ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมาท์เลนส์ภาพยนตร์ยุคใหม่ เขย่าโลกกล้องมืออาชีพด้วย L-mount, M43 และ anamorphic

เมาท์เลนส์ภาพยนตร์ยุคใหม่ เขย่าโลกกล้องมืออาชีพด้วย L-mount, M43 และ anamorphic
ความสนใจ|อุปกรณ์ถ่ายภาพ

เมาท์เลนส์ไม่ใช่เรื่องของค่ายใหญ่เท่านั้นอีกต่อไป

ระบบเมาท์เลนส์ภาพยนตร์สมัยใหม่คือการออกแบบหัวต่อระหว่างเลนส์กับบอดีกล้องที่เปิดให้ผู้สร้างภาพสามารถเลือกเลนส์ต่างค่าย ต่างคาแรกเตอร์ และต่างเทคโนโลยีมาใช้งานร่วมกัน เพื่อให้ได้ภาพและเวิร์กโฟลว์ที่เหมาะกับโปรเจ็กต์โดยไม่ถูกล็อกอยู่กับระบบปิดของผู้ผลิตรายเดียว การพัฒนาระบบเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่เมาท์ L-mount เมาท์ M43 ไปจนถึงเมาท์เฉพาะของเลนส์ anamorphic cinema และเมาท์ที่เพิ่มฟังก์ชันเมทาดาทา

ประเด็นสำคัญคืออำนาจต่อรองกำลังก้าวออกจากมือค่ายกล้องใหญ่ ไปอยู่ในมือผู้สร้างมากขึ้น เมื่อ Viltrox, Blazar, GoPro และ Leitz ลงมาเล่นเกมเมาท์อย่างจริงจัง เราไม่ควรมองข่าวเหล่านี้เป็นแค่การเปิดตัวสินค้า แต่ควรมองว่าเป็นการท้าทายโครงสร้างเดิมของกล้องภาพยนตร์เปลี่ยนเลนส์ที่ผูกขาดกับเมาท์ไม่กี่ระบบมายาวนาน ทิศทางใหม่นี้จะลดอุปสรรคค่าอุปกรณ์ และเปิดประตูให้ครีเอเตอร์สายวิดีโอมืออาชีพหน้าใหม่เข้าใกล้คุณภาพระดับโรงภาพยนตร์มากขึ้น

Viltrox AIR series บนระบบเลนส์ L-mount ตัวจุดชนวน “Carry Less, Capture More”

การที่ Viltrox นำ Viltrox AIR series แบบฟูลเฟรมไปลงบนระบบเลนส์ L-mount พร้อมเลนส์ไพร์มออโต้โฟกัสขนาดกะทัดรัด 4 ระยะ ได้แก่ 14mm f/4, 20mm f/2.8, 40mm f/2.5 และ 50mm f/2.0 สำหรับผู้ใช้กล้อง L-mount เช่น Leica และ Panasonic คือสัญญาณชัดเจนว่าผู้ผลิตเลนส์รุ่นใหม่ไม่ยอมปล่อยให้ระบบนี้เป็นสนามเล่นของค่ายใหญ่เพียงไม่กี่รายอีกต่อไป

เลนส์ทั้งสี่ตัวใน Viltrox AIR series ถูกออกแบบมาให้เบา พกง่าย และครอบคลุมตั้งแต่มุมกว้าง 14mm ไปจนถึงมาตรฐาน 50mm พร้อมแนวคิด “Carry Less, Capture More” ที่ทำให้ครีเอเตอร์สายวิดีโอสามารถพกชุดเลนส์ครบช่วงได้โดยไม่ต้องแบกหนัก เมื่อมีการรองรับ L-mount แบบ native และการแก้ไขภาพในกล้อง ผู้ใช้กล้องภาพยนตร์เปลี่ยนเลนส์ที่อยู่ในระบบนี้จะได้ทางเลือกเลนส์คุณภาพดี ราคาดีกว่าเลนส์ค่ายใหญ่ แต่ยังคงเข้ากันกับเวิร์กโฟลว์เดิมได้อย่างราบรื่น นี่คือแรงกระแทกต่อแนวคิดเดิมที่ว่า L-mount เป็นระบบพรีเมียมที่ต้องใช้เลนส์ราคาแพงเสมอ

เมาท์เลนส์ภาพยนตร์ยุคใหม่ เขย่าโลกกล้องมืออาชีพด้วย L-mount, M43 และ anamorphic

GoPro บุกตลาด cinema ด้วย M43 กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ เปลี่ยนภาพลักษณ์ action cam

GoPro ประกาศเข้าร่วมระบบ M43 อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวกล้องวิดีโอเรือธงแบบกล้องภาพยนตร์เปลี่ยนเลนส์ชื่อ MISSION 1 PRO ILS ที่ใช้เมาท์ M43 แสดงให้เห็นความตั้งใจจะขยายจากกล้องแอ็กชันไปสู่การผลิตภาพมืออาชีพ ระบบ M43 เองถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2008 โดย OM Digital Solutions และ Panasonic เพื่อผลักดันระบบเลนส์ที่เบาและประสิทธิภาพสูง ซึ่งการเข้ามาของ GoPro ทำให้จักรวาล M43 ขยายจากงานภาพนิ่งและวิดีโอทั่วไปไปสู่สายกีฬาเอ็กซ์ตรีมและงาน cinema อย่างเต็มตัว

MISSION 1 PRO ILS มาพร้อมเซนเซอร์ 1 นิ้ว 50 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผล GP3 และรองรับการถ่าย 8K 60p รวมถึงโหมด Open Gate และโปรไฟล์สี GP-Log2 10-bit เพื่อเวิร์กโฟลว์การเกรดสีในขั้นโพสต์โปรดักชัน ที่สำคัญคือเมาท์ M43 เปิดประตูให้ผู้ใช้เลือกเลนส์จากแบรนด์อื่นในระบบนี้มาใช้กับกล้อง GoPro ได้ โดยยังได้ดีเอ็นเอด้านความทนทานและกันน้ำ 20 เมตรที่เป็นจุดแข็งของค่ายเดิม นี่คือการส่งสัญญาณว่ากล้องแอ็กชันไม่จำเป็นต้องเป็นแค่กล้องเสริม แต่สามารถขึ้นเป็นกล้องหลักในชุดกล้องภาพยนตร์เปลี่ยนเลนส์ของโปรดักชันขนาดเล็กได้

Blazar Remus II และเลนส์ anamorphic cinema ราคามิตรภาพที่จริงจังขึ้น

ด้านตลาดเลนส์ anamorphic cinema ผู้เล่นที่น่าจับตาคือ Blazar ที่เปิดตัว Remus II 50mm T2.4 1.5x เลนส์ฟูลเฟรมเจเนอเรชันที่สองของซีรีส์ Remus ซึ่งโด่งดังเพราะให้ลุควินเทจคล้ายเลนส์ระดับไฮเอนด์ในงบที่เข้าถึงได้มากกว่าสำหรับคนรัก anamorphic รุ่นใหม่ถูกออกแบบออปติกใหม่ให้คมขึ้นกว่ารุ่นก่อน พร้อมนำดีไซน์ไดอะแฟรมรูปวงรีจากซีรีส์ Mantis มาใช้ ทำให้โบเก้และเอฟเฟกต์ anamorphic ดูนุ่มและเด่นชัดขึ้น

เลนส์ Remus II 50mm ยังคงครอบคลุมฟูลเฟรม 36x24 มม รองรับการเปลี่ยนเมาท์ PL และ EF มีหน้าเลนส์ 80 มม และเกลียวฟิลเตอร์ 77 มม เหมาะกับการใช้งานร่วมกับ rig cinema ทั่วไป สำหรับสายคอนเทนต์ที่อยากยกระดับงานไปสู่เลนส์ anamorphic cinema แต่ไม่อยากผูกกับชุดเลนส์ราคาแพงมาก Blazar จึงกลายเป็นประตูแรกที่สมเหตุสมผล เมื่อเจเนอเรชันใหม่เน้นความคมชัดและการควบคุมลักษณะภาพมากขึ้น เรากำลังเห็นการบีบช่องว่างระหว่างเลนส์ระดับสมัครเล่นกับเลนส์ระดับสตูดิโอในโลก anamorphic อย่างชัดเจน

เมาท์เลนส์ภาพยนตร์ยุคใหม่ เขย่าโลกกล้องมืออาชีพด้วย L-mount, M43 และ anamorphic

Leitz iD Mount เมาท์เลนส์ที่เพิ่มเมทาดาทา สะท้อนอนาคตเวิร์กโฟลว์ cinema

Leitz เปิดตัว Leitz iD Mount เมาท์เสริมสำหรับเลนส์ HUGO และ SUMMILUX-C ที่เพิ่มอินเทอร์เฟซเมทาดาทาให้กับเลนส์เหล่านี้ โดยกล้องที่รองรับสามารถบันทึกชื่อเลนส์ ระยะโฟกัส หมายเลขซีเรียล รวมถึงแผนที่ความบิดเบือนและแสงเงาของเลนส์ในทุกคลิปได้ สิ่งที่แตกต่างคือระบบนี้บันทึกเมทาดาทาแบบ static ไม่ได้ส่งข้อมูลโฟกัสหรือรูรับแสงแบบเฟรมต่อเฟรม แต่เน้นบันทึกตัวตนและลักษณะออปติกของเลนส์อย่างถาวร ซึ่งเพียงพอสำหรับงาน VFX และการจัดการเวิร์กโฟลว์ส่วนใหญ่

ประโยคที่น่าจดจำคือคำกล่าวที่ว่า “Lens metadata has become increasingly important throughout production and post-production” ซึ่งสะท้อนว่าผู้ผลิตเลนส์ระดับไฮเอนด์มองเมทาดาทาเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของงานภาพยนตร์ ไม่ใช่เพียงฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป Leitz iD Mount ยังมีฐานอัปเดตและซอฟต์แวร์ฟรีบน macOS และ Windows ให้ผู้ใช้สร้างและแก้ไขข้อมูล รวมถึงโหลด distortion map และ shading map ที่สอดคล้องกับแต่ละทางยาวโฟกัสได้เอง นี่คืออีกตัวอย่างของการที่ “เมาท์เลนส์” ไม่ได้เป็นแค่ชิ้นโลหะต่อกล้องกับเลนส์ แต่เป็นประตูสู่ข้อมูลที่ทำให้เวิร์กโฟลว์ระดับใหญ่เดินได้ลื่นขึ้น

เมาท์เลนส์ภาพยนตร์ยุคใหม่ เขย่าโลกกล้องมืออาชีพด้วย L-mount, M43 และ anamorphic

บทสรุป ระบบเปิด เมาท์หลากหลาย และอำนาจใหม่ของครีเอเตอร์

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่าค่ายหน้าใหม่และค่ายเลนส์เฉพาะทางกำลังเขียนกติกาใหม่ให้กับโลกกล้องภาพยนตร์เปลี่ยนเลนส์ Viltrox เติมทางเลือกเบาและคุ้มบนระบบเลนส์ L-mount GoPro ดันกล้อง MISSION 1 PRO ILS เข้าระบบ M43 เพื่อยืนในพื้นที่ cinema อย่างเต็มตัว Blazar ทำให้เลนส์ anamorphic cinema เข้าถึงได้มากขึ้น ขณะที่ Leitz ใช้เมาท์ iD Mount แสดงให้เห็นว่าอนาคตของเลนส์คือการผสานฮาร์ดแวร์กับเมทาดาทาอย่างแนบแน่น

ผลประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดตกอยู่กับผู้สร้างคอนเทนต์ นอกจากจะมีเลนส์ให้เลือกมากขึ้นในงบประมาณที่ยืดหยุ่นแล้ว ข้อมูลเลนส์อัตโนมัติยังลดภาระการจดบันทึกด้วยมือและช่วยให้กลับมา reshoot หรือจับคู่เลนส์เดิมได้ง่ายขึ้นในโปรดักชันระยะยาว แน่นอนว่าระบบปิดยังมีที่ทางของตัวเอง แต่ทิศทางกำลังชี้ว่าใครปรับตัวสู่เมาท์เปิดและเวิร์กโฟลว์ที่ยืดหยุ่นกว่า คนนั้นจะอยู่ในใจครีเอเตอร์รุ่นใหม่ การตัดสินใจลงทุนในอุปกรณ์วันนี้จึงไม่ใช่แค่เลือกบอดีหรือเลนส์ แต่คือการเลือก “ระบบเมาท์” ที่จะอยู่กับเราหลายปีข้างหน้า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!