ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมวิกฤตชิปหน่วยความจำทำให้สมาร์ตโฟนพรีเมียมแพงขึ้นผิดปกติ

ทำไมวิกฤตชิปหน่วยความจำทำให้สมาร์ตโฟนพรีเมียมแพงขึ้นผิดปกติ
ความสนใจ|รวมเทคโนโลยี

ชิปหน่วยความจำราคาแพงไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อยอีกต่อไป

วิกฤตหน่วยความจำสมาร์ตโฟนคือสถานการณ์ที่ชิปหน่วยความจำแบบ DRAM และ NAND ขาดแคลนและราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อปเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ผลิตต้องยอมรับราคาชิปที่สูงขึ้น ปรับดีไซน์สินค้าใหม่ และบางรายต้องเผชิญความเสี่ยงจากชิปปลอม ทำให้ราคาสมาร์ตโฟนพุ่งสูงและผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลงในทุกระดับราคา ประเด็นสำคัญคือชิปหน่วยความจำราคาไม่ได้ขึ้นเพราะยอดขายมือถือกลับมาบูม แต่เพราะกำลังการผลิตถูกดึงไปตอบสนองดีมานด์ด้าน AI และเซิร์ฟเวอร์ที่ทำกำไรดีกว่า ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung มีแผนขึ้นราคา DRAM และ NAND สำหรับสมาร์ตโฟน 7–10% เพื่อสะท้อนการหันไปเน้นหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่ทำกำไรได้มากกว่า เมื่อชิปหน่วยความจำกลายเป็นต้นทุนหลัก แบรนด์พรีเมียมย่อมผลักภาระไปยังราคาขาย ส่วนแบรนด์รายเล็กกลับถูกบีบทั้งด้านต้นทุนและการเข้าถึงชิป กลายเป็นผู้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในวิกฤตนี้

ทำไมวิกฤตชิปหน่วยความจำทำให้สมาร์ตโฟนพรีเมียมแพงขึ้นผิดปกติ

เมื่อ AI แย่งหน่วยความจำ สมาร์ตโฟนจึงกลายเป็นลูกค้าอันดับสอง

สาเหตุที่ชิปหน่วยความจำราคาเพิ่มขึ้นแรงมาจากการที่ผู้ผลิตหันไปโฟกัสหน่วยความจำสำหรับงาน AI และเซิร์ฟเวอร์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า LPDDR สำหรับสมาร์ตโฟนอย่างชัดเจน ในแง่ quotable หนึ่งประโยคที่สะท้อนสถานการณ์นี้คือ "ตลาดวิจัยรายหนึ่งระบุว่ากำลังผลิต DRAM และ HBM ของสามบริษัทหลักในปี 2027 แทบถูกจองหมดโดยผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่" นั่นหมายความว่าชิปสำหรับผู้ใช้ทั่วไปถูกจัดลำดับความสำคัญเป็นชั้นรองโดยตรง เมื่อโรงงานใช้เวเฟอร์ไปผลิต HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น กำลังผลิตที่เหลือสำหรับ DRAM NAND ขาดแคลนถูกบีบจนตึง การจัดสรรโควตาชิปให้แบรนด์มือถือจึงกลายเป็นเกมต่อรองที่ดุเดือด ผู้ผลิตหลายรายยอมจ่ายแพงขึ้นแต่ก็ยังได้ชิปไม่ครบจำนวนที่ต้องการ ดีมานด์จาก AI จึงไม่ใช่แค่ตัวผลักดันราคา แต่เป็นตัวเปลี่ยนโครงสร้างตลาด ทำให้ชิปหน่วยความจำในอุปกรณ์ผู้บริโภคกลายเป็นทรัพยากรหายากอย่างแท้จริง ผลกระทบ AI หน่วยความจำจึงลามไปถึงราคาสมาร์ตโฟนพุ่งสูงในทุกเซ็กเมนต์

ทำไมวิกฤตชิปหน่วยความจำทำให้สมาร์ตโฟนพรีเมียมแพงขึ้นผิดปกติ

Apple และผู้เล่นรายใหญ่ต้องยอมรับต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งทะยาน

จุดพลิกเกมสำคัญคือแม้แต่แบรนด์ที่มีอำนาจต่อรองสูงอย่าง Apple ยังถูกบังคับให้ยอมรับราคาชิปที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง รายงานชี้ว่าบริษัทนี้ตกลงรับข้อเสนอราคาหน่วยความจำใหม่จากผู้ผลิตรายใหญ่ โดย DRAM และ NAND สำหรับสมาร์ตโฟนจะเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้าอีกราว 30–40% ซึ่งเป็นระดับการขึ้นราคาที่สะท้อนแรงกดดันจากฝั่ง AI อย่างชัดเจน เมื่อผู้เล่นที่ต่อรองเก่งที่สุดยังต้องยอม การขึ้นราคาสำหรับแบรนด์อื่นจึงแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกันนั้นข้อมูลจากสำนักวิจัยตลาดหนึ่งเผยว่าต้นทุนเฉพาะ RAM และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในสมาร์ตโฟนระดับหนึ่งกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส โดยราคาสัญญาได้พุ่งสูงตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2027 แนวโน้มนี้สอดคล้องกับคำเตือนของผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำที่มองว่าปี 2027 จะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมด้านอุปทาน และดีมานด์อาจสูงกว่ากำลังผลิตไปจนหลังปี 2030 สำหรับผู้บริโภค ความหมายคือยุคสมาร์ตโฟนพรีเมียมราคาลงยากกำลังเริ่มต้นและไม่น่าจบลงเร็ว

ทำไมวิกฤตชิปหน่วยความจำทำให้สมาร์ตโฟนพรีเมียมแพงขึ้นผิดปกติ

รายเล็กต้องออกแบบใหม่ สแกนชิปปลอม และยอมรับยอดขายหาย

หากแบรนด์ใหญ่ยังถูกบีบ รายเล็กยิ่งอ่วมหนักกว่าเดิม ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อปรายเล็กหลายรายเปิดเผยว่าปัญหาหลักไม่ใช่แค่ราคาชิป แต่คือการเข้าถึงโควตาการจัดสรรชิปตั้งแต่แรก หากไม่ได้โควตา ก็แทบไม่มีโอกาสแข่งขันในตลาดเลย ผลคือหลายบริษัทต้องเร่งปรับดีไซน์สินค้าใหม่เพื่อให้เลือกใช้ชิปได้หลายแบบ เช่น Jolla ที่ออกแบบเมนบอร์ดสองเวอร์ชัน เพื่อสลับระหว่างแพ็กเกจแบบรวมและแบบชิปแยกตามความพร้อมของอุปทาน และยังต้องทดสอบตัวอย่างหน่วยความจำจากทุกล็อตเพื่อกันความเสี่ยงชิปปลอมหรือชิปรีเฟอร์บิชถูกสวมรอยเป็นของใหม่ ด้าน Framework ผู้ผลิตแล็ปท็อปรายเล็กเลือกออกแบบหน่วยความจำแบบโมดูลตั้งแต่ต้น เปิดช่องให้ลูกค้านำชิปจากเครื่องเก่าหรือชิปมือสองมาใช้กับเครื่องใหม่ได้ ทำให้พึ่งพาโซ่อุปทานใหม่น้อยลง แต่ก็ต้องสั่งชิปล่วงหน้าด้วยคำสั่งซื้อที่ไม่สามารถยกเลิกได้ แม้ยังไม่ทราบราคาสุดท้ายหรือจำนวนที่ได้รับชัดเจน ขณะเดียวกันรายงานวิจัยหนึ่งคาดว่ายอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกจะลดลงเกือบ 13.9% ในปีนี้ เพราะต้นทุนหน่วยความจำทำให้การผลิตรุ่นเริ่มต้นไม่คุ้ม สัญญาณชัดเจนว่าวิกฤตหน่วยความจำสมาร์ตโฟนกำลังกวาดล้างผู้เล่นที่เปราะบางออกจากตลาด

เมื่อหน่วยความจำกินไป 60% ของต้นทุน เราควรคิดใหม่เรื่องการซื้อสมาร์ตโฟน

ด้านต้นทุนภาพยิ่งชัดเมื่อผู้ผลิตรายหนึ่งระบุว่าในสมาร์ตโฟนระดับกลางบางรุ่น หน่วยความจำอาจคิดเป็นเกือบ 60% ของต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนทั้งหมด นี่คือการพลิกโครงสร้างต้นทุนจากอดีตที่หน้าจอและชิปประมวลผลเคยเป็นพระเอก แต่วันนี้ชิปหน่วยความจำกลับกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาหลัก เมื่อรวมกับข้อมูลจากการวิจัยที่ชี้ว่าราคาหน่วยความจำจะยังสูงต่อเนื่องไปจนอย่างน้อยครึ่งแรกของปี 2027 เราจึงไม่ควรคาดหวังว่าสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อปพรีเมียมจะกลับมาถูกลงในเวลาใกล้ ในมุมผู้บริโภค บทเรียนคือควรมองหน่วยความจำให้เป็นตัวเลือกเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ตัวเลขสเปกที่สูงสุดเท่าที่จ่ายไหว เพราะทุกกิกะไบต์ที่เพิ่มคือภาระต้นทุนที่สะท้อนโดยตรงในราคาสมาร์ตโฟนพุ่งสูง การเลือกเครื่องที่หน่วยความจำพอเหมาะและจัดการข้อมูลอย่างมีวินัยอาจคุ้มกว่าการวิ่งตามสเปกสูงสุดในยุควิกฤตหน่วยความจำสมาร์ตโฟน ผู้เล่นรายใหญ่จะยังปรับราคาตามต้นทุนที่เปลี่ยนไป ส่วนรายเล็กจะถูกคัดออกจนเหลือเฉพาะรายที่กล้าออกแบบใหม่และรับความเสี่ยงด้านชิปปลอมได้ ในท้ายที่สุดเราอาจเหลือทางเลือกน้อยลง แต่ต้องจ่ายแพงขึ้นสำหรับทุกกิกะไบต์ที่ถืออยู่ในมือ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!