จากคำสั่ง ผบ.ทสส. สู่ยุทธศาสตร์ใหม่ของโดรนทหารและ AI
การบูรณาการโดรนทหาร ปัญญาประดิษฐ์ และระบบไซเบอร์เข้ากับระบบ C4ISR คือกระบวนการเชื่อมโยงการบังคับบัญชา การสื่อสาร คอมพิวเตอร์ ข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน ให้ทำงานบนเครือข่ายเดียวกัน เพื่อให้ทุกเหล่าทัพแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพิ่มความพร้อมรบและความสามารถในการตอบสนองภัยคุกคามยุคใหม่อย่างแม่นยำและประหยัดกำลังพล
หัวใจของข่าวนี้คือการที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสั่งให้กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งยกระดับระบบ C4ISR เชื่อมข้อมูลไร้รอยต่อ และผนึก AI โดรน และไซเบอร์ เพื่อเสริมความพร้อมรบและรับภัยคุกคามในอนาคต การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 6 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ณ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมี ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร. เข้าร่วมครบถ้วน นี่ไม่ใช่เพียงการสรุปผลงาน แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าการป้องกันประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์เต็มตัว

C4ISR คือสมองรวมรบ เชื่อมข้อมูลแบบไร้รอยต่อ
ระบบ C4ISR เปลี่ยนสนามรบจากการสั่งการแบบแยกส่วนมาเป็นสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง กองบัญชาการกองทัพไทยกำหนดการพัฒนาเป็น 7 โดเมน โดยเน้นการพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาและระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี จุดสำคัญคือเสถียรภาพของเครือข่าย การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และการแบ่งปันข้อมูลทุกมิติให้สนับสนุนกันได้ทันที นี่คือการยอมรับว่าข้อมูลคืออาวุธ และใครที่รวมข้อมูลได้เร็วกว่าย่อมได้เปรียบ
การเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีไม่ได้อยู่บนกระดาษ ในทางปฏิบัติ มีการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกำลังทางเรือกับเครื่องบินขับไล่ Gripen และเครื่องบิน Saab 340 AEW เพื่อการปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ประโยคที่ควรถูกจดจำคือ "การแบ่งปันข้อมูลทุกมิติให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อการปฏิบัติการร่วมที่มีประสิทธิภาพในอนาคต" นี่คือภาพของสนามรบที่เรดาร์ เครื่องบิน โดรน และหน่วยภาคพื้นดินเห็นภาพสถานการณ์เดียวกัน

โดรนทหารและปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นแกนกลางความพร้อมรบ
เมื่อกองบัญชาการกองทัพไทยประกาศขับเคลื่อน RTARF 2050 ด้วยเทคโนโลยี AI Cloud อากาศยานไร้คนขับ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นั่นหมายความว่าปัญญาประดิษฐ์และโดรนทหารไม่ได้เป็นเพียงโครงการทดลอง แต่เป็นโครงหลักของความพร้อมรบระยะยาว โดรนทำหน้าที่ตาและหูในพื้นที่เสี่ยง ลดการใช้กำลังพลแนวหน้า ขณะที่ปัญญาประยุกต์ ทหาร วิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ C4ISR เพื่อช่วยผู้บังคับบัญชาตัดสินใจได้เร็วขึ้น
การบูรณาการข่าวกรอง ไซเบอร์ การสื่อสาร และสงครามอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน รองรับสถานการณ์ชายแดนและการยิงระยะไกล รวมถึงการข่าวร่วม การปฏิบัติการพิเศษร่วม และหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม JCC สิ่งที่น่าสนใจคือการเน้นพัฒนาในประเทศและใช้ลิขสิทธิ์ของคนในชาติ เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน หากทำสำเร็จ โดรนทหารและระบบ AI จะไม่ใช่แค่ซื้อจากต่างชาติ แต่เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ควบคุมได้เอง
สามเหล่าทัพและตำรวจ เชื่อมปฏิบัติการรบและความมั่นคงภายใน
จุดแข็งของแนวทางนี้คือการมองภัยคุกคามแบบบูรณาการ ไม่แยกสนามรบภายนอกจากความมั่นคงภายใน กองทัพบกเดินหน้าพัฒนากองทัพให้ทันสมัย ทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมยกระดับศูนย์ฝึกและมาตรฐานการบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือรับภารกิจปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนทางทะเล สกัดกั้นยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง และอาชญากรรมทางไซเบอร์ พร้อมเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค
กองทัพอากาศเน้นการป้องกันในมิติอากาศ ไซเบอร์ และอวกาศ รวมถึงปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพเพื่อรักษาอธิปไตยจากสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันออก และช่วยเหลือประชาชนจากสาธารณภัย พร้อมเสริมขีดความสามารถด้วยเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E F ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติสนับสนุนกองทัพด้วยกำลังตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมปฏิบัติในพื้นที่ 7 จังหวัดด้านตะวันออก และร่วมแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนสกัดกั้นยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง และอาวุธปืนผิดกฎหมาย ภาพรวมคือการเชื่อมปฏิบัติการทหารและตำรวจเข้ากับระบบ C4ISR เดียวกันเพื่อให้เห็นภัยคุกคามครบวงจร
โอกาสและความเสี่ยงของการทำสงครามบนเครือข่ายเดียวกัน
การผนึกโดรนทหาร AI และไซเบอร์เข้ากับระบบ C4ISR คือก้าวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากต้องการรักษาความพร้อมรบในอนาคต จุดแข็งคือการเห็นภาพสถานการณ์ร่วม ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำในการใช้กำลังรบ แต่ในเวลาเดียวกัน การพึ่งพาเครือข่ายเดียวกันทำให้ระบบทั้งหมดเสี่ยงต่อการโจมตีไซเบอร์ หากเสถียรภาพเครือข่ายหรือการป้องกันไซเบอร์ล้มเหลว ผลกระทบอาจกระจายไปทั้งสามเหล่าทัพและตำรวจตามที่โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยย้ำว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จคือเสถียรภาพเครือข่ายและการเฝ้าระวังไซเบอร์
ทิศทางที่เน้นการพัฒนาในประเทศและสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีเป็นเรื่องควรสนับสนุน เพราะหากระบบ C4ISR ปัญญาประดิษฐ์ ทหาร และเทคโนโลยีป้องกันประเทศพัฒนาโดยคนในชาติ ก็ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาภายนอก อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าความล้ำสมัยของเทคโนโลยีไม่อาจทดแทนวินัย การฝึก และความโปร่งใสในการใช้งาน ระบบล้ำสมัยที่ขาดการกำกับดูแลอาจกลับกลายเป็นภาระมากกว่าอาวุธสมัยใหม่ บทสรุปคือการยกระดับ C4ISR และการผนึก AI โดรน และไซเบอร์ เป็นก้าวถูกทาง แต่ต้องเดินควบคู่กับการสร้างมาตรฐาน ปรับหลักนิยม และลงทุนกับคนอย่างจริงจัง





