ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อชุดราตรีดำไม่พออีกต่อไป เทรนด์แฟชั่นเรดคาร์เพตกำลังเขียนกฎใหม่

เมื่อชุดราตรีดำไม่พออีกต่อไป เทรนด์แฟชั่นเรดคาร์เพตกำลังเขียนกฎใหม่
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

จากชุดราตรีดำสู่เรดคาร์เพตที่เป็นพื้นที่ของตัวตน

เทรนด์แฟชั่นเรดคาร์เพตคือการพัฒนาของการแต่งกายในงานทางการระดับหรูที่ใช้พรมแดงเป็นเวที โดยเฉพาะงานภาพยนตร์และรางวัลต่างๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยยึดติดกับกฎชุดราตรีดำและทักซิโดแบบเคร่งครัด แต่ปัจจุบันเซเลบริตี้เริ่มใช้เรดคาร์เพตเป็นพื้นที่สื่อสารตัวตน ความสบาย และความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเลือกเสื้อผ้า เครื่องประดับ และดีเทลที่ต่างจากแบบเรียนดั้งเดิม เทรนด์นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นภาษาสังคมที่สะท้อนมุมมองใหม่ต่อภาพลักษณ์และอำนาจของแฟชั่นในงานหรู เทศกาลภาพยนตร์เวนิสกลับมาพร้อมพรมแดงที่ลิโด ดิ เวนิส และเหล่าดาราแถวหน้าต่างหยิบชุดที่เป็นทางการที่สุดของตัวเองมาใช้เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนจะบิดให้เข้ากับสไตล์ส่วนตัว สิ่งที่เห็นชัดในงานเปิดครั้งที่ 83 คือการแต่งตัวเรดคาร์เพตเริ่มขยับออกจากกรอบแบล็กไทอย่างจริงจัง โดยรองเท้าส้นเตี้ย ไหล่เปลือย และแจ็กเก็ตที่ไม่ติดกระดุมกลับมีอิทธิพลไม่แพ้ชุดราตรีดำและทักซิโดมาตรฐาน นี่คือสัญญาณชัดว่าความหรูหราบนพรมแดงกำลังถูกนิยามใหม่ผ่านสไตล์เซเลบริตี้ที่ให้ค่ากับความเป็นตัวเองมากกว่าพิธีการ

เมื่อชุดราตรีดำไม่พออีกต่อไป เทรนด์แฟชั่นเรดคาร์เพตกำลังเขียนกฎใหม่

ตัวอย่างการแหกกฎที่คมกริบ ตั้งแต่รองเท้าแบนถึงเสื้อเชิ้ตไร้แจ็กเก็ต

ภาพจำของพรมแดงเคยผูกติดกับรองเท้าส้นสูงปรี๊ดและทักซิโดเข้าชุด แต่อีกหน้าหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์เวนิสคือการแสดงให้เห็นว่ากฎแบล็กไทเป็นเพียงจุดตั้งต้น ไม่ใช่บทสคริปต์ที่ต้องท่องตามคำต่อคำ เซเลบริตี้จำนวนมากเลือกสลับองค์ประกอบแบบดั้งเดิมออก แล้วแทนที่ด้วยชิ้นที่สะท้อนรสนิยมและความสบายของตัวเอง หนึ่งในลุคที่แรงแต่ดูไม่พยายามคือแม็กกี้ กิลเลนฮาล ซึ่งในฐานะประธานคณะกรรมการหลัก เธอเลือกเดรสสีดำแมตต์จากแบรนด์หรูที่มีการเดรปด้วยไหมซาตินเกาะอก ให้ความรู้สึกมีอำนาจแต่ไม่แข็งกร้าว สิ่งที่พลิกภาพเรดคาร์เพตแบบเดิมคือการใส่รองเท้าแฟลตแบบสลิงแบ็กปลายแหลม แทนรองเท้าส้นสูงที่เคยเป็นข้อบังคับไม่เป็นทางการบนพรมแดง ขณะที่ฝั่งผู้ชาย นิโคลัส กาลิตซีนตัดสินใจละทิ้งแจ็กเก็ตดินเนอร์ไปเลย เลือกเสื้อเชิ้ตบิ๊บหน้าตัวใหญ่ที่ติดด้วยเข็มกลัดตรงลำคอแทนเนกไท และจับคู่กับกางเกงพลีตขากว้าง ให้ภาพฟอร์มอลแต่อิสระจากโครงสร้างแจ็กเก็ตเสริมไหล่ ทั้งสองลุคคือการบอกตรงๆ ว่าแบล็กไทใหม่ไม่จำเป็นต้องสูงและแน่นเสมอไป

เมื่อความหรูหราเปิดทางให้ความสบายและความแท้จริง

พรมแดงของเทศกาลภาพยนตร์เวนิสในปีนี้ทำหน้าที่เหมือนสนามทดลองความหมายใหม่ของคำว่าลักชัวรี งานเปิดที่พาลาซโซ เดล ชิเนมา ซึ่งเป็นเวทีพรีเมียร์ของภาพยนตร์เรื่อง Ink และพิธีมอบรางวัลให้จอร์จ คลูนีย์ กลายเป็นฉากรองที่ปล่อยให้เสื้อผ้าเถียงกับกฎเกณฑ์ การสลับรองเท้าส้นสูงเป็นรองเท้าแตะแบบสุภาพ การเปลี่ยนแจ็กเก็ตเป็นเข็มกลัด และการปรับชุดรัดรูปแบบเดิมให้คมชัดและมีโครงสร้างขึ้น ล้วนคือการขยับจากความหรูที่ผูกกับความอดทน ไปสู่ความหรูที่เชื่อในความสบายและการเคลื่อนไหวของร่างกาย ลุคของแม็กกี้ กิลเลนฮาลที่เลือกแฟลตรองรับบทบาทกรรมการหลัก สะท้อนว่าวันนี้อำนาจบนพรมแดงไม่จำเป็นต้องยืนบนส้นเข็ม ส่วนเสื้อเชิ้ตบิ๊บของนิโคลัส กาลิตซีนที่ใช้เข็มกลัดแทนเนกไทและแจ็กเก็ต แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างฟอร์มอลสามารถลดทอนจนเหลือแก่นสำคัญโดยไม่เสียความสง่า เทรนด์แฟชั่นเรดคาร์เพตในงานนี้จึงบอกเราชัดว่าลักชัวรีเริ่มหันมาฟังเสียงร่างกายและตัวตน มากกว่าท่องตามมารยาท

เรดคาร์เพตในฐานะเวทีเล่าเรื่อง มากกว่าทางเดินโชว์แบรนด์

เมื่อมองภาพรวมของเทศกาลภาพยนตร์เวนิส เราจะเห็นว่าพรมแดงไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้ชุดราตรีดำและทักซิโดแวววาวเดินผ่าน แต่มันกลายเป็นบทนำของฤดูกาลรางวัลที่เชื่อมกับโลกแฟชั่น เช่นงานสัปดาห์แฟชั่นนิวยอร์กซึ่งจัดชนช่วงเดียวกัน รายชื่อภาพยนตร์ตั้งแต่ Ink Primetime Wild Horse Nine ไปจนถึงสารคดีความยาวเกี่ยวกับอีลอน มัสก์ ต่างถูกส่งขึ้นเวทีนี้เพื่อชิงพื้นที่ในสายตาผู้ชมและนักวิจารณ์ และเสื้อผ้าบนเรดคาร์เพตก็ทำหน้าที่เล่าโทนเรื่อง อารมณ์ และบุคลิกของคนทำงานเบื้องหน้าไปพร้อมกัน ในคืนนี้ คนแต่งตัวดีที่สุดไม่ได้อิงกฎแบล็กไทเป็นคู่มือสำเร็จรูป แต่ใช้มันเป็นแรงบันดาลใจก่อนตีความใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรองเท้าส้นสูงเป็นรองเท้าแตะสุภาพ เปลี่ยนแจ็กเก็ตเป็นเข็มกลัด หรือเปลี่ยนซิลูเอตพันแน่นเป็นเส้นสายเฉียบคม เทรนด์นี้ทำให้สไตล์เซเลบริตี้บนพรมแดงดูมีเนื้อเรื่องมากขึ้น เราเห็นตัวตน ความคิด และท่าทีต่อระบบแฟชั่น มากกว่าการเดินผ่านไปอย่างสมบูรณ์แบบแต่ไร้เสียง

บทสรุป ชุดราตรีดำไม่หายไป แต่บทบาทกำลังเปลี่ยน

แม้ชุดราตรีดำและทักซิโดแบบตำราอย่างที่จอร์จ คลูนีย์สวมในค่ำคืนรับรางวัลยังคงทรงพลัง และแสดงให้เห็นว่า ความยับยั้งชั่งใจคือการแหกกฎรูปแบบหนึ่ง แต่สิ่งที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิสครั้งนี้บอกเรา คือกฎแบล็กไทไม่ใช่กำแพงแข็งอีกต่อไป มันเป็นโครงร่างให้แต่ละคนเติมเนื้อในด้วยความสบาย ความแท้จริง และสไตล์เฉพาะตัว สำหรับคนรักเทรนด์แฟชั่นเรดคาร์เพต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าตื่นเต้นเพราะเปิดทางให้การตีความใหม่ของชุดราตรีดำและฟอร์มอลแวร์ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าแฟลตบนเดรสหรูหรือเสื้อเชิ้ตไร้แจ็กเก็ตที่ยังคงดูเป็นงานดินเนอร์เต็มตัว เทศกาลภาพยนตร์เวนิสจึงทำหน้าที่มากกว่างานพรีเมียร์ภาพยนตร์ มันคือห้องทดลองที่สไตล์เซเลบริตี้กำลังเขียนนิยามความหรูหราและกฎการแต่งตัวให้เข้ากับยุคที่ให้ค่ากับตัวตนมากกว่ารูปแบบตายตัว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!