม่ถูกตรวจสอบหรือไม่อัปเดต พวกเขาก็เท่ากับเปิดประตูบ้านให้โจรเข้าไปนั่งอยู่ข้างกระเป๋าเงินของตัวเอง ความปลอดภัยกระเป๋าคริปโทจึงไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีระดับต่ำเท่านั้น แต่เป็นเรื่องวินัยดิจิทัลของผู้ใช้โดยตรง

หากคุณถือคริปโทผ่านมือถือหรือเบราว์เซอร์ การถามตัวเองว่าเชื่อใจซอฟต์แวร์มากเกินไปหรือไม่สำคัญกว่าการถามว่าบล็อกเชนปลอดภัยแค่ไหน เพราะทุกวันนี้ การโจรกระเป๋าดิจิทัลเกิดขึ้นจากสิ่งที่คุณติดตั้งคลิกและกดอนุญาตด้วยมือของตัวเองมากกว่าจากช่องโหว่เชิงลึกในเครือข่าย

ส่วนขยายปลอม Firefox และช่องโหว่ Ledger ภัยเงียบต่อกระเป๋าคริปโท

Offside Wallet Theft Factory เมื่อส่วนขยายรายงานผลบอลกลายเป็นขโมย Seed Phrase

บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์รายหนึ่งตรวจพบแคมเปญโจมตีชื่อ Offside Wallet Theft Factory ที่ใช้ส่วนขยายปลอม Firefox เป็นเครื่องมือ ข้อมูลระบุว่ามีส่วนขยายที่เกี่ยวข้องถึง 77 รายการ โดย 40 รายการถูกออกแบบเป็นมัลแวร์สำหรับดูด Seed Phrase และ Private Key จากกระเป๋าเงินคริปโทของเหยื่อโดยตรง นี่ไม่ใช่การหลุดบนบล็อกเชน แต่เป็นการหลอกผู้ใช้ที่ชอบติดตั้งส่วนขยายดูผลบอลและเครื่องมือเสริมแบบไม่คิดมาก

กลยุทธ์ของผู้โจมตีคมกริบ พวกเขาปล่อยส่วนขยายออกมาในฐานะแอปรายงานผลกีฬาให้ดูน่าเชื่อถือ ก่อนจะอัปเดตแฝงโค้ดอันตรายในภายหลัง อาศัยสิทธิ์เดิมที่เคยได้รับจากผู้ใช้โดยไม่ต้องขออนุญาตใหม่ แปลว่าแม้คุณจะตรวจสอบส่วนขยายครั้งแรกละเอียดแค่ไหน ถ้าคุณปล่อยให้อัปเดตแบบไม่สนใจ การเปลี่ยนจากแอปกีฬาเป็นมัลแวร์ดูดกระเป๋าเกิดขึ้นได้ในคลิกเดียวโดยที่คุณไม่รู้ตัว

ส่วนขยายปลอม Firefox เหล่านี้ยังปลอมเป็นกระเป๋ายอดนิยม เช่น OKX Rabby Wallet และ TronLink เพื่อดักผู้ใช้ที่ค้นหาคำว่า wallet แล้วกดติดตั้งของปลอมแทนของจริง โดยบางตัวสร้างหน้าป๊อปอัปปลอมให้กรอก Seed Phrase เช่น ส่วนขยายชื่อ 0KX WEB3 ที่ใช้เลขศูนย์แทนอักษร O แต่ไม่มีฟังก์ชันกระเป๋าเงินจริงเลย การโจรกระเป๋าดิจิทัลจึงเริ่มต้นจากความไม่พิถีพิถันในการสะกดชื่อและการตรวจสอบผู้พัฒนา

แฮ็ก Ledger หรือเตือนภัยก่อนเสียเงิน ช่องโหว่สับเปลี่ยนธุรกรรมบนแอป Ethereum

ด้านฮาร์ดแวร์วอลเลทก็ไม่ได้รอดพ้นจากแรงสั่นสะเทือน ทีมวิจัยของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเลทรายหนึ่งสามารถจำลองการโจมตีแบบสับเปลี่ยนธุรกรรมบนแอป Ledger Ethereum ได้สำเร็จ โดยทดสอบกับเวอร์ชัน 1.22.1 ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้อุปกรณ์ลงนามธุรกรรม Ethereum ที่แตกต่างจากรายการที่ผู้ใช้เห็นบนหน้าจออุปกรณ์เอง หากผู้โจมตีควบคุมการสื่อสารระหว่าง Ledger กับโฮสต์ได้

ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของ Ledger ย้ำว่า "ไม่มีผู้ใช้ Ledger รายใดถูกแฮ็ก" และชี้ว่าการสาธิตของทีมภายนอกเป็นการจำลองข้อบกพร่องที่ได้รับการแก้ไขไปแล้ว ไม่ใช่การเจาะระบบครั้งใหม่ ตามไทม์ไลน์ แอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.2 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมเริ่มใช้มาตรการป้องกันระดับแอปพลิเคชัน และต่อมามีการออก Secure SDK 26.6.1 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมเพื่อแก้ต้นตอ สุดท้ายแอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.3 จึงถูกปล่อยออกมาเป็นรุ่นที่ครอบคลุมการป้องกันทั้งสองชั้น

แม้ช่องโหว่นี้ไม่สามารถดึง Seed Phrase หรือ Private Key ออกจาก Secure Element แต่ความน่ากลัวคือมันทำลายหลักการหน้าจอที่เชื่อถือได้ ผู้ใช้ตรวจสอบธุรกรรม A บนอุปกรณ์แต่กลับลงนามธุรกรรม B จริง หากสภาพแวดล้อมโฮสต์ถูกมัลแวร์ยึด การแฮ็ก Ledger ในมุมมองผู้ใช้จึงไม่ใช่การเจาะชิป แต่เป็นการทำให้สายตาและนิ้วมือของคุณกลายเป็นเครื่องมือโอนเหรียญให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว

ส่วนขยายปลอม Firefox และช่องโหว่ Ledger ภัยเงียบต่อกระเป๋าคริปโท

ผู้ใช้มือถือควรทำอย่างไร ตั้งเกราะป้องกันก่อนโดนดูดข้อมูลและสับธุรกรรม

ข่าวส่วนขยายปลอมและช่องโหว่ Ledger สะท้อนภาพเดียวกันคือผู้ใช้มักให้สิทธิ์กับซอฟต์แวร์มากเกินไปโดยไม่ตรวจสอบหรืออัปเดต แต่ข่าวร้ายสามารถเปลี่ยนเป็นข่าวดีได้ถ้าคุณยอมเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะคนที่ใช้เบราว์เซอร์และฮาร์ดแวร์วอลเลทคู่กับมือถือเป็นหลัก เพราะนี่คือจุดที่มัลแวร์และการสับธุรกรรมจ้องเล่นงาน

  1. ตรวจสอบชื่อ ส่วนขยายปลอม Firefox ให้ละเอียดเสมอ เลือกเฉพาะส่วนขยายจากผู้พัฒนาที่รู้จัก มีรีวิวจริง และหลีกเลี่ยงของเลียนแบบชื่อคล้าย เช่น เปลี่ยนตัวอักษรเป็นเลข
  2. เปิดดูสิทธิ์ที่ส่วนขยายร้องขอเป็นระยะ หากพบสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลกระเป๋าเงิน เว็บคริปโท หรือการอ่านข้อมูลทุกหน้าเว็บโดยไม่จำเป็น ให้ถอนการติดตั้งทันที และไม่กรอก Seed Phrase หรือ Private Key บนหน้าป๊อปอัปที่ไม่คุ้นเคย
  3. สำหรับผู้ใช้ Ledger ให้เข้าไปอัปเดตแอปพลิเคชันผ่าน Ledger Live แยกจากการอัปเดตเฟิร์มแวร์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอป Ethereum เป็นเวอร์ชัน 1.22.3 หรือใหม่กว่า
  4. หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์วอลเลทกับคอมพิวเตอร์หรือมือถือที่ไม่มั่นใจว่าปลอดมัลแวร์ และระวังเว็บไซต์ที่ใช้ WebHID หรือ WebUSB ในการเชื่อมต่อกระเป๋า เพราะอาจถูกใช้ควบคุมการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับโฮสต์ได้

สุดท้าย ตั้งกฎส่วนตัวว่า Seed Phrase ต้องไม่ถูกกรอกผ่านเบราว์เซอร์บนมือถือหรือเดสก์ท็อปไม่ว่ากรณีใด และเปิดฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการให้ครบ เพราะการป้องกันคริปโทไม่ได้เริ่มต้นจากบล็อกเชน แต่มาจากนิสัยการใช้มือถือของคุณเอง

บทสรุป เมื่อความปลอดภัยกระเป๋าคริปโทอยู่ที่วินัยไม่ใช่เทคโนโลยี

ทั้งแคมเปญ Offside Wallet Theft Factory และข้อพิพาทเรื่องแฮ็ก Ledger บอกเล่าเรื่องเดียวกันคือ ความเสี่ยงคริปโทในวันนี้เกิดจากซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้เลือกติดตั้งและละเลยการอัปเดตเองมากกว่าจากตัวบล็อกเชน ส่วนขยายปลอม Firefox ดูดข้อมูลกระเป๋าโดยอาศัยชื่อที่คล้ายของจริงและอัปเดตแฝงมัลแวร์ภายหลัง ขณะที่ช่องโหว่บนแอป Ledger Ethereum แสดงให้เห็นว่าหน้าจอฮาร์ดแวร์วอลเลทก็อาจหลอกคุณได้หากโฮสต์ถูกยึด

ข่าวดีคือผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อย่าง Ledgerได้ออกแพตช์ป้องกันและปรับปรุง SDK แล้วก่อนการเปิดเผยต่อสาธารณะ และยืนยันว่าไม่มีหลักฐานว่าผู้ใช้ถูกโจมตีจากช่องโหว่นี้จริง แต่ข่าวร้ายคือหากผู้ใช้ไม่อัปเดตแอปวอลเลท ไม่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของส่วนขยาย และยังยอมกรอก Seed Phrase บนป๊อปอัปแปลกหน้า สุดท้ายความเสียหายก็จะตกอยู่กับพวกเขาเอง

ในยุคที่การโจรกระเป๋าดิจิทัลใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาและฟีเจอร์ระบบเป็นเครื่องมือ การหวังพึ่งแบรนด์หรือชื่อเสียงของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผู้ใช้ต้องรับบทเป็นฝ่ายรักษาความปลอดภัยของตัวเอง ตรวจสอบส่วนขยายทุกตัว อัปเดตแอปวอลเลทให้ทันสมัย และตั้งกฎเหล็กกับข้อมูลสำรองของกระเป๋า หากทำได้ ความปลอดภัยกระเป๋าคริปโทจะกลายเป็นเรื่องที่คุณควบคุมได้มากกว่าที่คิด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!