นิยามการปรับพอร์ตท่องเที่ยวสู่ตลาดดาวรุ่ง
การปรับพอร์ตท่องเที่ยวสู่ตลาดดาวรุ่งหมายถึงการที่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวหันมาจัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และความสนใจจากตลาดดั้งเดิมที่เริ่มอิ่มตัว ไปสู่กลุ่มนักเดินทางใหม่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านกำลังซื้อ ระยะเวลาพำนัก และความสนใจในประสบการณ์เชิงคุณค่า เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม และกระจายผลประโยชน์สู่ชุมชนฐานรากในระยะยาว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประกาศเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตท่องเที่ยวไทย เน้นเจาะตลาดเชิงรุกในกลุ่มลาตินอเมริกาและยุโรปตะวันออก ภายใต้วิสัยทัศน์ The Year of Transformation เปลี่ยนจากแข่งจำนวนสู่แข่งมูลค่า และยึดแนวคิด Healing is the New Luxury เป็นเข็มทิศหลัก

ทำไมยุโรปตะวันออกและลาตินอเมริกาจึงกลายเป็นเป้าหมายใหม่
การหันไปเจาะท่องเที่ยวไทย ยุโรป และลาตินอเมริกาในมิติใหม่ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนประเทศในแผนงาน แต่เป็นการเลือก ตลาดท่องเที่ยวใหม่ ที่มีคุณสมบัติตรงกับยุทธศาสตร์มูลค่าสูงอย่างชัดเจน จากสถิติที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากสองภูมิภาคนี้มีกำลังซื้อสูง เข้าพักระยะยาว และเปิดรับประสบการณ์หลายมิติ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชุมชนท้องถิ่น ไปจนถึงอาหาร ซึ่งสะท้อนโอกาสเติบโตระยะยาว รายงานสำรวจพฤติกรรมกลุ่มลาตินอเมริกาพบว่ามีการใช้จ่ายเฉลี่ยกว่า 64,469 บาทต่อคนต่อทริป หรือราว 4,368 บาทต่อวันต่อคน แถมยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อบริการท่องเที่ยวยั่งยืนถึงร้อยละ 58.01 ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่าการมุ่งสู่ตลาดดาวรุ่งคือการเลือกคุณภาพเหนือปริมาณอย่างแท้จริง
ตัวเลขเป้าหมายและโอกาสเติบโตของตลาดดาวรุ่ง
เมื่อดูในเชิงกลยุทธ์การท่องเที่ยว การตั้งเป้าตัวเลขคือการประกาศว่าหน่วยงานพร้อมเดินเกมยาว ไม่ใช่แค่ทดลองตลาดใหม่แบบฉาบฉวย สำหรับลาตินอเมริกา ททท ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวกว่า 251,000 คนจากประเทศหลักอย่างบราซิล อาร์เจนตินา เม็กซิโก และโคลอมเบีย พร้อมคาดการณ์รายได้แตะ 15,500 ล้านบาทในปี 2570 ขณะที่ฝั่งท่องเที่ยวไทย ยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตะวันออก มีนักท่องเที่ยวราว 533,853 คน และขยายตัวร้อยละ 24.53 เป้าหมายต่อไปคือเพิ่มเป็น 586,500 คนในปี 2570 พร้อมดันรายได้สู่ 34,580 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพตลาด แต่ยังบอกว่าการปรับพอร์ตครั้งนี้คือการย้ายจุดศูนย์กลางรายได้ไปสู่กลุ่มที่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์คุณภาพ
เกมเที่ยวบินตรงและเมืองต้นทางใหม่ จุดพลิกสมการการแข่งขัน
หากไม่มีโครงสร้างการเดินทางรองรับ กลยุทธ์การท่องเที่ยวสู่ตลาดไกลก็เป็นเพียงแผนบนกระดาษ ททท จึงเดินเกมปลดล็อกการเดินทางระยะไกล เพิ่ม เที่ยวบินตรง และเส้นทางเชื่อมต่อเมืองต้นทางใหม่อย่างจริงจัง โดยประเดิมตลาดยุโรปตะวันออกด้วยสายการบิน LOT Polish Airlines เส้นทางกรุงวอร์ซอ–กรุงเทพฯ ให้บริการ 3–5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมเที่ยวบินเช่าเหมาลำ การทำ Codeshare และ Transit เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฮับการบิน ขณะเดียวกัน เส้นทางเชื่อมลาตินอเมริกาถูกวางผ่านสายการบินพันธมิตร ANA Ethiopian Airlines Qatar Airways Emirates Etihad Airways และ Hainan Airlines ยุทธศาสตร์ขยายเมืองต้นทางใหม่ในภูมิภาคยุโรปยังช่วยลดการกระจุกตัวในตลาดหลัก และเปิดโอกาสให้เมืองรองที่มีศักยภาพถูกดันขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
จาก Healing is the New Luxury สู่การเติบโตที่ยั่งยืน
แก่นคิด Healing is the New Luxury สะท้อนว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังขยับจากราคาถูกและจำนวนคน ไปสู่คุณภาพชีวิตและความหมายของการเดินทาง ททท วางยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ทั้งการเจาะกลุ่ม Gen Z คู่รัก และครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง การผลักดันสินค้า Wellness และการท่องเที่ยวแบบลดการปล่อยคาร์บอน การใช้ Soft Power ด้านวัฒนธรรม อาหาร มวยไทย และสื่อบันเทิง T Pop เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง รวมถึงการขยายเมืองต้นทางใหม่และปลายทางเมืองรองให้กลายเป็นเมืองน่าเที่ยว เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้อย่างทั่วถึง เมื่อเชื่อมเข้ากับตลาดท่องเที่ยวใหม่อย่างยุโรปตะวันออกและลาตินอเมริกา การปรับพอร์ตครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การหาตลาดเพิ่ม แต่เป็นการวางรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืนทั้งต่อเศรษฐกิจและชุมชนฐานรากในระยะยาว

