ฝนตกน้ำท่วมกับโรคช่วงฤดูฝน ทำไมต้องจริงจังเรื่องสุขภาพ
โรคช่วงฤดูฝนคือกลุ่มโรคที่มีอัตราการพบสูงขึ้นเมื่อมีฝนตกหนักและน้ำท่วม รวมถึงสภาพแวดล้อมที่มีน้ำขัง ความชื้นสูง คนอยู่รวมกันในพื้นที่ปิด และการปนเปื้อนเชื้อโรคในน้ำ อาหาร หรือโคลน ทำให้เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตแพร่ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีความเสี่ยงเจ็บป่วยทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผิวหนังและบาดแผล จึงต้องรู้เท่าทันอาการเตือนภัยและวิธีป้องกันอย่างเป็นระบบเพื่อคงสุขภาพฤดูฝนให้ปลอดภัย ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องและสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้กระทบแค่การเดินทางหรือการใช้ชีวิต แต่ดึงเอาความเสี่ยงด้านสุขภาพหลายด้านเข้ามาด้วย ทั้งน้ำขังที่กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง น้ำและอาหารที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค ไปจนถึงการต้องลุยน้ำหรือสัมผัสโคลนนานๆ หากมองว่าแค่ไข้ต่ำๆ ท้องเสียเล็กน้อยหรือผื่นคันเดี๋ยวก็หาย คุณอาจกำลังปล่อยให้โรคแทรกซ้อนลุกลาม โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเป็นประจำที่เสี่ยงอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

ไข้หวัดใหญ่และโรคทางเดินหายใจ เมื่อฝนทำให้คนอยู่ใกล้กันมากขึ้น
ในช่วงฝนตกหนักคนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตในพื้นที่ปิดร่วมกัน ไม่ว่าจะในบ้าน ศูนย์พักพิง หรือที่ทำงาน ทำให้เชื้อทางเดินหายใจแพร่ง่าย โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อผ่านละอองไอจามและมือที่สัมผัสสิ่งของปนเปื้อนแล้วจับตา จมูก หรือปาก การคิดว่าแค่โดนฝนหรือพักผ่อนน้อยจึงเป็นความประมาทที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางปอดและหัวใจ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคช่วง 1 มกราคมถึง 8 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 213,621 ราย และเสียชีวิต 22 ราย โดยกลุ่มอายุ 5–9 ปีพบมากที่สุด นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรอ่านแล้วผ่านไป อาการเตือนภัยที่ต้องจับตาได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ไอ เจ็บคอ น้ำมูก และอ่อนเพลีย หากไข้สูงต่อเนื่อง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรืออาการทรุดเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรังที่เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนมากกว่า วิธีป้องกันโรคฝนกลุ่มนี้ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ คือ ล้างมือบ่อย สวมหน้ากากเมื่อป่วยหรืออยู่ในที่แออัด หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน และพักผ่อนให้พอ เพราะการต้องรับมือทั้งน้ำท่วมและอาการป่วยพร้อมกันคือการกดดันร่างกายอย่างหนัก

ไข้เลือดออก น้ำขังเล็กน้อยก็เพียงพอให้ยุงลายเปลี่ยนชีวิตคุณ
หลายคนมองเห็นแต่น้ำท่วมบนถนน แต่ละเลยน้ำขังเล็กๆ ในจานรองกระถางหรือถังน้ำหน้าบ้าน ทั้งที่นั่นคือโรงงานผลิตยุงลายขนาดย่อมที่พร้อมปล่อยเชื้อไข้เลือดออกทุกวันหลังฝนหยุด น้ำขังหลังฝนเปิดทางให้ยุงลายเพิ่มจำนวน และเมื่อฝนตกต่อเนื่องน้ำระบายไม่ทัน แหล่งเพาะพันธุ์ก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย ข้อมูลกรมควบคุมโรคตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 22 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม 16,094 ราย เสียชีวิต 26 ราย โดยพบมากในกลุ่มอายุ 10–19 ปี นั่นหมายความว่าเด็กโตและวัยรุ่นที่ออกนอกบ้านบ่อยกำลังอยู่ในแนวยิงตรงของยุงลาย อาการเตือนภัยแรกคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีผื่น หากช่วงไข้เริ่มลดกลับมีปวดท้องมาก อาเจียนบ่อย ซึม มือเท้าเย็น หรือมีเลือดออกผิดปกติ ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที และไม่ควรซื้อยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนกมากินเองเมื่อสงสัยไข้เลือดออก เพราะเสี่ยงเลือดออกมากขึ้น การป้องกันโรคฝนชนิดนี้เริ่มจากบ้านของเราเอง สำรวจรอบบ้าน เทน้ำในภาชนะต่างๆ และปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด จุดเล็กๆ ที่คุณมองข้ามอาจเป็นที่วางไข่ของยุงลายที่ทำให้คนทั้งบ้านนอนไข้บนเตียงในเวลาไม่กี่วัน
ไข้ฉี่หนู อุจจาระร่วง และโรคผิวหนัง เมื่อการลุยน้ำกลายเป็นความเสี่ยงเงียบ
คนที่ต้องลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือกลับไปเก็บบ้านหลังน้ำลดมักโฟกัสแค่การเคลียร์ข้าวของ แต่ละเลยความเสี่ยงจากเชื้อโรคในน้ำท่วม หนึ่งในโรคที่ถูกมองข้ามคือไข้ฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรสิส เชื้อแบคทีเรียจากปัสสาวะสัตว์หลายชนิดสามารถปนเปื้อนลงดิน น้ำ และโคลน ก่อนเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุต่างๆ แม้เป็นแผลเล็กจนแทบมองไม่เห็น ข้อมูลกรมควบคุมโรคช่วง 1 มกราคมถึง 21 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วย 2,190 ราย และเสียชีวิต 30 ราย ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการลุยน้ำโดยไม่ป้องกันคือการเสี่ยงชีวิตแบบไม่รู้ตัว หลังลุยน้ำ ถ้ามีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและหลัง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน อย่าคิดว่าเป็นแค่ความเหนื่อยจากการทำงานลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งว่ามีประวัติสัมผัสน้ำท่วมหรือโคลนเพื่อช่วยให้วินิจฉัยเร็วขึ้น ด้านอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ น้ำท่วมทำให้โอกาสปนเปื้อนเชื้อในอาหารสูงขึ้น หากกินอาหารที่ไม่สะอาดหรือสัมผัสน้ำท่วมโดยตรงอาจเกิดท้องเสียรุนแรง เสียเกลือแร่และเสี่ยงขาดน้ำ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ร่างกายรับมือได้น้อยกว่าคนวัยทำงาน โรคผิวหนังและแผลติดเชื้อก็พบมากในช่วงนี้ บาดแผลที่สัมผัสน้ำสกปรกอาจอักเสบ บวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือมีไข้ร่วมด้วย ถ้าปล่อยไว้จากแผลเล็กๆ อาจลุกลามกลายเป็นปัญหาที่รักษายาก โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ดูแลสุขภาพฤดูฝนแบบแพทย์แนะนำ รู้เร็วรักษาไว ป้องกันได้ในชีวิตประจำวัน
หัวใจของการรับมือโรคช่วงฤดูฝนไม่ใช่แค่รู้ชื่อโรค แต่คือการสังเกตอาการเตือนภัยให้ทันและกล้าตัดสินใจไปพบแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย แพทย์ได้เน้นให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษช่วงฝนตกน้ำท่วม พร้อมหมั่นเช็กสาเหตุ อาการเตือน และวิธีดูแลตัวเองของ 5 โรคสำคัญ เพื่อไม่ปล่อยให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นภาวะวิกฤต วิธีป้องกันและดูแลตัวเองที่ทำได้ทุกวันคือ ล้างมือบ่อย เลือกอาหารปรุงสุกใหม่และดื่มน้ำสะอาด ล้างมือก่อนกินอาหาร และถ้าอาหารหรือวัตถุดิบสัมผัสน้ำท่วมโดยตรงควรทิ้งมากกว่าคิดเสียดาย เมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำให้สวมรองเท้าบูต ถุงมือ ปิดบาดแผลให้มิดชิด หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า และรีบล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังขึ้นจากน้ำ พร้อมกับจัดการแหล่งน้ำขังรอบบ้านเพื่อป้องกันยุงลาย ในภาพรวม สุขภาพฤดูฝนต้องอาศัยทั้งการป้องกันและการไม่เพิกเฉยต่ออาการผิดปกติ แพทย์ย้ำว่า หากมีอาการที่น่าเป็นห่วงไม่ควรรอจนรุนแรง ควรเข้ารับการตรวจและรักษาให้เหมาะสม และดูแลทั้งสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็งเพื่อผ่านช่วงฝนนี้ไปอย่างปลอดภัย หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติมสามารถติดต่อโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ได้ทุกวันทางโทรศัพท์ 02-079-0070






