ค้าปลีกยุคพรีเมียม: เมื่อแฟชั่นและสปอร์ตกลายเป็นสมรภูมิใหม่

ค้าปลีกยุคพรีเมียม: เมื่อแฟชั่นและสปอร์ตกลายเป็นสมรภูมิใหม่
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

จากร้านแฟชั่นสู่จักรวาลไลฟ์สไตล์: นิยามใหม่ของค้าปลีกพรีเมียม

การขยายตัวแบรนด์ของค้าปลีกยุคพรีเมียมคือกลยุทธ์ที่ผู้เล่นในตลาดแฟชั่นไทยและร้านค้าปลีกสปอร์ตใช้สร้างระบบนิเวศของสินค้าและประสบการณ์ ตั้งแต่แฟชั่น ดายนิง ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ เพื่อเสริมพลังกันทั้งยอดขายและภาพลักษณ์ในตลาดลักชัวรี่รีเทลที่มีการแข่งขันสูง และถูกจับตามองจากผู้ผลิตแบรนด์ระดับโลกมากขึ้นทุกปี. แนวโน้มนี้ไม่ใช่แค่การเปิดร้านเพิ่ม แต่คือการสร้างจักรวาลของแบรนด์ที่เชื่อมโยงทุกจุดสัมผัสของผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างมีแผนรองรับ ทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ โดยมีข้อมูลลูกค้าและความพรีเมียมเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ.

มุมมองเชิงกลยุทธ์จึงชัดเจนว่า ใครครองจิตใจกลุ่มกำลังซื้อสูงได้ก่อน คนนั้นจะได้เปรียบทั้งในแง่ส่วนแบ่งตลาดและอำนาจต่อรองกับแบรนด์อินเตอร์ ในบริบทที่ตลาดแฟชั่นไทยเคยถูกครอบครองโดยผู้เล่นต่างชาติ การรุกขึ้นมาของกลุ่มค้าปลีกท้องถิ่นผ่านการแตกแบรนด์และจับมือพันธมิตร คือการส่งสัญญาณว่าเกมเปลี่ยนแล้ว และผู้เล่นท้องถิ่นไม่ได้ยอมเป็นเพียงคู่ค้าอีกต่อไป แต่จะเป็นผู้กำหนดเกมร่วมกับเจ้าของแบรนด์ระดับโลก.

Asava Group: บทพิสูจน์ว่าแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยก็สร้างอาณาจักรได้

การเดินทาง 15 ปีของ Asava Group แสดงภาพชัดว่าดีไซเนอร์ท้องถิ่นสามารถยกระดับจากแบรนด์เดี่ยวสู่กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบได้สำเร็จ. จากจุดเริ่มต้นของ “หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา” ดีไซเนอร์ที่เป็นที่รู้จักจากการออกแบบชุดประกวดบนเวทีโลก ไปจนถึงการสร้างพอร์ตที่มีทั้งแบรนด์แฟชั่น 5 แบรนด์ และร้านอาหาร 2 แบรนด์ กลยุทธ์คือการต่อยอดภาพลักษณ์ความหรูหราให้กลายเป็นประสบการณ์ครบวงจรในชีวิตประจำวันของกลุ่มลูกค้าพรีเมียม.

ตัวเลขการเติบโตยิ่งยืนยันว่าแนวทางนี้ได้ผล: ครึ่งปีแรกของปี 2023 Asava เติบโต 35%, Asv 23% และ Uniform by Asava พุ่งถึง 102% ขณะที่ภาพรวมอาซาว่ากรุ๊ปโต 63%. ประโยคที่น่าถอดไปใส่กรอบคือ “หน้าร้านกลายเป็นพื้นที่เพิ่มประสบการณ์ จบการขายไม่ได้เกิดขึ้นในหน้าร้านเพียงอย่างเดียว” เพราะสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของรีเทลจากจุดขายสินค้า ไปเป็นเวทีสร้างเรื่องราวของแบรนด์และไลฟ์สไตล์. การใช้ออนไลน์ให้คิดเป็นราว 30% ของยอดขาย ยิ่งทำให้โมเดลนี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ซื้อเดรสราคาแพงผ่านหน้าจอได้อย่างมั่นใจ.

ค้าปลีกยุคพรีเมียม: เมื่อแฟชั่นและสปอร์ตกลายเป็นสมรภูมิใหม่

CRC Sports x JD Sports: ปักธงพรีเมียมสปอร์ตไลฟ์สไตล์ผ่านดีลหุ้น 40%

ในสมรภูมิร้านค้าปลีกสปอร์ต การตัดสินใจของ CRC Sports เข้าถือหุ้น 40% ใน JD Sports Thailand เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 คือหมากสำคัญที่สะท้อนว่า ตลาดสปอร์ตไลฟ์สไตล์พรีเมียมไม่ได้เป็นแค่หมวดสินค้าเสริมอีกต่อไป แต่คือธุรกิจหลักที่ต้องการผู้เล่นเชิงรุก. ตลาดนี้มีมูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยราว 6% ต่อปี และ CRC Sports ตั้งเป้าจะครองส่วนแบ่งสูงถึง 40% ในอนาคต. นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่บนฐานข้อเท็จจริงว่าคนรุ่นใหม่มองรองเท้าและเสื้อผ้ากีฬาเป็นแฟชั่นไอเท็ม ไม่ใช่แค่เครื่องมือออกกำลังกาย.

ข้อดีของการจับมือกับ JD Sports คือการยืมพลังเครือข่ายระดับโลกกว่า 4,900 สาขาใน 49 ประเทศ และสถานะพันธมิตรกับแบรนด์ยักษ์อย่าง Adidas, Nike รวมถึงแบรนด์ดังอื่นอีกกว่า 30 แบรนด์ เช่น New Balance และ On. “การเข้าลงทุนในครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทก้าวเข้าสู่ตลาดสปอร์ตไลฟ์สไตล์ได้อย่างเต็มตัว” คือคำอธิบายที่ตรงตัวที่สุดของดีลนี้ เพราะมันทำให้พอร์ตที่เคยเน้น Sport Performance ผ่าน Supersports และ Rev Runnr ถูกเติมเต็มด้วยสินค้า Sport Lifestyle ที่ตอบโจทย์ตั้งแต่สายแฟชั่นไปจนถึงนักกีฬาอาชีพ.

ค้าปลีกยุคพรีเมียม: เมื่อแฟชั่นและสปอร์ตกลายเป็นสมรภูมิใหม่

แตกพอร์ตหรือแตกแรง? กลยุทธ์หลากหลายแบรนด์กับเกมยาวของลักชัวรี่รีเทล

ทั้ง Asava Group และ CRC Sports เลือกเส้นทางเดียวกันคือ “การขยายตัวแบรนด์แบบพอร์ตโฟลิโอ” เพราะรู้ว่าการขายแบรนด์เดียวในยุคที่ลูกค้าแสวงหาประสบการณ์ครอบคลุมหลายมิติไม่เพียงพออีกต่อไป. Asava ใช้ดีไซน์และภาพลักษณ์เป็นแกน สร้างตั้งแต่เสื้อผ้าสตรี เอกลักษณ์ยูนิฟอร์ม ไปจนถึงเสื้อผ้าผู้ชาย ชุดแต่งงาน และร้านอาหาร เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาอยู่ในโลกของแบรนด์ให้ได้นานที่สุด. ด้าน CRC Sports ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อหุ้นและเชื่อมเครือข่ายร้าน Supersports, Rev Runnr, Mono Store กับ JD Sports รวมกันกว่า 140 สาขาในประเทศ เพื่อสร้างระบบจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทุกสเตจของผู้บริโภค.

คำถามสำคัญคือแตกพอร์ตแล้ว “แตกแรง” หรือไม่? หากดูตัวเลข JD Sports Thailand ที่มีรายได้ 1,939 ล้านบาท และกำไร 189 ล้านบาทในปี 2025 ดีลถือหุ้น 40% ทำให้ CRC Sports ได้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาเสริมความแข็งแรงทางการเงินทันที. ขณะเดียวกัน Asava Group ตั้งเป้าเติบโตทั้งปริมาณและยอดขายเกิน 50% ต่อปีในช่วงปีปัจจุบันและปีถัดไป พร้อมรีโนเวตสาขาหลักให้สะท้อนดีเอ็นเอแบรนด์พรีเมียมยิ่งขึ้น. นี่คือการลงทุนเพื่อเกมยาว ที่ไม่ได้แย่งชิงแค่ยอดขายวันนี้ แต่ปักธงว่าจะเป็นผู้เล่นหลักในตลาดแฟชั่นและสปอร์ตพรีเมียมในช่วงหลายปีข้างหน้า.

ค้าปลีกยุคพรีเมียม: เมื่อแฟชั่นและสปอร์ตกลายเป็นสมรภูมิใหม่

อนาคตตลาดแฟชั่นและสปอร์ตพรีเมียม: ใครเข้าใจไลฟ์สไตล์มากกว่ากันคือผู้ชนะ

เมื่อมองไปข้างหน้า ทิศทางชัดเจนคือ ตลาดแฟชั่นไทยและลักชัวรี่รีเทลจะยิ่งถูกขับเคลื่อนด้วยสองแรงหลัก: การแตกแบรนด์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะ และการจับมือพันธมิตรเพื่อเข้าถึงสินค้าและเทคโนโลยีระดับโลก. CRC Sports มีโรดแม็ปขยายสาขา JD Sports ในประเทศจาก 15 เป็น 30 แห่งภายใน 5 ปี โดยอาศัยทำเลในเครือกลุ่มเซ็นทรัลเป็นฐานสำคัญ. ขณะเดียวกัน Asava เตรียมรีเซ็ตกลยุทธ์บุกตลาดอาเซียนผ่านการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ในหลายประเทศ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและใกล้เคียงกับฐานลูกค้าเดิม.

บทสรุปคือ สมรภูมิใหม่ของค้าปลีกพรีเมียมไม่ใช่การแข่งเปิดสาขาให้เยอะที่สุด แต่คือการแข่งกันเข้าใจ “ชีวิต” ของลูกค้ามากที่สุด. แบรนด์ที่มองเห็นว่าลูกค้าคนหนึ่งอาจเป็นทั้งผู้บริโภคแฟชั่นหรู คนรักกีฬา และสายดายนิงในคนเดียว แล้วออกแบบการขยายตัวแบรนด์ให้รองรับทุกบทบาทในชีวิตเขาได้ จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว. ในเกมนี้ ผู้เล่นท้องถิ่นที่กล้าลงทุนในตัวตนของแบรนด์ตัวเอง และกล้าใช้พันธมิตรระดับโลกเป็นตัวเร่ง ย่อมมีโอกาสพลิกสมดุลอำนาจจากผู้เล่นต่างชาติ และยกระดับภาพรวมของตลาดให้เติบโตไปด้วยกัน.

ค้าปลีกยุคพรีเมียม: เมื่อแฟชั่นและสปอร์ตกลายเป็นสมรภูมิใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!