ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

135 บริษัทจับมือบุกเวที MEET Thai Plus จุดชนวนดีลพันล้าน

135 บริษัทจับมือบุกเวที MEET Thai Plus จุดชนวนดีลพันล้าน
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

MEET Thai Plus คืออะไร และทำไมเวทีนี้สำคัญต่อเกมการค้าไทย-จีน

MEET Thai Plus 2026 คือเวทีเจรจาการค้าและการลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อผู้ประกอบการจากสองประเทศผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การเสวนา และความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เน้นการสร้างโอกาสใหม่ในตลาดขนาดใหญ่ สนับสนุนการค้าไทย-จีน และต่อยอดข้อตกลงความร่วมมือระดับผู้นำให้กลายเป็นโครงการเชิงรูปธรรมในภาคธุรกิจจริง เวทีนี้จึงไม่ใช่งานแสดงสินค้า แต่เป็นสนามทดสอบว่าภาคเอกชนพร้อมใช้โครงสร้างความร่วมมือที่รัฐบาลปูทางไว้แค่ไหน

งานที่นครเซินเจิ้นครั้งนี้มีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้นำองค์กรด้านไมซ์และกงสุลใหญ่ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษาทั้งสองฝ่าย จุดยืนชัดเจนคือผลักดันการค้าไทย-จีนให้ลึกกว่าการซื้อขายสินค้า กลายเป็นความร่วมมือทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และทุนมนุษย์ หากมองในมุมผู้อ่านไทย นี่คือสัญญาณว่าการเจรจาระดับผู้นำไม่ควรหยุดที่เอกสาร แต่ต้องลงไปถึงธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่กำลังมองหาตลาดใหม่

135 บริษัทจับมือบุกเวที MEET Thai Plus จุดชนวนดีลพันล้าน

135 องค์กร ไทยยกทีมสู่เซินเจิ้น โอกาสหรือบททดสอบใหม่

การที่มีผู้แทนจากไทยเข้าร่วมถึง 135 องค์กร ทั้งหน่วยงานรัฐด้านเศรษฐกิจและการลงทุน 8 หน่วยงาน ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ไม่ใช่เพียงตัวเลขสวยบนเวที แต่สะท้อนว่าภาคส่วนต่างๆ เริ่มมองการค้าไทย-จีนเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว การมีสถาบันการศึกษาร่วมอยู่ในคณะยิ่งทำให้เห็นว่าการแข่งขันต่อไปไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุนการผลิต แต่คือการแข่งขันด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากร

อย่างไรก็ดี การยกขบวนใหญ่ไปเซินเจิ้นย่อมเป็นบททดสอบว่าหน่วยงานไทยปรับภาษาธุรกิจให้ทันคู่ค้าแล้วหรือยัง เซินเจิ้น ธุรกิจ เป็นสนามของบริษัทที่เคลื่อนตัวเร็ว ตัดสินใจบนข้อมูล และเน้นผลลัพธ์ชัดเจน ถ้าเรายังใช้รูปแบบประชุมเชิงสัญลักษณ์มากกว่าประชุมเพื่อปิดดีล งานลักษณะนี้อาจกลายเป็นเพียงกิจกรรมทางการทูต แต่อีกด้านหนึ่ง หาก 135 องค์กรนี้กลับมาพร้อมโครงการร่วมลงทุนหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี จะเป็นตัวอย่างชัดว่าการลงทุนระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้ประกอบการไทยอีกต่อไป

135 บริษัทจับมือบุกเวที MEET Thai Plus จุดชนวนดีลพันล้าน

800 นัดหมาย Business Matching เกมตัวเลขที่เดิมพันด้วยอนาคตเศรษฐกิจ

เป้าหมายจับคู่เจรจาธุรกิจ 800 นัดหมายระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน คือหัวใจของงาน MEET Thai Plus 2026 การตั้งเป้าเช่นนี้ส่งสัญญาณชัดว่าผู้จัดต้องการผลลัพธ์เป็นดีลจริง ไม่ใช่เวที PR ในเชิงเศรษฐกิจ 800 นัดหมายหมายถึงโอกาสทดลองไอเดียใหม่ ทดสอบสินค้า หรือขยายซัพพลายเชนในตลาดจีน ซึ่งถ้าแม้เพียงส่วนน้อยกลายเป็นความร่วมมือที่ยั่งยืน ก็อาจพลิกยอดส่งออกหรือเปิดอุตสาหกรรมใหม่ได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ งานนี้ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 ราย และคาดการณ์มูลค่าทางเศรษฐกิจระดับพันล้าน คำกล่าวว่า “ความร่วมมือ 15 ฉบับสะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อศักยภาพของไทย” เป็นข้อความที่กดดันให้ฝั่งไทยต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านดีลจริง ไม่ใช่แค่คำประกาศบนเวที สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองตลาดต่างประเทศ นี่คือบทเรียนชัดเจนว่าการเตรียมตัวล่วงหน้า การรู้จักคู่ค้า และการเข้าใจวัฒนธรรมธุรกิจของอีกฝ่ายคือปัจจัยชี้ชะตาของการจับคู่เจรจา

จากเวทีเสวนาสู่กลยุทธ์ การค้าไทย-จีน ต้องเกินกว่าแค่การส่งออก

ตลอดสองวันของการจัดงาน ผู้เข้าร่วมไม่เพียงได้จับคู่ธุรกิจ แต่ยังเข้าร่วมกว่า 10 กิจกรรมเสวนาที่ครอบคลุมการค้า การลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจไมซ์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิดกว่า 20 คนจากทั้งสองฝ่าย นี่คือจุดที่ผู้อ่านควรถามตัวเองว่า เรายังมองการค้าไทย-จีนเป็นเพียงการส่งออกสินค้าเกษตรและท่องเที่ยวอยู่หรือไม่

หัวใจของการลงทุนระหว่างประเทศยุคใหม่คือการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา มากกว่าการเป็นผู้ผลิตให้แบรนด์ต่างชาติ เมื่อกรอบความร่วมมือระดับผู้นำครอบคลุมตั้งแต่วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมอวกาศ การจัดการน้ำ ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ การไม่ลงสนามในเวทีแบบ MEET Thai Plus เท่ากับยอมปล่อยให้ผู้อื่นกำหนดมาตรฐานและห่วงโซ่มูลค่าใหม่ ถ้าไทยต้องการบทบาทมากกว่าฐานการผลิตราคาถูก ก็ต้องใช้เวทีแบบนี้ผลักดันให้ภาคธุรกิจเข้าไปอยู่ในจุดที่ใกล้ R&D และนวัตกรรมมากขึ้น

เซินเจิ้นกับบทบาทประตูสู่อาเซียน โอกาสที่ไทยต้องคว้าให้ทัน

การเลือกจัดงานในนครเซินเจิ้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Greater Bay Area สะท้อนการมองเห็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่เชื่อมโลกเทคโนโลยีกับทุนขนาดใหญ่ งานนี้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดของการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม APEC ที่จะจัดขึ้นในเซินเจิ้นเช่นกัน นั่นหมายความว่าเวทีนี้ไม่ใช่งานเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางตำแหน่งเมืองและภูมิภาคในโครงข่ายเศรษฐกิจโลก

ทีเส็บมองว่า MEET Thai Plus 2026 จะช่วยตอกย้ำบทบาทไทยในฐานะประตูแห่งโอกาสของภูมิภาคอาเซียน พร้อมเชื่อมโลกธุรกิจกับศักยภาพของภูมิภาค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ในมุมมองผู้เขียน นี่คือโอกาสแต่ก็เป็นคำเตือน ถ้าไทยไม่เร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ กฎระเบียบ และทักษะแรงงานให้ทันบทบาท ASEAN Gateway สถานะประตูอาเซียนอาจถูกแย่งโดยเมืองอื่น บทสรุปจึงชัดเจนว่า MEET Thai Plus ไม่ใช่แค่เวทีดีลพันล้าน แต่เป็นบททดสอบว่าไทยพร้อมยืนเป็นจุดเชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะยาวหรือไม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!