จากเวทีสัมมนา สู่ยุทธศาสตร์ใหม่ของทักษะ AI
การประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ที่ผสานภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา และเทคโนโลยี เข้ากับเวิร์กชอปลงมือทำ คือพื้นที่ที่ยกระดับทักษะ AI สำหรับคนไทยจากการเป็นผู้ใช้เครื่องมือ สู่การสร้างขีดความสามารถระดับบุคคล องค์กร และประเทศ เน้นการสร้างผลลัพธ์จริง AI มากกว่าการเสพเทคโนโลยี เพื่อให้คนทำงานเข้าใจการทำงานร่วมกับ AI มองเห็นโอกาสใหม่ และเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นการปฏิบัติในโลกการทำงานจริง
เวที AIS ACADEMY For THAIs ครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด MASTERING AI BEYOND BORDERS ไม่ใช่แค่การจัดสัมมนา แต่คือการประกาศว่าเกมใหม่ของงานยุค AI คือการสร้างคนและองค์กรให้คิดเป็น ทำเป็น และลงมือใช้ AI ให้ได้ผลลัพธ์จับต้องได้ งานนี้รวบรวม Speaker ชั้นนำกว่า 30 ท่าน และเวิร์กชอปกับ Masterclass กว่า 20 ช่วง ที่เน้นการใช้ AI ในสถานการณ์จริง ตั้งแต่ระดับคน องค์กร ไปจนถึงระบบนิเวศของประเทศเพื่อตอบคำถามใหญ่ว่าเราจะใช้ AI ทำให้เกิดผลลัพธ์จริงได้อย่างไร

จากการใช้เครื่องมือ สู่การสร้างขีดความสามารถ AI ระดับองค์กร
หัวใจของงานนี้คือการพาองค์กรออกจากกับดักทดลองเล่นเครื่องมือ AI แบบรายบุคคล ไปสู่การออกแบบงานใหม่ทั้งระบบ เริ่มจากโจทย์ธุรกิจ ผลลัพธ์ที่ต้องการ แล้วค่อยเลือกเทคโนโลยีเข้ามาเสริม การฝึกอบรม AI ระดับองค์กรจึงไม่ใช่คอร์สสั้นที่สอนใช้แอป แต่คือการจัดการข้อมูล บุคลากร และกระบวนการทำงานให้พร้อมรับการใช้ AI ในทุกวันทำงาน
แนวคิดสำคัญที่ถูกย้ำซ้ำคือ ประเทศกำลังก้าวจาก AI Access หรือการเข้าถึงเครื่องมือ ไปสู่ AI Capability หรือการสร้างขีดความสามารถจริงของคนและองค์กร การรู้เท่าทัน AI กลายเป็นยุทธศาสตร์ ไม่ใช่กิจกรรมเสริม Human Capability คือคูณผลตอบแทนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หากองค์กรทุ่มซื้อเทคโนโลยีแต่ไม่สร้างคน เทคโนโลยีจะกลายเป็นต้นทุนที่ไม่เกิดค่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ AI จึงถูกวางเป็นฐานรากของการแข่งขันระยะยาว

เมื่อภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา ร่วมกันออกแบบทักษะใหม่
เวทีนี้ทำให้เห็นชัดว่าอนาคตทักษะ AI สำหรับคนไทยไม่ได้ขึ้นกับองค์กรใดองค์กรเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือแบบ Collective Cooperation ภาครัฐตั้งเป้ายกระดับความรู้ AI Literacy ให้คน 20 ล้านคน เพื่อวางฐานอธิปไตยทางเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และใช้ AI เข้ามาชดเชยผลิตภาพที่ลดลงในสังคมสูงวัย
ภาครัฐยังพูดชัดว่า AI คืออธิปไตยความมั่นคงรูปแบบใหม่ เป้าหมายจึงไม่ใช่การแข่งสร้างโมเดลขนาดใหญ่ แต่คือการผสาน Local Intelligence หรือจุดแข็งในมือกับ AI เช่น เกษตรอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ สุขภาพอัจฉริยะ และการศึกษาที่เปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลาง AI Transformation พร้อม KPI ใหม่ที่วัดจากรายได้และผลิตภาพที่จับต้องได้ ตามแนวทางนี้ คนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการจะถูกเชื่อมเข้ากับเส้นทาง Hackathon Incubator และแหล่งทุน เพื่อเปลี่ยนไอเดีย AI ให้กลายเป็นธุรกิจจริง

Power Skills ทักษะมนุษย์ที่ AI แย่งไม่ได้
ในยุคที่โลกกำลังก้าวจาก Generative AI ไปสู่ AGI การสอนคนให้ใช้เครื่องมืออย่างเดียวไม่พออีกต่อไป สิ่งที่เวทีนี้เน้นคือ Power Skills หรือทักษะมนุษย์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้คนทำงานอยู่รอดและก้าวหน้าไปพร้อม AI เมื่อเทคโนโลยีฉลาดขึ้น มูลค่าของทักษะที่เกี่ยวกับมนุษย์กลับสูงขึ้น ทักษะเหล่านี้จึงไม่ใช่ Soft Skills แบบเสริม แต่เป็นขีดความสามารถเชิงกลยุทธ์สำหรับโลกที่คาดเดาไม่ได้
7 Power Skills ที่ถูกหยิบยกมีทั้ง Resilience การล้มแล้วลุกเพื่อทดลองสิ่งใหม่ Creative Problem Solving การแก้โจทย์ที่ไม่มีในข้อมูล AI Adaptability การหมุนทิศเมื่อเทคโนโลยีหรือตลาดเปลี่ยน Continuous Upskilling การเรียนรู้วิธีเรียนรู้ Interpersonal Savvy การสื่อสารและสร้างอิทธิพลกับคนหลากหลาย Cultural Versatility ความคล่องตัวในพื้นที่ต่างวัฒนธรรม และ Critical Thinking การตรวจสอบ วิเคราะห์ความถูกต้องของ AI อย่างเฉียบคม ทักษะเหล่านี้คือแกนของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ AI ที่ทำให้คนไม่เพียงใช้ AI เป็น แต่ใช้แล้วสร้างผลลัพธ์จริง AI ในระยะยาว

บทสรุป จากเวทีหนึ่งครั้ง สู่การบ้านของคนทำงานทุกคน
สิ่งที่เวที AIS Academy สะท้อนชัดคือ การเรียนรู้ AI วันนี้ไม่ใช่ทางเลือก มันคือเงื่อนไขใหม่ของความสามารถในการทำงาน ใครที่ยังมอง AI เป็นแค่กระแสหรือเครื่องมือสนุก จะถูกทิ้งห่างจากคนที่ใช้ AI เป็นคู่คิดและคู่มือทำงาน การประชุมครั้งนี้เป็นเหมือนภาพรวมของเส้นทางใหม่ ที่เริ่มจากการสร้างความเข้าใจ ไปสู่การออกแบบโจทย์ การลงมือทำ และการวัดผลลัพธ์จริง AI
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะมาแย่งงานหรือไม่ แต่คือ เราจะอัปสกิลตัวเองและองค์กรอย่างไรให้เดินคู่ไปกับ AI ได้ทันเวลา ใครที่เริ่มลงทุนกับทักษะ AI สำหรับคนไทย ตั้งแต่วันนี้ ทั้งในมิติเทคนิคและ Power Skills จะมีโอกาสใช้ AI เป็นคูณศักยภาพของตัวเองมากกว่าปล่อยให้เทคโนโลยีกลายเป็นภัยคุกคาม ในโลกการทำงานยุค AGI คนที่ผสมผสานความเข้าใจเทคโนโลยีกับทักษะมนุษย์ได้ลงตัว จะเป็นคนที่กำหนดเกม ไม่ใช่คนที่รอให้เกมกำหนดชีวิต







