แบรนด์ไทยพรีเมียมรุกหนัก ชิงสนามสินค้ามวลชนด้วยกลยุทธ์ขยายตัวเร็ว

แบรนด์ไทยพรีเมียมรุกหนัก ชิงสนามสินค้ามวลชนด้วยกลยุทธ์ขยายตัวเร็ว
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

ยุคใหม่ของแบรนด์ไทยพรีเมียม: จากสินค้ามวลชนสู่สนามประสบการณ์

การผงาดขึ้นของแบรนด์ไทยพรีเมียมคือปรากฏการณ์ที่ผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์เจาะตลาดเฉพาะและขยายธุรกิจในหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่อิ่มตัวอยู่แล้ว โดยเน้นคุณภาพสินค้า การออกแบบประสบการณ์ และการโตแบบรวดเร็ว เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ตลาดส่วนแบ่งจากผู้เล่นรายใหญ่ที่ครองตลาดมานานในหมวดน้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และร้านอาหาร Grab & Go ทั้งหมดนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่หันมามองหาความคุ้มค่าในมิติคุณภาพและอัตลักษณ์ของแบรนด์ มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว

ภาพรวมจึงไม่ใช่แค่การขยายตลาดอาหารไปยังแนวพรีเมียม แต่เป็นการท้าทายโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เคยพึ่งพา "ของถูกเยอะ" กลายเป็นสนามที่ใครออกแบบประสบการณ์และคุณค่าทางใจได้ดีกว่า ก็มีโอกาสกลายเป็นผู้นำใหม่ในตลาดอิ่มตัวที่ดูเหมือนนิ่ง แต่แท้จริงกำลังหมุนเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างชัดเจน

6ty Degrees: น้ำแร่พรีเมียมที่จู่โจมตลาดน้ำแร่ไทยด้วยเป้าส่วนแบ่งปีแรก 20%

ในตลาดน้ำแร่ไทยที่ดูเงียบและแทบไม่มีผู้เล่นรายใหม่ แบรนด์ 6ty Degrees เลือกเดินเกมแบบกล้าชน โดยใช้จุดขายความเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ผสานแร่ธาตุ 16 ชนิด และเทคโนโลยีการผลิตระบบปิดแบบ Fully Automation ลงทุนโรงงานกว่า 1,000 ล้านบาทบนกำลังการผลิต 1 ล้านขวดต่อวัน วิสัยทัศน์คือการทำให้สินค้าที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมสามารถดื่มได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่โอกาสพิเศษ นี่คือการหาจุดต่างในตลาดน้ำแร่ไทยที่เดิมถูกผูกขาดด้วยไม่กี่แบรนด์และมีการเติบโตเพียง 8-10% ต่อปี

สิ่งที่น่าจับตาคือเป้าหมายด้านส่วนแบ่งตลาดที่ตั้งไว้สูงมากสำหรับผู้เล่นใหม่ แบรนด์ตั้งใจชิง 20% ของมาร์เก็ตแชร์ในปีแรก พร้อมแผนยืนเป็น Top3 ภายในสามปี ในสนามที่ผู้บริโภคแทบไม่มี Brand Loyalty ต่อแบรนด์น้ำแร่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกแบบ zero waste ทั้งฝา ขวด และฉลาก ดีไซน์พรีเมียมแต่สื่อสารความเข้าถึงง่าย เป็นการยืนยันว่าเกมนี้ไม่ได้แข่งด้วยราคา หากแข่งด้วยคุณภาพ ความปลอดภัยต่อสุขภาพ และบุคลิกของแบรนด์ที่ชัดเจน

แบรนด์ไทยพรีเมียมรุกหนัก ชิงสนามสินค้ามวลชนด้วยกลยุทธ์ขยายตัวเร็ว

Waiwai WOW: บะหมี่พรีเมียมราคาเข้าถึงง่ายในสมรภูมิ 2.3 หมื่นล้าน

ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาทที่เริ่มอิ่มตัวและต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน แบรนด์เก่าแก่อายุ 54 ปีอย่างไวไวเลือกเปิดศึกใหม่ด้วย Waiwai WOW ที่ตั้งใจเจาะกลุ่มวัยทีนและคนรุ่นใหม่ในเซกเมนต์พรีเมียม จุดขายคือรสชาติใหม่ที่แตกต่างจากบะหมี่แมส พร้อมราคาที่เข้าถึงง่ายเพียง 11 บาทต่อซอง ทำให้ภาพ "พรีเมียม" ในสายตาผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องหมายถึงแพงเสมอไป แต่คือการยกระดับประสบการณ์และความสนุกในการกินในกรอบราคาที่ยังประหยัด

เมื่อดูตัวเลขตลาดพรีเมียมที่เติบโตจาก 1,822 ล้านบาทในปี 2023 เป็น 2,278 ล้านบาทในปี 2024 และคาดว่าจะไปถึง 3,037 ล้านบาทในปี 2025 การลงสนามของ Waiwai WOW พร้อมเป้าหมายชิงส่วนแบ่ง 20-25% ภายใน 3-5 ปี คือการยืนยันว่าอนาคตของสินค้ามวลชนไม่ได้อยู่ที่การขายถูกลง แต่คือการสร้างแบรนด์ที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น ผ่านรสชาติใหม่ การสื่อสารบนโลกโซเชียล และการทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนผู้กินได้

แบรนด์ไทยพรีเมียมรุกหนัก ชิงสนามสินค้ามวลชนด้วยกลยุทธ์ขยายตัวเร็ว

White Story: จากคาเฟ่บ้านไม้สีขาวสู่ธุรกิจขยายสาขาแนว Grab & Go

อีกด้านหนึ่งของการขยายตลาดอาหารในแนวพรีเมียมคือ White Story ที่เริ่มจากคาเฟ่บ้านไม้สีขาวหลังเล็กริมถนนย่านชานเมือง ด้วยเงินลงทุนจำกัดและความหลงใหลในการทำอาหารและเบเกอรี ก่อนปรับตัวสู่โมเดล Grab & Go เพื่อตอบรับเทรนด์ Lazy Economy และความเร่งรีบของคนเมือง จุดพลิกคือการแบ่งพื้นที่ร้านในศูนย์การค้าขนาด 160 ตารางเมตรให้ 30% ขายอาหารกล่องและเครื่องดื่มแบบพร้อมหยิบไปกิน เจาะลูกค้ามนุษย์เงินเดือนในโซนที่ยังมีตัวเลือกคุณภาพน้อย

กลยุทธ์ที่ทำให้ White Story แตกต่างคือการยืนบนภาพลักษณ์ "อร่อย ใส่ใจสุขภาพ และปลอดภัย" พร้อมลงทุนครัวกลางเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าและรองรับการเติบโตระยะยาว การออกแบบเมนูที่ร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยหรือผู้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานคือการใช้พรีเมียมในความหมายของความใส่ใจสุขภาพมากกว่าความหรูหรา เมื่อรายได้เติบโตจาก 165 ล้านบาทในปี 2022 เป็น 394 ล้านบาทในปี 2023 และ 598 ล้านบาทในปี 2024 พร้อมเป้าวางที่ 800 ล้านบาทในปี 2025 โมเดลธุรกิจขยายสาขาจำนวนมากในรูปแบบ Grab & Go จึงกลายเป็นตัวอย่างว่าพรีเมียมสามารถผสมกับการเข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

แบรนด์ไทยพรีเมียมรุกหนัก ชิงสนามสินค้ามวลชนด้วยกลยุทธ์ขยายตัวเร็ว

สัญญาณเปลี่ยนเกม: เมื่อผู้บริโภคเลือกคุณภาพและแบรนด์มากกว่าของถูก

หากมองภาพรวม ทั้ง 6ty Degrees, Waiwai WOW และ White Story กำลังส่งสัญญาณร่วมกันว่าตลาดที่เคยถูกนิยามว่าอิ่มตัวไม่ได้หมดโอกาส เพียงแต่โอกาสใหม่ไม่ได้อยู่ในสินค้าราคาถูก แต่อยู่ในแบรนด์ไทยพรีเมียมที่กล้ากำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับผู้บริโภค การรวมตัวของผู้เล่นใหญ่ในตลาดน้ำดื่มมูลค่า 3,000-4,000 ล้านบาทซึ่งมีผู้เล่นไม่กี่ราย การเติบโตของตลาดร้านอาหารมูลค่า 435,000 ล้านบาทจากการออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านและการท่องเที่ยว รวมถึงการแข่งขันเดือดในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มองได้ว่าผู้บริโภคกำลังให้คุณค่ากับคุณภาพ รสชาติ และประสบการณ์

สิ่งที่ผู้ประกอบการรายใหม่และรายเดิมควรถามตัวเองไม่ใช่ "จะลดราคาได้อีกเท่าไร" แต่คือ "จะสร้างคุณค่าอะไรให้คนพร้อมจ่ายเพิ่ม" 6ty Degrees ใช้คุณภาพน้ำแร่และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นคำตอบ Waiwai WOW ใช้รสชาติ แพ็กเกจ และภาพลักษณ์วัยทีนในราคาที่จับต้องได้ ส่วน White Story ใช้ความสะดวกแบบ Grab & Go ผสมกับเมนูสุขภาพและครัวกลางที่มาตรฐานสูง เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่เลือกจ่ายให้กับคุณภาพและอัตลักษณ์ การแข่งขันจึงไม่ใช่เพียงแย่งชั้นวาง แต่เป็นการแย่งพื้นที่ในหัวใจลูกค้า ใครเข้าใจเรื่องนี้ก่อน มีโอกาสเปลี่ยนจากผู้เล่นเล็กเป็นแชมป์ตลาดส่วนแบ่งในเวลาไม่นาน

แบรนด์ไทยพรีเมียมรุกหนัก ชิงสนามสินค้ามวลชนด้วยกลยุทธ์ขยายตัวเร็ว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!