แบรนด์ไทยขยายตลาดโลก ปรับเกมพรีเซนเตอร์บุกตลาดแฟชั่นและจิวเวลรี่

แบรนด์ไทยขยายตลาดโลก ปรับเกมพรีเซนเตอร์บุกตลาดแฟชั่นและจิวเวลรี่
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

คลื่นใหม่ของแบรนด์ไทย: จากตลาดในประเทศสู่เวทีโลก

คลื่นใหม่ของแบรนด์แฟชั่นและจิวเวลรี่ไทย คือการขยายตัวจากการพึ่งพาตลาดในประเทศและการเติบโตแบบเงียบ ๆ ไปสู่การรุกตลาดโลกด้วยภาพลักษณ์ทันสมัย พรีเซนเตอร์ที่มีชื่อเสียง และกลยุทธ์สื่อสารที่ชัดเจนซึ่งตอบความต้องการผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า คุณภาพ และความยั่งยืนในเวลาเดียวกัน แบรนด์ไทยขยายตลาดโลกในช่วงนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดสาขาเพิ่ม แต่คือการรีเซ็ตตัวตนของแบรนด์ใหม่แบบครบวงจร

ประเด็นสำคัญคือ แบรนด์ที่เคยเติบโตจากฐานลูกค้าเดิม เริ่มตระหนักว่าหากไม่รีบยกระดับตัวเองให้สากล ก็เสี่ยงถูกกลืนในตลาดที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมหาศาล ธุรกิจแฟชั่นไทยสากลจึงเริ่มจากการทำให้แบรนด์ “เข้าใจง่ายแต่จำไม่ลืม” ทั้งผ่านดีไซน์ สตอรี่ และใบหน้าพรีเซนเตอร์ที่คนรู้จัก การเลือกใช้เซเลบริตี้ระดับท็อปจึงไม่ใช่การแต่งหน้าให้แบรนด์ แต่คือการส่งสัญญาณว่าแบรนด์พร้อมออกจากสนามเล็กสู่เกมใหญ่จริง ๆ

แบรนด์ไทยขยายตลาดโลก ปรับเกมพรีเซนเตอร์บุกตลาดแฟชั่นและจิวเวลรี่

จีเวลลิสต้า: จิวเวลรี่เดมีไฟน์ ปั้นสตอรี่ Self-Love เตรียมบุกตลาดใหม่

กรณีของ JEWELLISTA คือภาพชัดของแบรนด์จิวเวลรี่ไทยเข้า USA ที่ไม่ได้หวังขายเพียงความสวย แต่ขายไลฟ์สไตล์และคุณค่าภายในตัวผู้หญิง แบรนด์เติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 35% ต่อปี ท่ามกลางตลาดจิวเวลรี่ในประเทศที่มูลค่า 110,000–120,000 ล้านบาท และคาดว่าจะโต 5–7% ภายในปี 2569 การตั้งเป้าดันยอดขายแตะ 200 ล้านภายในปี 2570 สะท้อนชัดว่าเจ้าของแบรนด์ไม่ได้คิดเล็กแค่ในประเทศอีกต่อไป

หัวใจของกลยุทธ์การตลาดแบรนด์ไทยรายนี้ คือการจับเทรนด์ความยั่งยืน ใช้เงินรีไซเคิลและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับทั้งสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าในชิ้นเดียว พร้อมวางตำแหน่งเป็น Demi-Fine Jewelry คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไป การดึง ณิชา ณัฏฐณิชา เป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ไทยคนแรกของ JEWELLISTA จึงเป็นการเชื่อมภาพผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเองเข้ากับแนวคิด Self-Love และคอนเซปต์ Know Your Worth ของแบรนด์อย่างตรงประเด็น

สิ่งที่น่าสนใจคือแบรนด์ไม่ได้หยุดแค่การออกคอลเลกชันใหม่ แต่เตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางออนไลน์ในวันที่ 6 สิงหาคม ผ่านทุกช่องทางโซเชียลของตัวเอง นี่คือการย้ำว่าการเติบโตระดับ 35% ต่อปีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการลุยทั้งออฟไลน์และออนไลน์พร้อมกัน ขยายสาขาในประเทศควบคู่กับการเตรียมเปิดช็อปในต่างประเทศ เพื่อให้ภาพของจิวเวลรี่ไทยในสายตาผู้บริโภคโลกดูทันสมัยและยั่งยืนไปพร้อมกัน

แบรนด์ไทยขยายตลาดโลก ปรับเกมพรีเซนเตอร์บุกตลาดแฟชั่นและจิวเวลรี่

CC DOUBLE O: แบรนด์ 20 ปีที่กล้ายกเครื่องด้วยพรีเซนเตอร์ครั้งแรก

ในฝั่งแฟชั่น CC DOUBLE O คือเคสศึกษาเรื่องการกล้าทุบธรรมเนียม เพื่อให้ธุรกิจแฟชั่นไทยสากลขึ้นได้จริง แบรนด์ที่เคยใช้เพียงโลโก้นกและความเชื่อมั่นในสินค้าเป็นตัวเล่าเรื่อง กลับตัดสินใจแต่งตั้ง ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ไทยคนแรกในรอบ 20 ปี พร้อมเปิดแคมเปญ THE NEW BASIC นี่คือการส่งสัญญาณว่ากติกาตลาดเปลี่ยนไป และแบรนด์ต้องพูดกับผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วยภาษาที่เขา “มองเห็นและรู้สึก” ได้มากกว่าเดิม

การเลือกณเดชน์ไม่ใช่แค่เพราะชื่อเสียง แต่เพราะภาพลักษณ์ Casual Confidence ที่สอดกับดีเอ็นเอของแบรนด์—เรียบง่ายแต่มั่นใจ เป็นตัวเองได้ทุกโอกาส เมื่อจับคู่กับการนำโลโก้นกกลับมาเป็นภาพหลัก และดัน Signature Collection ซึ่งทำยอดขายราวครึ่งหนึ่งของทั้งแบรนด์ ก็เท่ากับการขยายฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้กว้างขึ้น โดยไม่ทิ้งแกนกลางของแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือมายาวนาน

การรีเฟรชแบรนด์ด้วยการปรับโลโก้ รีโนเวทคอนเซ็ปต์สโตร์ และเล่าภาพไลฟ์สไตล์ผ่านบรรยากาศ Brooklyn Apartment เป็นการย้ำว่า “เบสิค” ไม่ได้แปลว่าเชย แต่คือเสื้อผ้าคุณภาพดีที่หยิบมาใส่ได้ยาวนานในราคาที่เข้าถึงได้ แนวทางนี้ตรงกับทิศทางผู้บริโภคที่เลือกซื้อน้อยลงแต่ซื้อของที่ดีกว่า และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าระยะยาวมากกว่าราคาถูกเพียงอย่างเดียวตามรายงาน The State of Fashion 2026

ผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยน เกมการตลาดแบรนด์ไทยจึงต้องเปลี่ยนตาม

สิ่งที่เชื่อม JEWELLISTA และ CC DOUBLE O เข้าด้วยกันคือการอ่านเกมผู้บริโภคได้ทันเวลาว่า ยุคนี้คนไม่ไล่ตามเทรนด์ระยะสั้นเท่าเดิม แต่หันมาเลือกสินค้าที่มีคุณภาพ ใช้ได้นาน และมีเรื่องเล่าที่ชัดเจน รายงาน The State of Fashion 2026 ระบุว่าผู้บริโภคยุคนี้ซื้อของน้อยลงแต่เลือกของที่ดีกว่า และมองความคุ้มค่าระยะยาวมากกว่าราคาถูก ขณะเดียวกัน กระแสความยั่งยืนและการใช้เงินรีไซเคิลในจิวเวลรี่ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ในบริบทนี้ กลยุทธ์การตลาดแบรนด์ไทยจึงขยับจากการยิงโปรโมชันสั้น ๆ ไปสู่การสร้างแบรนด์ที่มีตัวตนชัด ผ่านสตอรี่และใบหน้าพรีเซนเตอร์ที่สื่อภาพชีวิตจริงของผู้ใช้ สินค้าต้องตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าในวันที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน และความรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น Self-Love ของ JEWELLISTA หรือความมั่นใจแบบเรียบง่ายของ CC DOUBLE O

การขยายช่องทางออนไลน์ ทั้งมาร์เก็ตเพลสและอีคอมเมิร์ซของแบรนด์เอง คืออีกเสาใหญ่ของกลยุทธ์นี้ เพราะผู้บริโภคจำนวนมากย้ายไปช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น แบรนด์ที่ยังยึดติดกับการเติบโตเฉพาะหน้าร้านจึงเสี่ยงตกขบวนทันที

แบรนด์ไทยขยายตลาดโลก ปรับเกมพรีเซนเตอร์บุกตลาดแฟชั่นและจิวเวลรี่

บทสรุป: จากพรีเซนเตอร์สู่การสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นภาษาสากล

เมื่อมองภาพรวม แบรนด์ไทยขยายตลาดโลกในวันนี้ไม่ได้เริ่มจากโรงงานหรือสาขาใหม่ แต่เริ่มจากการตั้งคำถามว่า “แบรนด์เราเล่าเรื่องตัวเองเป็นภาษาสากลหรือยัง” JEWELLISTA ใช้แนวคิด Self-Love และจิวเวลรี่เดมีไฟน์ที่ยั่งยืน ขณะที่ CC DOUBLE O เลือกย้ำความคุ้มค่าและคุณภาพผ่านเสื้อผ้าเบสิคที่ไม่ตกยุค ทั้งคู่ใช้เซเลบริตี้อย่างณเดชน์และณิชาเป็นสะพานเชื่อมผู้บริโภคกับตัวตนแบรนด์อย่างมีทิศทาง

ในโลกที่ผู้บริโภคอ่านรีวิวก่อนซื้อมากกว่าดูโปสเตอร์หน้าร้าน การมีพรีเซนเตอร์แบรนด์ไทยจึงไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ต้องเดินคู่กับคุณภาพสินค้า ความโปร่งใส และสตอรี่ที่จริงใจ หากแบรนด์ยังกล้าเปลี่ยนแค่หน้าโฆษณา แต่ไม่กล้าเปลี่ยนโครงสร้างคุณค่าของสินค้า ก็ยากจะยืนระยะบนเวทีโลก ในทางกลับกัน แบรนด์ที่พร้อมยกระดับทั้งสินค้า การเล่าเรื่อง และช่องทางขายพร้อมกัน จะมีโอกาสกลายเป็นธุรกิจแฟชั่นไทยสากลที่คนทั่วโลกจำชื่อได้ในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!