ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

27 ควีนข้ามเพศยกระดับผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่เวทีโอตกูตูร์โลก

27 ควีนข้ามเพศยกระดับผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่เวทีโอตกูตูร์โลก
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

Miss International Queen และแฟชั่นที่ถักทอความเท่าเทียมในทุกเส้นด้าย

Miss International Queen คือเวทีประกวดนางงามข้ามเพศระดับนานาชาติที่ใช้แฟชั่น วัฒนธรรม และตัวตนของหญิงข้ามเพศจากหลายประเทศ เป็นภาษากลางในการสื่อสารเรื่องความเท่าเทียม การยอมรับ และความงามที่หลากหลาย โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าประกวดได้เล่าเรื่องผ่านชุด เท็กซ์เจอร์ และผืนผ้า ที่สะท้อนทั้งอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย

งาน THE HIGH TEA HERITAGE: CULTURE & COUTURE ที่จัดขึ้นที่ The Authors’ Lounge โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด A Legacy in Every Thread เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของ Miss International Queen® ไม่ได้เป็นเพียงงานแฟชั่นโชว์ แต่เป็นคำประกาศชัดว่า ความงามของผู้หญิงข้ามเพศและมรดกผ้าไทยสามารถยืนอยู่แถวหน้าของโอตกูตูร์โลกได้ในลุคเดียวกัน การเชื้อเชิญผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศมาสวมชุดออกแบบโดยดีไซเนอร์ไทย คือการใช้รันเวย์เป็นเวทีสนทนาเรื่องแฟชั่นวัฒนธรรม มากกว่าจะเป็นแค่การประกวดความงาม

27 ควีนข้ามเพศยกระดับผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่เวทีโอตกูตูร์โลก

เมื่อชุดไทยพระราชนิยมกลายเป็นสัญลักษณ์สิทธิและศักดิ์ศรีบนรันเวย์

ช่วงเปิดรันเวย์ที่อดีต Miss International Queen และผู้เข้าประกวดปีล่าสุดจาก 27 ประเทศ ปรากฏตัวในชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 4 แบบ คือ เรือนต้น จิตรลดา อมรินทร์ และดุสิต ไม่ได้งดงามเพียงสายตา แต่ทรงพลังทางความหมาย ชุดที่เคยจำกัดอยู่ในพิธีการ กลายเป็นชุดของผู้หญิงข้ามเพศบนเวทีโลก กลายเป็นคำตอบเชิงรูปธรรมว่า มรดกวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบเพศแบบเดิมอีกต่อไป

ในจังหวะที่ประเทศกำลังเสนอ “ชุดไทย ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดประจำชาติไทย” เพื่อขอขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ปี 2569 ภาพของสาวทรานส์จากทั่วโลกในชุดไทยพระราชนิยมจึงไม่ใช่แค่ภาพสวยบนสื่อ แต่เป็นการยืนยันต่อสายตานานาชาติว่า ชุดไทยคือมรดกมีชีวิต ที่เติบโตไปพร้อมการขับเคลื่อนสิทธิหลากหลายเพศ ผ่านการตีความใหม่ที่ยังเคารพรากเดิม แฟชั่นจึงทำหน้าที่มากกว่าการแต่งตัว แต่เป็นการแต่งศักดิ์ศรี

27 ควีนข้ามเพศยกระดับผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่เวทีโอตกูตูร์โลก

ผ้าโขมพัสตร์ไทยจากหัวหินสู่ไหม Thai couture บนรันเวย์โลก

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการพาผ้าโขมพัสตร์ไทย แบรนด์ผ้าพิมพ์มือระดับตำนานจากหัวหินที่มีประวัติยาวนานกว่า 78 ปี ขึ้นสู่ระดับไหม Thai couture บนรันเวย์ระดับนานาชาติ ผ่านการตีความของสามดีไซเนอร์ไทย LA BOUTIQUE KANAPOT และ NARONG การจับผ้าพิมพ์ที่คุ้นตาคนท้องถิ่นมาเย็บเป็นโครงสร้างเฉียบคม เฟมินีน หรือสไตล์ไทยร่วมสมัย คือการประกาศว่า ผ้าไทยไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในหมวดของฝาก แต่พร้อมยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับแฟชั่นหรูของโลก

เมื่อแต่ละควีนเดินในชุดโอตกูตูร์จากผ้าโขมพัสตร์ ที่คอมพลีตด้วยเครื่องประดับไข่มุก Prima Pearl เส้นด้ายของประวัติศาสตร์หัวหินถูกเย็บติดเข้ากับภาพจำเรื่องแฟชั่นวัฒนธรรมบนเวทีสากล รันเวย์บ่ายวันนั้นคือคำตอบชัดเจนว่า การต่อยอดผ้าท้องถิ่นสู่ระดับหรู ไม่ได้ลดทอนความดั้งเดิม แต่ขยายอำนาจการเล่าเรื่องของผืนผ้าให้ไปได้ไกลกว่าเดิม จากชายหาดหัวหินไปสู่สายตาทูตและแฟชั่นนิสต้านานาชาติริมเจ้าพระยา

27 ควีนข้ามเพศยกระดับผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่เวทีโอตกูตูร์โลก

A Legacy in Every Thread จากกรุงเทพฯ สู่หัวหิน เชื่อมเมืองแฟชั่นกับถิ่นผ้า

แนวคิด A Legacy in Every Thread แหลมคมกว่าธีมงานทั่วไป เพราะไม่เพียงพูดถึงมรดก แต่ชี้ชัดว่าทุกเส้นด้ายมีการเดินทางจากต้นกำเนิดถึงแถวหน้าแฟชั่น รันเวย์ริมเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของแวดวงแฟชั่น ผูกเรื่องเข้ากับหัวหินในฐานะถิ่นกำเนิดของผ้าโขมพัสตร์ ผ่าน Fashion Journey ที่เดินทางต่อจากงานนี้ไปยังเมืองชายทะเลต้นทางของผืนผ้า มันคือการออกแบบเส้นทางให้ผ้าไม่จบที่รันเวย์ แต่กลับไปเติมชีวิตให้ชุมชนผู้สร้าง

คำกล่าวของอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ว่า “ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา Miss International Queen ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวด แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วโลกได้รู้จักกันผ่านเรื่องราว ความสามารถ และตัวตนที่แตกต่าง” สะท้อนบทบาทของเวทีนี้อย่างชัดเจน เมื่อผ้าโขมพัสตร์ไทยและไหม Thai couture ถูกใช้เป็นภาษาร่วมของการเดินทางดังกล่าว ความทรงจำเกี่ยวกับเมืองแฟชั่นอย่างกรุงเทพฯ และเมืองผ้าอย่างหัวหินจึงถูกผูกติดกับภาพของความเท่าเทียมและความภาคภูมิใจร่วมกัน

27 ควีนข้ามเพศยกระดับผ้าโขมพัสตร์ไทยสู่เวทีโอตกูตูร์โลก

20 ปี Miss International Queen กับบทเรียนว่าแฟชั่นวัฒนธรรมคือพลังทางสังคม

หลังผ่านมาครบ 20 ปี เวที Miss International Queen พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แฟชั่นไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นเครื่องมือทางสังคมที่ทรงพลัง งาน Culture & Couture ครั้งนี้ใช้ชุดไทยพระราชนิยม ผ้าโขมพัสตร์ไทย และภาษาของไหม Thai couture มาบอกโลกว่า ความงามของผู้หญิงข้ามเพศไม่ใช่เรื่องชายขอบ แต่คู่ควรกับการยืนกลางแสงไฟระดับโอตกูตูร์

ในวันที่หลายเวทียังมองแฟชั่นวัฒนธรรมเป็นเพียงการอนุรักษ์ งานนี้เลือกจะก้าวไปอีกขั้น ด้วยการทำให้ผ้าไทยและชุดไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเรื่องสิทธิ ความหลากหลาย และความหรูหราในเวทีเดียวกัน บทสรุปจึงชัดเจนว่า มรดกบนหุ่นโชว์ไม่พอ ต้องเป็นมรดกที่เดินได้ พูดได้ และมีตัวตน ซึ่งในปีที่ 20 ของ Miss International Queen เราได้เห็นมรดกนั้นก้าวบนรันเวย์ด้วยส้นสูงของ 27 ควีนจากทั่วโลกแล้ว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!