การแข่งขันออกแบบภายใน: เวทีที่เปลี่ยนเด็กดีไซน์ให้กลายเป็นมืออาชีพ
การแข่งขันออกแบบภายในคือกิจกรรมที่เปิดโจทย์การออกแบบพื้นที่ใช้สอยจริง ตั้งแต่โรงแรม สปา ไปจนถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันใช้ความคิดสร้างสรรค์แก้ปัญหาเชิงฟังก์ชันและความงาม พร้อมฝึกกระบวนการทำงานแบบมืออาชีพ ตั้งแต่การรับโจทย์จากลูกค้า การวางผัง การเลือกวัสดุ ไปจนถึงการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการและผู้ใช้งานตัวจริง การแข่งขันลักษณะนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีโชว์ไอเดีย แต่เป็นห้องทดลองที่ทำให้ศิลปิ่นรุ่นใหม่ไทยได้ทดลองบทบาทมัณฑนากรอย่างครบวงจร จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ สองเวทีล่าสุดจากโรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กำลังขยับบทบาทการแข่งขันออกแบบจากงานกิจกรรมในรั้วสถาบัน ไปสู่เวทีที่เชื่อมตรงกับอุตสาหกรรมโรงแรมและสุขภาพ ทำให้ผลงานของคนรุ่นใหม่ไม่จบแค่ในห้องเรียน แต่มีโอกาสถูกนำไปใช้จริงในพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก
Festive Like Nothing Else Season 2: เมื่อการตกแต่งเทศกาลกลายเป็นห้องเรียนใหญ่ของโรงแรม
โรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่นต่อยอดการประกวดตกแต่งเทศกาลปีที่ 2 ในชื่อ Festive Like Nothing Else Season 2 เชิญชวนนิสิตและนักศึกษาจากทุกคณะร่วมออกแบบบรรยากาศเฉลิมฉลองผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่ โดยเปิดรับสมัครและส่งผลงานถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 นี่ไม่ใช่แค่การแข่งตกแต่งสวยงาม แต่เป็นการตีโจทย์อัตลักษณ์ของโรงแรมที่ตั้งอยู่ระหว่างความสงบของซอยไปดีมาดีและความมีชีวิตชีวาของทองหล่อ ให้กลายเป็นประสบการณ์เทศกาลที่ “Exactly Like Nothing Else” โจทย์บังคับให้ผู้เข้าแข่งขันผสาน 5 แนวคิดคือ Celebrate Responsible Contrast Sophisticated และ Illuminate เพื่อให้ผลงานสะท้อนทั้งความสนุก ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว ความประณีต และการเล่าเรื่องราวของสถานที่ การที่โรงแรมเปิดพื้นที่ให้ 3 ทีมสุดท้ายเข้าไปจัดตกแต่งจริงระหว่างวันที่ 11–14 ธันวาคม 2569 พร้อมนำเสนอผลงานต่อสื่อและแขกผู้มีเกียรติ คือการยืนยันว่าเวทีนี้มองนิสิตนักศึกษาเป็นผู้ร่วมสร้างประสบการณ์โรงแรม ไม่ใช่แค่ผู้เข้าประกวด
| หัวข้อ | รายละเอียด | มุมมองเชิงวิชาชีพ |
|---|---|---|
| คุณสมบัติผู้สมัคร | นิสิตนักศึกษาทุกชั้นปี ทุกคณะ สมัครทีมละไม่เกิน 5 คน | เปิดกว้างให้ทั้งสายออกแบบและสายอื่นที่สนใจงานดีไซน์ |
| รูปแบบการเรียนรู้ | แลกเปลี่ยนกับทีมโรงแรมและผู้ทรงคุณวุฒิ เยี่ยมชมสถานที่จริงก่อนลงมือทำ | จำลองกระบวนการทำงานกับลูกค้าและไซต์งานจริง |
| รางวัลและโอกาส | เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท พร้อมห้องพักรวมอาหารเช้าและบัตรกำนัลอาหารเครื่องดื่ม | ให้ทั้งประสบการณ์ออกแบบห้องพักและสิทธิ์ใช้บริการโรงแรมเพื่อเรียนรู้มุมมองผู้ใช้ |

Spa SPACE DESIGN Next Gen 2026: ห้องทดลองการออกแบบอย่างยั่งยืนในโลกสปา
ด้านคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จัดการแข่งขันออกแบบภายในสปาแห่งอนาคตในชื่อ Spa SPACE DESIGN COMPETITION Next Gen 2026 เพื่อปั้นศักยภาพมัณฑนากรรุ่นใหม่ไทยและชูนวัตกรรมการออกแบบอย่างยั่งยืนให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล การแข่งขันจัดขึ้นวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569 ณ DPU MAKERSPACE มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ปวช. และ ปวส. จากทั่วประเทศร่วมส่งผลงานมากกว่า 30 ทีม ก่อนคัดเหลือ 15 ทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ กระบวนการแข่งถูกออกแบบให้ใกล้เคียงงานจริง ผู้เข้าแข่งขันต้องรับโจทย์ Design Brief ทำความเข้าใจประเภทสปา การจัดสรรพื้นที่ และพฤติกรรมผู้ใช้บริการ จากนั้นใช้เวลา 7 ชั่วโมงวิเคราะห์แนวคิด วางผัง เขียนแบบ ลงสี และจัดองค์ประกอบนำเสนอ ก่อนพรีเซ็นต์ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สิ่งที่โดดเด่นคือการนำวัสดุตกแต่งเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย เช่น กระเบื้องยาง SPC Gen 2 พื้น Zero Gravity SPC และหินสังเคราะห์ Smart Stone มาให้เยาวชนทดลองใช้จริง เพื่อปลูกฝังการออกแบบอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงการลดการรบกวนทรัพยากรธรรมชาติ
| องค์ประกอบ | รายละเอียดการแข่งขัน | ผลต่อศิลปิ่นรุ่นใหม่ไทย |
|---|---|---|
| รูปแบบการแข่ง | ทำงานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่รับโจทย์จนถึงนำเสนอ | ฝึกการจัดการเวลาและคิดคอนเซปต์อย่างรวดเร็วเหมือนงานจริง |
| นวัตกรรมวัสดุ | TODA Surface นำวัสดุสุขภาพและวัสดุทดแทนธรรมชาติมาให้ทดลองใช้ | ปลูกฝังการออกแบบอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับเยาวชน |
| รางวัลชนะเลิศ | ทีม Serenia Spa จากวิทยาลัยเทคนิคแพร่ รับทุนการศึกษา 10,000 บาท บัตรกำนัล B2S และบัตรรับประทานอาหารโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร | สร้างแรงจูงใจให้เยาวชนเห็นเส้นทางสู่วิชาชีพมัณฑนากรที่จับต้องได้ |
จากเวทีประกวดสู่สายอาชีพ: ทำไมสองงานนี้สำคัญต่ออนาคตการออกแบบ
เมื่อมองสองเวทีคู่กัน จะเห็นภาพชัดว่าอุตสาหกรรมโรงแรมและสุขภาพกำลังเรียกหาศิลปิ่นรุ่นใหม่ไทยให้เข้ามาร่วมออกแบบอนาคต ทั้ง Festive Decoration Contest ที่ให้ผู้เข้าแข่งขันตีความอัตลักษณ์โรงแรมผ่านงานตกแต่งเทศกาลภายใต้แนวคิดว่าศิลปะเกิดจากผู้คน เรื่องราว และความแตกต่างที่อยู่ร่วมกัน และ Spa SPACE DESIGN ที่ย้ำว่าการออกแบบคือการใช้ความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหา ทั้งด้านฟังก์ชัน สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ทำให้สองงานนี้ทรงพลังคือการจำลองสภาวะการทำงานจริง ตั้งแต่การรับโจทย์จากลูกค้า การเลือกวัสดุ การจัดทำแบบแปลน ไปจนถึงการนำเสนอขายงานต่อผู้เชี่ยวชาญ นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมโรงแรมมาดี ไปดี ได้เรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับทีมโรงแรมและผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมโอกาสจัดตกแต่งพื้นที่จริงและนำเสนอผลงานต่อสื่อและแขกผู้มีเกียรติ ขณะที่เยาวชนในเวที DPU ได้สัมผัสทั้งองค์กรวิชาชีพและภาคเอกชนที่สนับสนุนการออกแบบอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญต่อการเติบโตในสายอาชีพ
บทสรุป: ดีไซน์รุ่นใหม่ต้องคิดไกลกว่าความสวยงาม
สองการแข่งขันออกแบบภายในครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดว่า โลกดีไซน์ยุคใหม่ไม่พอใจแค่งานสวย แต่ต้องการนักออกแบบที่เข้าใจบริบทธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน การออกแบบห้องพักในโรงแรมไม่ได้จบที่การจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว แต่ต้องเล่าเรื่องราวแบรนด์ สร้างบรรยากาศเฉลิมฉลอง และคำนึงถึงชุมชนรอบข้าง ขณะที่การออกแบบสปาเพื่อสุขภาพต้องคิดถึงวัสดุที่ปลอดภัย ลดแรงกระแทก ซับเสียง และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งคือหัวใจของการออกแบบอย่างยั่งยืน สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจสายออกแบบ สัญญาณจากสองเวทีนี้ชัดเจนว่า ถึงเวลาออกจากกรอบงานส่งอาจารย์ แล้วลองทดสอบตัวเองในสนามจริงที่มีทั้งโจทย์เข้มข้น เวลาอันจำกัด และคณะกรรมการมืออาชีพ การกล้าก้าวขึ้นเวทีแข่งขันไม่เพียงเพิ่มผลงานในแฟ้มสะสมงาน แต่ยังเป็นการพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าเราพร้อมแค่ไหนสำหรับการเป็นมัณฑนากรในโลกโรงแรมและสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


