ไลฟ์สไตล์ รีเทล คืออะไร และทำไมแบรนด์แฟชั่นถึงต้องรีบขยาย
ไลฟ์สไตล์ รีเทล คือรูปแบบการค้าปลีกที่ไม่ขายแค่สินค้าเดี่ยว ๆ แต่ขายประสบการณ์และภาพรวมของการใช้ชีวิต ตั้งแต่เสื้อผ้า ของตกแต่งบ้าน บริการ ไปจนถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านค้าเป็นเดสติเนชั่นที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของตนเอง ไม่ใช่แค่ที่แวะมาซื้อของแล้วกลับ แฟลกชิปสโตร์แฟชั่นยุคใหม่จึงถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมทุกด้านของไลฟ์สไตล์ ทั้งการแต่งตัวและการใช้ชีวิตในบ้าน
ทิศทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนจากร้านแฟชั่นแบบหมวดเดียวไปสู่มัลติแบรนด์ ดีสติเนชั่นที่ครอบคลุมทุกมิติของไลฟ์สไตล์นักช้อป การแข่งขันจึงไม่ใช่แค่ใครมีแบรนด์เยอะหรือโปรแรงกว่า แต่เป็นใครสร้างพื้นที่ที่ลูกค้าอยากใช้เวลาอยู่ได้นาน กลับมาอีกบ่อย และพร้อมจ่ายให้กับประสบการณ์ที่ครบวงจร แบรนด์ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อน ย่อมมีโอกาสขยายธุรกิจแฟชั่นให้เติบโตลึกกว่าการขายเสื้อผ้าทั่วไป
ห้างเซ็นทรัลกับเกม Omni Fashion Destination ที่ไม่ใช่แค่เพิ่มแบรนด์
ห้างเซ็นทรัลเลือกเดินเกมใหญ่ ประกาศปักธงตัวเองให้เป็น Omni Fashion Destination ด้วยการชู 4 จุดแข็ง ทั้งจำนวนแบรนด์ที่มากกว่า 1,000 แบรนด์ ครอบคลุมทุกสไตล์แฟชั่น และบริการพิเศษเพื่อการช้อปปิ้งแบบเอ็กซ์คลูซีฟ นี่ไม่ใช่การเพิ่มสินค้าให้แน่นชั้นอย่างเดียว แต่คือการตั้งใจให้ห้างกลายเป็นพื้นที่ที่คนสายแฟชั่นมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบลุคและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
ในมุมโครงสร้าง ห้างใช้พื้นที่แฟชั่นรวมกว่า 245,000 ตารางเมตรจาก 24 สาขา เพื่อสร้างประสบการณ์ออมนิชาแนลจริงจัง ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ พร้อมคาดหวังให้ทรานแซกชันของลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 30% ในปีเดียว แนวคิดนี้สะท้อนชัดว่าห้างกำลังขยายธุรกิจแฟชั่นให้กินพื้นที่ชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ตู้เสื้อผ้า แต่คือการออกแบบไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรผ่านการคัดเลือกแบรนด์ การจัด Window Display การทำ Visual Merchandise และกิจกรรมแฟชั่นที่ต่อเนื่อง
หากมองจากมุมผู้บริโภค จุดแข็งของห้างอยู่ที่การเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าด้วยฐานข้อมูลกว่า 20 ล้านคน ทำให้สามารถออกแบบบริการแบบ Customer-centric ได้จริง ตั้งแต่บริการแชตกับพนักงานเพื่อสอบถามและสั่งซื้อ ไปจนถึง Personal Shopper แบบ One-on-One ทั้งหมดนี้คือการยืนยันว่าการเป็นเดสติเนชั่นแฟชั่นยุคใหม่ ต้องผูกประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน

JASPAL แฟลกชิปสโตร์แฟชั่นที่ขยายเข้าสู่บ้านและชีวิตประจำวัน
JASPAL เลือกตอบโจทย์เทรนด์ไลฟ์สไตล์ รีเทลด้วยการเผยโฉมแฟลกชิปสโตร์รูปแบบใหม่ ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บนพื้นที่กว่า 460 ตารางเมตร พร้อมต่อยอดจากแบรนด์แฟชั่นเข้าสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์เต็มตัว ผ่านการเปิดโซน JASPAL Home & Lifestyle เป็นครั้งแรก นี่คือการประกาศชัดเจนว่าแบรนด์ไม่ได้ต้องการแค่เป็นชื่อบนป้ายเสื้อผ้า แต่ต้องการเข้าไปอยู่ในทุกมุมของบ้านและชีวิตประจำวันของลูกค้า
โซน Home & Lifestyle ขนาด 60 ตารางเมตรถูกออกแบบให้ถ่ายทอดดีเอ็นเอแฟชั่นของแบรนด์ลงบนของตกแต่งบ้าน ตั้งแต่แก้วน้ำ ของใช้บนโต๊ะอาหาร ชุดผ้าปูที่นอนปลอกหมอน ไปจนถึงแจกัน โคมไฟ และเชิงเทียน โดยใช้คอนเซปต์ผสมผสานความคลาสสิกกับดีไซน์ร่วมสมัย กลิ่นอายอิตาเลียน และความสนุกแบบ Mid-Century การแบ่งเป็นสองคอลเลกชัน Neutral Chic และ Fun Pop ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการแต่งบ้านสามารถสนุกเหมือนการ Mix and Match เสื้อผ้า เป็นการขยายธุรกิจแฟชั่นที่จับต้องได้ในชีวิตจริง
ในเชิงธุรกิจ JASPAL เป็นแบรนด์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดของกลุ่ม โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้ 1,027 ล้านบาท คิดเป็น 16.7% ของรายได้ทั้งกลุ่ม การลงทุนในแฟลกชิปสโตร์แฟชั่นที่ยกดีไซเนอร์จากมิลานมาออกแบบร้าน จึงไม่ใช่การทดลองเล่นเล็ก ๆ แต่คือการเดินหน้ากลยุทธ์สู่การเป็น Regional Fashion and Lifestyle Retailer อย่างจริงจัง เป้าหมายคือให้ลูกค้ารู้สึกว่าถ้ามีสไตล์แบบ JASPAL เสื้อผ้าและบ้านของเขาก็ควรสะท้อนลุคเดียวกัน

จากสินค้าชิ้นเดียวสู่มัลติแบรนด์ ดีสติเนชั่น และประสบการณ์ที่ออกแบบได้
สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งห้างเซ็นทรัลและ JASPAL กำลังขยายธุรกิจแฟชั่นออกจากกรอบเดิมไปสู่การเป็นมัลติแบรนด์ ดีสติเนชั่นที่ลูกค้าสามารถออกแบบไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ ห้างเลือกใช้ความหลากหลายของแบรนด์และบริการออมนิชาแนลเพื่อสร้างเดสติเนชั่นแฟชั่นขนาดใหญ่ ส่วน JASPAL ใช้แฟลกชิปสโตร์แฟชั่นและโซน Home & Lifestyle เพื่อสร้างจักรวาลแบรนด์ที่ครอบคลุมทั้งการแต่งตัวและการแต่งบ้าน ทิศทางนี้สะท้อนว่าแบรนด์ไม่อยากเป็นเพียงผู้ขายสินค้า แต่ต้องการเป็นผู้กำหนดวิธีใช้ชีวิตของลูกค้า
ผลกระทบต่อผู้บริโภคคือการช้อปปิ้งแฟชั่นกำลังเปลี่ยนจากการเดินเลือกเสื้อผ้าทีละชิ้นไปสู่การวางแผนภาพรวมของการใช้ชีวิตในพื้นที่เดียว ตั้งแต่การจ้าง Personal Shopper ช่วยออกแบบลุค ไปจนถึงการเลือกของตกแต่งบ้านที่เข้ากับสไตล์เสื้อผ้า โครงสร้างรีเทลแบบใหม่ทำให้การไปห้างหรือแฟลกชิปสโตร์แฟชั่นหนึ่งครั้ง สามารถกลับมาพร้อมลุคใหม่และ mood ใหม่ของบ้านทั้งหลัง สิ่งที่แบรนด์ได้คือยอดใช้จ่ายที่ลึกขึ้นและความผูกพันกับลูกค้าที่เหนียวแน่นขึ้น

ข้อสรุปสำหรับยุคที่ร้านแฟชั่นกลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิต
เมื่อแฟชั่นไม่ถูกจำกัดอยู่แค่บนไม้แขวนเสื้อ แต่ขยายเข้าทุกมุมของบ้าน และเชื่อมต่อทั้งหน้าร้านและออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ไลฟ์สไตล์ รีเทลจึงกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ที่แบรนด์ใหญ่กำลังเร่งเข้าประจำการ ห้างเซ็นทรัลเลือกใช้ขนาดพื้นที่และจำนวนแบรนด์มหาศาลเพื่อสร้าง Omni Fashion Destination ส่วน JASPAL ใช้แฟลกชิปสโตร์แฟชั่นและโซน Home & Lifestyle เพื่อขยายตัวตนของแบรนด์เข้าสู่ชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
สำหรับผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงนี้คือโอกาสที่จะได้ประสบการณ์ช้อปที่สนุกและเป็นตัวเองมากขึ้น แต่สำหรับแบรนด์ นี่คือข้อสอบยากว่าพวกเขาจะสร้างพื้นที่ที่มีความหมายเกินกว่าการขายของได้หรือไม่ ร้านไหนจะกลายเป็นเดสติเนชั่นที่คนอยากใช้ชีวิตอยู่ ร้านนั้นจะเป็นผู้ชนะในยุคแฟลกชิปสโตร์แฟชั่นและมัลติแบรนด์ ดีสติเนชั่นที่กำลังมาแรงอย่างแท้จริง

