โรดโชว์การลงทุนที่สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของทุนเกาหลี
การลงทุนเกาหลีใต้ในเทคโนโลยีแห่งอนาคตคือการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินและองค์ความรู้จากกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ไปสู่ฐานการผลิตและวิจัยต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีความงาม เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่โรงงานสมาร์ทแมนูแฟคเจอริงไปจนถึงศูนย์ R&D และดาต้าเซ็นเตอร์ AI พร้อมทั้งยกระดับบุคลากรและซัพพลายเออร์ท้องถิ่นให้ก้าวทันมาตรฐานโลก การเดินทางโรดโชว์การลงทุนของบีโอไอไปกรุงโซล ระหว่างวันที่ 28–29 กันยายน 2569 เป็นสัญญาณว่าทุนเกาหลีไม่ได้มองแค่ฐานแรงงานราคาถูก แต่กำลังจัดวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง โดยเจรจากับ Hyundai Motor T-Robotics และ COSMAX รวมถึงสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่และต่อยอดฐานเดิมในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ EV แบตเตอรี่ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ ไปถึงอุตสาหกรรมความงามและคลื่นลงทุน Physical AI และ AI Data Center ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทุนเกาหลีใต้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 167 โครงการ มูลค่ากว่า 65,900 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าความสัมพันธ์ด้านการลงทุนไม่ได้เพิ่งเริ่ม แต่กำลังเข้าสู่เฟสยกระดับมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนโรงงานผลิต
Hyundai กับเดิมพันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและสมาร์ทแมนูแฟคเจอริง
แกนกลางของการลงทุนเกาหลีใต้รอบนี้คือการผลักดันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและฐาน EV ให้กลายเป็นหัวรถจักรดึงเทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามา การที่ Hyundai Motor ได้รับการสนับสนุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน พร้อมเริ่มผลิตจริงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่ธุรกิจใหม่ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของอีโคซิสเต็มยานยนต์ยุคต่อไป จุดสำคัญคือ บีโอไอไม่ได้เจรจาเพื่อเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ผลักให้ Hyundai ขยับจากฐานโรงงานไปสู่ R&D และการผลิตอัจฉริยะ เชื่อมโรงงานเข้ากับข้อมูลและระบบอัตโนมัติเพื่อสร้างสมาร์ทแมนูแฟคเจอริงอย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนาซัพพลายเออร์ท้องถิ่นให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ Hyundai คือการส่งสัญญาณว่าฐานการผลิตอนาคตจะวัดกันที่ความสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดประกอบรถ คำกล่าวที่น่าจดจำจากฝั่งไทยคือ “เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มกำลังผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะยาว” ซึ่งสะท้อนว่าการลงทุนในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า คือเดิมพันด้านโครงสร้างของเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว
T-Robotics กับบทบาทสะพานเชื่อมเซมิคอนดักเตอร์ผลิตการและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
หาก Hyundai คือเครื่องยนต์ฝั่งยานยนต์ T-Robotics ก็เป็นหัวใจฝั่งชิปและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม การเชิญชวนให้บริษัทผู้เชี่ยวชาญหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรมรายนี้เข้ามาลงทุนขยายฐานเป็นการยอมรับอย่างชัดเจนว่าอนาคตของเซมิคอนดักเตอร์ผลิตการจะผูกกับระบบอัตโนมัติขั้นสูง ตั้งแต่ Vacuum Transfer Robot ในห้องคลีนรูม ไปจนถึงหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ AMR และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ทำงานร่วมกับคนในโรงงาน การลงทุนเกาหลีใต้รอบนี้จึงไม่ได้มองหุ่นยนต์เป็นแค่เครื่องจักร แต่เป็นแพลตฟอร์มฝึกทักษะใหม่ให้บุคลากร ใช้การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยท้องถิ่นและโครงการ Skill Bridge พัฒนาคนให้พร้อมรับงานเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และสมาร์ทแมนูแฟคเจอริง การสร้างซัพพลายเชนชิ้นส่วนหุ่นยนต์ภายในประเทศคือการประกาศว่าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจะกลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่สินค้านำเข้า ทิศทางนี้มีนัยสำคัญต่อช่างเทคนิค วิศวกร และสตาร์ทอัพหุ่นยนต์ในประเทศ เพราะเปิดพื้นที่ให้เชื่อมต่อกับลูกค้าในอุตสาหกรรมระดับโลกและทดลองเทคโนโลยีใหม่ในโรงงานจริง นี่คือการยกระดับฐานผลิตให้กลายเป็นสนามทดลองนวัตกรรม ไม่ใช่แค่สายประกอบที่ทำตามแบบเฉยๆ

COSMAX ทุนบิวตี้ที่คิดแบบโรงงานและศูนย์ R&D พร้อมกัน
ด้าน COSMAX แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมความงามกำลังถูกจัดวางในกรอบเดียวกับอุตสาหกรรมไฮเทค บริษัทผู้นำด้านวิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพรายนี้มีโรงงานผลิต 27 แห่ง และศูนย์วิจัย 9 แห่งทั่วโลก และกำลังลงทุนเพิ่มเติมกว่า 1,800 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานใหม่ขยายกำลังผลิต พร้อมจ้างงานบุคลากรท้องถิ่นจากกว่า 500 คนเพิ่มเป็นกว่า 700 คน และนำระบบการผลิตอัจฉริยะมาใช้ควบคู่การทดสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล สิ่งสำคัญคือ บีโอไอไม่ได้พอใจแค่บทบาทโรงงานผลิต แต่กระตุ้นให้ COSMAX พิจารณาขยายห้องปฏิบัติการวิจัยและศูนย์ฝึกอบรม เพื่อให้ฐานการผลิตบิวตี้เทคกลายเป็นศูนย์กลาง R&D และนวัตกรรมสุขภาพความงามของภูมิภาคในระยะยาว การผลักดันให้ใช้วัตถุดิบในประเทศและเชื่อมผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ COSMAX เท่ากับเปิดทางให้อุตสาหกรรมความงามภายในประเทศก้าวจากการเป็น OEM ราคาถูก ไปสู่การเป็นเจ้าของสูตรและเทคโนโลยีเอง นัยสำคัญอีกชั้นคือ COSMAX ตั้งใจทำตัวเป็น “ประตูเชื่อม” นำเทคโนโลยี K-Beauty มาสู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และผลัก T-Beauty ออกสู่ตลาดโลกในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากทำสำเร็จ การลงทุนด้านบิวตี้เทคครั้งนี้จะกระทบถึงผู้ประกอบการรายย่อย นักวิจัย และแบรนด์ใหม่ที่อยากสร้างสินค้าความงามระดับสากล
จากฐานผลิตสู่สมาร์ทแมนูแฟคเจอริงและศูนย์เทคโนโลยีภูมิภาค
เมื่อมองภาพรวม การลงทุนเกาหลีใต้ในรอบนี้ไม่ใช่การกระจายโรงงานแบบเดิม แต่เป็นการออกแบบห่วงโซ่เทคโนโลยีครบวงจร ตั้งแต่ EV และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ผลิตการ ไปจนถึงบิวตี้เทคและคลื่นลงทุนใหม่อย่าง Physical AI และ AI Data Center โดยมีโรดโชว์การลงทุนเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ผลักดันจากฐานผลิตสู่สมาร์ทแมนูแฟคเจอริงและงานวิจัยพัฒนา สำหรับคนทั่วไป ผลกระทบจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นในหลายมิติ รถยนต์ไฟฟ้าหลากรุ่นมากขึ้น ราคาที่แข่งขันได้ขึ้น ผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแต่เข้าถึงได้ และโอกาสงานใหม่ในสายวิศวกรรม หุ่นยนต์ AI ชิป และบิวตี้เทค การจ้างงานระดับหลายร้อยคนจากกรณี COSMAX เป็นเพียงตัวอย่างแรกของกระแสนี้ โดยรวมแล้ว การผลักดันการลงทุนเกาหลีใต้ให้ขยับไปสู่ R&D และการผลิตอัจฉริยะคือก้าวสำคัญของการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภูมิภาค หากสามารถดึงให้ผู้ประกอบการและแรงงานในประเทศเดินไปพร้อมกับทุนต่างชาติได้ ฐานผลิตเดิมจะถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่พื้นที่รองรับงานประกอบ และนั่นคือจุดชี้ชะตาว่าจะเป็นเพียงตลาดของสินค้าเทคโนโลยี หรือจะขึ้นมาเป็นผู้ร่วมสร้างนวัตกรรมด้วยตัวเอง






