ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Quiet Luxury และมรดกแบรนด์ในรองเท้าดีไซเนอร์โคลาบยุคใหม่

Quiet Luxury และมรดกแบรนด์ในรองเท้าดีไซเนอร์โคลาบยุคใหม่
ความสนใจ|เทรนด์แฟชั่น

รองเท้าดีไซเนอร์โคลาบยุค Quiet Luxury ไม่ใช่แค่การดรอปของหายากอีกต่อไป

รองเท้าดีไซเนอร์โคลาบคือการร่วมมือระหว่างแบรนด์รองเท้ากีฬาหรือสตรีตกับดีไซเนอร์หรือครีเอทีฟ เพื่อสร้างรองเท้าที่ผสานเทคโนโลยีเพอร์ฟอร์แมนซ์กับเอกลักษณ์ทางแฟชั่น และเล่าเรื่องราวหรือปรัชญาเฉพาะของทั้งสองฝ่ายในคู่เดียว เน้นงานออกแบบ รายละเอียด และบริบททางวัฒนธรรมมากกว่าการผลิตรองเท้าเพื่อกระแสชั่วคราวแบบดรอปจำกัดจำนวน หัวใจของแนวโน้มใหม่คือการขยับจากความไฮป์ไปสู่ Quiet Luxury sneaker ที่เน้นคุณภาพ วัสดุ และความหมายเบื้องหลังมากกว่าความอลังการของโลโก้ การคอลแลบของ adidas PUMA และ Onitsuka Tiger ในช่วงออทัมน์รอบนี้สะท้อนชัดว่าพรีเมียมแบรนด์กำลังใช้รองเท้าเป็นสื่อเล่าเรื่องปรัชญาและมรดกตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านโลกการวิ่ง การออกแบบมินิมัล หรือการรื้อฟื้นโมเดลจากอาร์ไคฟ์

adidas x H.KOUMORI The Unity of Duality เมื่อรองเท้าวิ่งเล่าเรื่องครูและศิษย์

adidas collaboration FW26 กับ H.KOUMORI ภายใต้แนวคิด The Unity of Duality เลือกเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชี้แนะและผู้เรียนมากกว่าการโปรโมตเทคโนโลยีล้วนๆ ครั้งนี้รองเท้าและเสื้อผ้าถูกเชื่อมด้วยคำถามใกล้ตัวนักวิ่งว่า ระหว่างคนที่คอยแนะนำกับคนที่กำลังเรียนรู้ ใครกันแน่คือผู้ถ่ายทอดบทเรียนให้กันและกัน แนวคิดว่าบทบาทครูและศิษย์สลับกันได้ตลอดทำให้กราฟิกเข็มทิศ รูปทรงพร่าเลือน และวงกลมสองวงมีความหมายเกินกว่าการจับโลโก้มาวางคู่กัน ฝั่งรองเท้า Adizero EVO SL WOVEN H.KOUMORI ใช้พื้นกลาง LIGHTSTRIKE Pro เพื่อตอบโจทย์ทั้งการวิ่งและการใส่ทุกวัน ส่วน Hyperboost Edge H.KOUMORI ใช้พื้น Hyperboost Pro ร่วมกับพื้นสัมผัส Lighttraxion และยาง Continental เพื่อแยกหน้าที่รองรับแรงกับการยึดเกาะ โทน Charcoal และ Night Grey สื่อความจริงจัง แต่ตัดด้วยดีเทลสีฟ้าให้ดูร่วมสมัย สิ่งที่หลายคนต้องจำคือสมรรถนะการวิ่งยังต้องอาศัยการลองใช้งานจริง จึงไม่ควรตีความว่ารุ่นคอลแลบจะวิ่งดีขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะดีไซน์ใหม่ ในฝั่งราคา การคอลแลบนี้ตั้งตัวเองในระดับพรีเมียมชัดเจน Hyperboost Edge HK ราคา 7,500 บาท ส่วน Adizero EVO SL HK อยู่ที่ 5,800 บาท และเสื้อผ้าเริ่มต้น 2,200 บาท สอดคล้องกับการวางตำแหน่งเป็นไลน์ที่เชื่อมโลกการวิ่งกับไลฟ์สไตล์คุณภาพสูง มากกว่าการเป็นรองเท้าสตรีตแฟชั่นราคาย่อมเยา

Quiet Luxury sneaker ในมุมมอง PUMA x Daniëlle Cathari

ฝั่ง PUMA Speedcat Daniëlle และ Suede ที่ออกแบบร่วมกับ Daniëlle Cathari แสดงภาพ Quiet Luxury sneaker อย่างชัดเจน คอลเลกชันใหม่นี้ผสานมรดกด้านเพอร์ฟอร์แมนซ์และไลฟ์สไตล์อันยาวนานของ PUMA เข้ากับมินิมัลเอสเธติกของ Cathari โดยเน้นงานฝีมือ เท็กซ์เจอร์ และการตัดเย็บที่ประณีต Speedcat ที่ดึงจากอาร์ไคฟ์มอเตอร์สปอร์ตถูกปรับให้ร่วมสมัยด้วยโครงสร้างหนังเบอร์กันดีแบบไร้เชือก ทรงเตี้ยเรียวและการกดลึกโลโก้ “ดวงตาแมงมุม” ที่ส้น ซึ่งให้ความรู้สึกพรีเมียมแต่ไม่โวยวาย ด้าน PUMA Suede เลือกใช้หนังกลับเกรดสูงในโทนฟ้าอ่อนตัดกับพื้นกัมโซลแบบเหนือกาลเวลา Cathari เล่นกับ Formstrip โดยโอบล้อมรูปทรงไว้ แล้วเติมเวิร์ดมาร์ก CATHARI แบบกดลึกสีเดียวกับรองเท้าบนลิ้น ทั้งหมดนี้สื่อว่าความหรูไม่ต้องมาพร้อมสีฉูดฉาดหรือโลโก้ใหญ่ แคมเปญภาพพอร์ตเทรตในสตูดิโอที่จับคู่กับเสื้อผ้าเบสิก ยิ่งตอกย้ำสไตล์ที่ดูแพงเงียบๆ สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับดีเทลมากกว่าการประกาศแบรนด์ ข้อจำกัดคือแคปซูลนี้จะวางจำหน่ายเฉพาะวันที่ 26 กันยายนในร้าน PUMA ที่ร่วมรายการเท่านั้น ทำให้การเข้าถึงขึ้นอยู่กับทำเลและจำนวนร้าน

Onitsuka Tiger heritage และการคืนชีพ Tai-Chi OG จากยุค 2000s

ในขณะที่หลายแบรนด์หมุนตามเทรนด์เร็ว Onitsuka Tiger เลือกเล่าสายมรดกผ่านการรื้อฟื้น Tai-Chi OG การรีอิชชูครั้งนี้นำซิลูเอตจากปี 2003 กลับมา ซึ่งเป็นหนึ่งในสไตล์สำคัญช่วงที่แบรนด์กำลังเปลี่ยนจากสปอร์ตเพอร์ฟอร์แมนซ์ไปสู่การเป็นเลเบลแฟชั่นอย่างเต็มตัว โมเดลต้นฉบับได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าไทเก๊าจริงที่มีหน้าตามินิมัล ทำให้ Tai-Chi กลายเป็นไอคอนยุค 2000s สำหรับคนที่อินกับดีไซน์โลว์คีย์มากกว่ากระแสตามฤดูกาล การเปิดตัวคอลเลกชัน TAI-CHI OG ที่แฟล็กชิปร้าน Fashion Walk เมื่อวันที่ 17 กันยายนสะท้อนว่าการเล่าเรื่องอาร์ไคฟ์ยังเป็นอาวุธสำคัญของ Onitsuka Tiger โมเดลใหม่รักษาโครงสร้างหัวรองเท้า Plain toe และทรงเรียวไว้เกือบทั้งหมด เพื่อเสนอทางเลือกที่สะอาดตาและเงียบ สำหรับคนที่ให้คุณค่าแก่มรดกและประวัติการออกแบบมากกว่าลวดลายหวือหวา แง่มุมนี้ทำให้ Tai-Chi OG เป็นอีกตัวอย่างของ Quiet Luxury sneaker ในแบบญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบและเรื่องราวมากกว่าการตามเทรนด์รวดเร็ว

จากไฮป์ดรอปสู่การเล่าเรื่องและปรัชญาแบรนด์ ใครควรสนใจเทรนด์นี้

เมื่อดูภาพรวม adidas x H.KOUMORI PUMA x Daniëlle Cathari และ Tai-Chi OG ของ Onitsuka Tiger จะเห็นชัดว่ารองเท้าดีไซเนอร์โคลาบกำลังขยับจากการสร้างดีมานด์แบบของหายาก ไปสู่การออกแบบรองเท้าเป็นบทสนทนาเรื่องปรัชญาและประวัติแบรนด์ adidas ใช้รองเท้าวิ่งเป็นสนามพูดถึงบทบาทครูและศิษย์ในโลกการวิ่ง PUMA ใช้ Speedcat และ Suede แสดงภาพ Quiet Luxury ผ่านงานฝีมือและดีไซน์มินิมัล ส่วน Onitsuka Tiger ยืนยันตัวเองบนสายมรดกด้วยการดึง Tai-Chi จากปี 2003 มาปรับให้ร่วมสมัย แนวโน้มนี้มีความหมายต่อหลายกลุ่ม ทั้งนักวิ่งที่อยากได้รองเท้าที่สื่อความสัมพันธ์ในชุมชนการซ้อม คนรักแฟชั่นที่ให้ค่ากับงานออกแบบและโครงสร้างมากกว่าโลโก้ และสาย heritage ที่สนใจเรื่องเล่าจากอาร์ไคฟ์มากกว่าตามเทรนด์ตามฤดูกาล "คอลเลคชันใหม่ของ Onitsuka Tiger เสนอ Tai-Chi OG เป็นตัวเลือกที่สะอาดตาและโลว์คีย์สำหรับผู้สวมใส่ที่ให้ความสำคัญกับมรดกและประวัติการออกแบบมากกว่ารอบเทรนด์ตามฤดูกาล" สำหรับคนที่มองรองเท้าเป็นส่วนต่อขยายตัวตนและเรื่องราวชีวิต เทรนด์การโคลาบแบบเล่าเรื่องนี้อาจเป็นคำตอบที่น่าสนใจที่สุดในซีซันหน้า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!