ZestBuyZestBuy

Pixel Watch 5 ยังใช้ชิปรุ่นเดิม: ช่องว่างสมาร์ทวอทช์ที่เร็วกว่าเปิดกว้างแค่ไหน

Pixel Watch 5 ยังใช้ชิปรุ่นเดิม: ช่องว่างสมาร์ทวอทช์ที่เร็วกว่าเปิดกว้างแค่ไหน
ความสนใจ|อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ

หัวใจของปัญหา: Pixel Watch 5 ขยับแรมแต่หัวใจเครื่องยังเก่า

Pixel Watch 5 คือสมาร์ทวอทช์ระบบ Wear OS รุ่นล่าสุดของ Google ที่เลือกใช้ชิป Snapdragon W5 Gen 2 รุ่นเดิมเหมือนรุ่นก่อน แต่เพิ่ม RAM เป็น 3GB พร้อมรอเปิดตัวเคียงข้างซีรีส์ Pixel 11 ซึ่งทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าการไม่เปลี่ยนชิปจะส่งผลต่อประสิทธิภาพจริงในชีวิตประจำวันมากแค่ไหน ทั้งในการเปิดแอป การใช้ฟีเจอร์สุขภาพ และฟีเจอร์ AI บนข้อมือของผู้ใช้ยุคใหม่

ประเด็นหลักคือ Google เลือกยึดติดกับชิปเซ็ตเดิม แทนที่จะยกเครื่อง Pixel Watch 5 chipset ให้ทันคู่แข่งในตลาดที่หันไปใช้ชิประดับใหม่กันแล้ว ข้อมูลจาก Play Console ระบุว่านาฬิการหัส “Godric” ยังคงใช้ Qualcomm SW5100 หรือ Snapdragon W5 Gen 2 ชุดเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ข่าวก่อนหน้านี้ก็ชี้ว่ารหัสเดียวกันนี้ใช้แพลตฟอร์ม SW5100 พร้อม CPU 4x Cortex‑A53 และ GPU Adreno 702 การนำชิปเก่ามาใช้ซ้ำเช่นนี้ ทำให้คำว่ารุ่นใหม่ของ Pixel Watch ดูบางเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

เทียบชิปตรงๆ: Snapdragon W5 Gen 2 vs Snapdragon Wear Elite

เมื่อมองในมุม smartwatch processor comparison จะเห็นว่า Pixel Watch 5 กำลังลงแข่งด้วยเครื่องยนต์คนละยุคกับคู่แข่งหลักอย่าง Galaxy Watch 9 ชิป Snapdragon W5 Gen 2 ใน Pixel Watch 5 มาพร้อมแกน ARM Cortex‑A53 จำนวน 4 แกน ความเร็วสูงสุด 1.7 GHz ขณะที่ Galaxy Watch 9 ขยับไปใช้แพลตฟอร์ม Snapdragon Wear Elite กระบวนการผลิต 3nm มีแกน Cortex‑A78 ประสิทธิภาพสูง 1 แกน (2.1 GHz) ร่วมกับ Cortex‑A55 ประหยัดพลังงาน 4 แกน (1.95 GHz) ความต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข GHz เท่านั้น แต่คือยุคสถาปัตยกรรมที่ใหม่กว่าหลายช่วงตัว

ข้อมูลจาก Qualcomm ระบุไว้ชัดว่า “ชิป Snapdragon Wear Elite สามารถให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้นถึง 5 เท่า และประสิทธิภาพ GPU สูงขึ้นถึง 7 เท่า ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับ Snapdragon W5 Gen 2” เมื่อผูกกับ Wear OS ที่มีลูกเล่นและแอนิเมชันมากขึ้น แปลว่า Galaxy Watch 9 มีโอกาสให้ประสบการณ์ที่ลื่นกว่าทั้งในการเลื่อนหน้าจอ การเปิดแอป และการแสดงกราฟสุขภาพแบบเรียลไทม์ ขณะที่ Pixel Watch performance จากชิปรุ่นเดิมแทบไม่มีโอกาสกระโดดแบบก้าวกระโดดได้เลย

สเปกหลักGoogle Pixel Watch 5Samsung Galaxy Watch 9
ไมโครโปรเซสเซอร์Snapdragon W5 Gen 2 (SW5100)Snapdragon Wear Elite 3nm
โครงสร้าง CPU4x Cortex‑A53 1.7 GHz1x Cortex‑A78 2.1 GHz + 4x Cortex‑A55 1.95 GHz
GPUAdreno 702 (ประสิทธิภาพมาตรฐาน)Adreno รุ่นอัปเกรด เร็วขึ้นสูงสุด 7 เท่า
RAM3GB (อัปจาก 2GB)ข้อมูลกำลังอัปเดต
ความหนาแน่นพิกเซลหน้าจอ320 PPIข้อมูลกำลังอัปเดต

ผลต่อการใช้งานจริง: ความหน่วง แอป AI และมัลติทาสก์

เมื่อคู่แข่งหันไปใช้ชิประดับ Snapdragon Wear Elite ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพสูงขึ้นและแบตเตอรี่ดีขึ้นจากกระบวนการผลิต 3nm ช่องว่างด้าน Pixel Watch performance ก็เริ่มเห็นได้ด้วยตาเปล่า สำหรับผู้ใช้ทั่วไป สิ่งที่จะรู้สึกได้ทันทีคือความเร็วในการตอบสนองของแอป การเลื่อนหน้าจอที่เนียนตา และความสามารถในการสลับระหว่างแอปฟิตเนส แผนที่ และแจ้งเตือนต่างๆ โดยไม่สะดุด ชิปที่เร็วกว่าใน Galaxy Watch 9 ถูกออกแบบมาเพื่อแปลงพลังดิบให้เป็น “แอนิเมชันที่ลื่นขึ้นและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อใช้งานแอป” โดยตรง

ฝั่ง Pixel Watch 5 Google เลือกแก้เกมด้วยการเพิ่ม RAM เป็น 3GB จาก 2GB เป้าคือช่วยให้มัลติทาสก์ดีขึ้นและรองรับฟีเจอร์ Gemini Intelligence และ AI บนตัวนาฬิกาได้มากขึ้น แต่เมื่อหัวใจเครื่องอย่าง Pixel Watch 5 chipset ไม่ได้เปลี่ยน การเปิดแอปหนักๆ ต่อเนื่อง การประมวลผลข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก หรือการเรียกใช้ผู้ช่วยอัจฉริยะต่อเนื่องก็ยังต้องแบกภาระบน CPU Cortex‑A53 รุ่นเก่าอยู่ดี สถานการณ์นี้ทำให้คำวิจารณ์ที่ว่า Wear OS ได้รับการปรับแต่งมามากแล้ว แต่ Pixel Watch ยังคง “ต้องการโปรเซสเซอร์ที่เร็วกว่าอย่างสิ้นหวัง” ดูจะตรงขึ้นทุกวัน

ราคา วันที่เปิดตัว และสิ่งที่ผู้ใช้เสียหรือได้จากการไม่เปลี่ยนชิป

Pixel Watch 5 เตรียมเปิดตัวในงาน “Made by Google” วันที่ 12 สิงหาคม พร้อม Pixel 11 และ Pixel 11 Pro สิ่งที่น่าสนใจคือ Google กล้าปรับราคาเพิ่ม ทั้งจากรายงานว่าราคาจะขยับขึ้นราว USD 50 (approx. ฿1,800) เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และข้อมูลอีกชุดที่คาดว่ารุ่น 41 มม. จะเริ่มที่ 419 ยูโร (approx. ฿15,600) สำหรับรุ่น GPS มาตรฐาน ในขณะที่รุ่น 44 มม. เพิ่มอีกราว 30 ยูโร และรุ่น LTE แพงกว่ารุ่น GPS ประมาณ 100 ยูโร นั่นคือคุณจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อได้ชิปรุ่นเดิม แต่ RAM เพิ่มขึ้นและการเชื่อมต่อครบทั้ง Wi‑Fi 6, Bluetooth, NFC, UWB และ LTE ในรุ่นสูงกว่า

สิ่งที่ผู้ใช้ “เสีย” ไป คือโอกาสได้สมาร์ทวอทช์ที่ตอบสนองได้ไวเทียบเท่าคู่แข่ง รวมถึงศักยภาพด้าน AI ในระยะยาวที่ถูกจำกัดด้วย Snapdragon W5 Gen 2 แม้ว่าจะมีการเพิ่ม RAM มาช่วยอุ้มการทำงานหลายอย่างพร้อมกันก็ตาม การนำชิปเก่ามาใช้ซ้ำยังสร้างความเสี่ยงว่า Pixel Watch 5 อาจเริ่มรู้สึกช้าเร็วกว่ารุ่นอื่นในช่วงอัปเดตซอฟต์แวร์รุ่นถัดๆ ไป “การนำชิปเก่ามาใช้ซ้ำอาจทำให้ Pixel Watch 5 มีประสิทธิภาพด้อยกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน” คือคำเตือนที่ผู้สนใจควรเก็บไปคิดก่อนตัดสินใจจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออัปเกรด

สรุป: RAM ที่เพิ่มขึ้นอาจไม่พอชดเชยชิปที่ล้าหลัง

เมื่อมองภาพรวม Pixel Watch 5 คือสมาร์ทวอทช์ที่คิดในมุม Google มากกว่ามุมผู้ใช้ Google ต้องการเครื่องที่รัน Wear OS รุ่นใหม่และฟีเจอร์ AI ได้ ด้วยการเพิ่ม RAM และอาจปรับปรุงโคโปรเซสเซอร์เล็กน้อย แต่สิ่งที่ผู้ใช้คาดหวังคือก้าวกระโดดด้านความเร็วที่เห็นชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ซึ่งแทบไม่มีวันเกิดขึ้นได้เมื่อ Snapdragon W5 Gen 2 ยังเป็นหัวใจหลักของเครื่องอยู่

ผลคือ Pixel Watch 5 กลายเป็นสมาร์ทวอทช์ที่น่าใช้สำหรับคนที่ชอบดีไซน์ วงนิเวศ Pixel และต้องการแรมมากขึ้นเพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความเร็วตอบสนองและการใช้งานแอปหนักๆ แบบไม่สะดุด ในขณะที่ Galaxy Watch 9 เลือกวิ่งนำด้วยชิประดับ Snapdragon Wear Elite และได้ทั้งประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้นถึง 5 เท่าและ GPU สูงขึ้น 7 เท่าในเงื่อนไขที่เหมาะสม ช่องว่างนี้ทำให้คำถามสุดท้ายไม่ใช่ว่า Pixel Watch 5 ดีหรือไม่ แต่คือดีพอจะสู้ชิปยุคใหม่บนข้อมือคุณได้หรือเปล่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!