ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รถเก็บขยะไฟฟ้าและอนาคตการบริหารจัดการเมืองที่ประหยัดกว่า

รถเก็บขยะไฟฟ้าและอนาคตการบริหารจัดการเมืองที่ประหยัดกว่า
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

รถเก็บขยะไฟฟ้า คืออะไร และทำไมเมืองถึงต้องสนใจ

รถเก็บขยะไฟฟ้า คือยานพาหนะสำหรับเก็บและขนส่งมูลฝอยที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์ดีเซล เน้นลดการปล่อยมลพิษและลดค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายยานพลังงานสะอาดสำหรับระบบบริการสาธารณะของเมืองที่ต้องทำงานทุกวันและตลอดทั้งปี จึงออกแบบให้รองรับงานเก็บขยะประจำวันโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน

การตัดสินใจของกรุงเทพมหานครในการเดินหน้าโครงการเช่ารถเก็บมูลฝอยพลังงานไฟฟ้าจำนวน 1,347 คัน ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรถใหม่ แต่คือการตั้งคำถามกับวิธีบริหารจัดการเมืองแบบเดิม ว่าเราจะยอมเสียเงินไปกับน้ำมันแพงและมลพิษต่อไปอีกกี่ปี เมื่อโครงการนี้ถูกบรรจุในร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงินรวม 93,918,922,000 บาท ก็ชัดเจนว่านี่คือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านยานพลังงานสะอาดที่ผูกอนาคตเมืองเข้ากับการลดค่าเชื้อเพลิงและลดมลพิษพร้อมกัน

ตัวเลขไม่โกหก รถเก็บขยะไฟฟ้าช่วยลดค่าเชื้อเพลิงกว่า 54%

หัวใจของดีลนี้ไม่ใช่ความเท่ของเทคโนโลยี แต่คือการลดค่าเชื้อเพลิงลงกว่าครึ่ง ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุชัดว่า รถเก็บขยะไฟฟ้าทั้ง 1,347 คัน เมื่อวิ่งเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อวัน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดสัญญา 5 ปีได้ถึง 4,745 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 949 ล้านบาท คิดเป็นการประหยัดงบเชื้อเพลิงร้อยละ 54 นี่คือประโยคที่ควรเก็บไปอ้างถึงว่า "รถขยะ EV ช่วยประหยัดงบเชื้อเพลิงลงถึงร้อยละ 54 ตลอดสัญญา 5 ปี"

ที่สำคัญ อัตราค่าเช่ารถเก็บขยะไฟฟ้ายังต่ำกว่าสัญญาเช่ารถดีเซลเดิมเมื่อปี 2563 ประมาณร้อยละ 7 ถึง 10 นั่นหมายความว่า เมืองไม่ได้แค่ลดค่าเชื้อเพลิง แต่ยังลดค่าเช่ารถในเวลาเดียวกัน การเลือกยานพลังงานสะอาดจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นการบริหารจัดการเมืองแบบใช้ตัวเลขนำทาง ใครที่เคยโต้เถียงว่า EV แพงไป คงต้องหันมาดูโครงการนี้เป็นตัวอย่างว่าต้นทุนตลอดอายุการใช้งานต่างจากราคาหน้าโชว์รูมโดยสิ้นเชิง

จากไอเสียสู่ยานพลังงานสะอาด เมืองใหญ่ต้องกล้าปรับระบบพื้นฐาน

การเปลี่ยนรถเก็บขยะดีเซลเป็นรถเก็บขยะไฟฟ้าไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีที่ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อหรือเช่ารถไฟฟ้าแทนรถเดิมที่หมดอายุ และตั้งเป้าให้ยานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์คิดเป็นร้อยละ 30 ภายในปี 2573 เมื่อรัฐบาลวางเป้าเช่นนี้ เมืองใหญ่ที่มีปัญหามลพิษสะสมอย่างกรุงเทพฯ แทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินหน้า

ด้านสิ่งแวดล้อม ผลชัดเจนจนเถียงยาก รถ EV ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ลดคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งมีเสียงรบกวนน้อยกว่ารถดีเซล จึงเหมาะกับการเก็บขยะในช่วงกลางคืน เมืองที่ต้องการคุณภาพชีวิตดีขึ้นไม่อาจยอมให้รถขยะซึ่งต้องวิ่งทุกวันเป็นแหล่งมลพิษถาวรต่อไป เมื่อยานพลังงานสะอาดสามารถให้บริการงานเก็บขยะ ซึ่งเป็นภารกิจพื้นฐานที่หยุดไม่ได้ ตามที่ผู้ว่าฯ ยืนยันว่าจะไม่มีนโยบายเลิกจ้างแต่จะทยอยปรับกำลังคนตามการเกษียณ ก็สะท้อนว่า การเปลี่ยนระบบไม่จำเป็นต้องทิ้งคนเดิมออกจากระบบ

งบ 9.3 หมื่นล้านในภาพใหญ่ของการบริหารจัดการเมือง

หลายคนอาจตกใจกับตัวเลขงบประมาณเกือบ 9.4 หมื่นล้านบาทในร่างข้อบัญญัติงบประมาณปี 2570 ของกรุงเทพมหานคร แต่หากมองว่าเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยานพลังงานสะอาดสำหรับการบริหารจัดการเมืองระยะยาว ภาพจะเปลี่ยนทันที เมืองหนึ่งเมืองต้องมีรถเก็บขยะทำงานทุกคืน ต้องควบคุมมลพิษ และต้องใช้ภาษีอย่างคุ้มค่า การอัปเกรดฟลีทรถเก็บขยะไฟฟ้าให้กลายเป็นระบบหลักจึงเปรียบเหมือนการวางรากฐานใหม่ให้บริการสาธารณะ

น่าสังเกตว่าหากงบประมาณปี 2570 ไม่ผ่านการพิจารณา เมืองอาจต้องต่อสัญญาเช่ารถดีเซลเดิมต่ออีกประมาณ 2 ปี ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้งานมานานจนใกล้หมดอายุ แต่ยังสร้างมลพิษต่อไป ทางเลือกจึงชัดเจน ระหว่างยื้อระบบเก่าให้ลากเมืองถอยหลัง หรือใช้โอกาสนี้ลงทุนในยานพลังงานสะอาดที่ช่วยทั้งลดค่าเชื้อเพลิงและลดมลพิษ การบริหารเมืองยุคใหม่ควรตัดสินใจจากต้นทุนโอกาส ไม่ใช่แค่ความเคยชิน

เมื่อเมืองนำร่อง EV หน่วยงานรัฐอื่นจะเดินตามหรือไม่

สิ่งที่โครงการรถเก็บขยะไฟฟ้าของกรุงเทพฯ กำลังทำ คือการตั้งมาตรฐานใหม่ให้ทั้งระบบราชการ เพราะมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 กำหนดให้ส่วนราชการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างรถ EV แทนรถเดิมที่หมดอายุ เมื่อเมืองใหญ่ลงมือด้วยตัวเลขและเป้าหมายที่ชัดเจน หน่วยงานอื่นย่อมถูกตั้งคำถามว่า เหตุใดการจัดซื้อยานพาหนะของตนจึงยังยึดกับเครื่องยนต์สันดาป

ที่สำคัญ การใช้รถเก็บขยะไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรุงเทพฯ หลายพื้นที่ เช่น เมืองพัทยาที่กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องใช้รถขยะไฟฟ้าอย่างน้อย 10 คันในสัญญาปี 2564–2569 เทศบาลตำบลแสนสุข เทศบาลนครภูเก็ต และเทศบาลนครนนทบุรี ต่างทดลองหรือจัดซื้อรถบรรทุกขยะไฟฟ้ามาใช้งานแล้ว นี่คือสัญญาณว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยานพลังงานสะอาดในภาครัฐเริ่มลงราก ทุกเมืองที่ต้องบริหารจัดการเมืองท่ามกลางวิกฤตมลพิษและงบประมาณจำกัด ควรมองโครงการเหล่านี้เป็นห้องทดลองนโยบาย มากกว่าจะมองเป็นความเสี่ยงทางการเมือง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!