สมุนไพรไทยเวลเนสคืออะไร และทำไมรัฐบาลจึงเลือกลงสนามนี้
สมุนไพรไทยเวลเนสคือการนำพืชสมุนไพรที่มีภูมิปัญญาดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ความงาม และไลฟ์สไตล์ที่ตอบสนองคนยุคใหม่ ทั้งในรูปแบบสกินแคร์ อาหาร เครื่องดื่ม สปา นวด และกิจกรรมดูแลตัวเองแบบองค์รวม โดยผสานองค์ความรู้แพทย์แผนไทยเข้ากับมาตรฐานสมัยใหม่ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและโอกาสในตลาดเวลเนสระดับโลก ภาครัฐเลือกลงสนามนี้เพราะเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกกำลังเติบโตต่อเนื่อง และสมุนไพรคือทุนทางภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วในประเทศ หากปล่อยให้เติบโตเองตามธรรมชาติ ผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรจะติดกับดักภาพจำเดิม คือเป็นแค่ยาหม้อ ยาดม หรือของฝาก ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยยุคใหม่ที่สามารถแข่งขันในตลาดเวลเนสไทยและต่างประเทศได้ การตัดสินใจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานด้านส่งเสริมวิสาหกิจขนาดย่อมในการสร้างโครงการเฉพาะ จึงเป็นการประกาศชัดว่ารัฐจะไม่ปล่อยให้ทุนภูมิปัญญาเหล่านี้สูญเปล่า แต่จะดันให้กลายเป็นเศรษฐกิจสุขภาพรูปแบบใหม่
Herban Era Fest สองครั้งที่เปลี่ยนสมุนไพรจากยาหม้อเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์
หัวใจของการยกระดับผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรอยู่ที่ Herban Era Fest มาร์เก็ตเพลสที่ถูกออกแบบให้สมุนไพรเดินเข้าไปอยู่กลางไลฟ์สไตล์คนเมือง ไม่ใช่แค่ในร้านขายยาเฉพาะทาง โครงการ Herban Era ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับหน่วยงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมขับเคลื่อน ได้จัดงาน Herban Era Fest รวมสองครั้ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ SMEs นำเสนอสินค้า Wellness Lifestyle ที่พัฒนาจากสมุนไพรในรูปแบบที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่และโชว์ศักยภาพของผู้ประกอบการกว่า 50 ราย ทั้งสองงานถูกจัดในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 7–9 และ 21–23 สิงหาคม โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์จากหลายหมวด ทั้งสกินแคร์ สปา เครื่องหอม อาหาร และเครื่องดื่ม การย้ายสมุนไพรเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตประจำวันคือการส่งสัญญาณว่า สมุนไพรไม่ใช่ของเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองทุกวัน และช่วยทลายกำแพงทางภาพลักษณ์ให้คนรุ่นใหม่กล้าหยิบผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรไทยเวลเนสมาใช้มากขึ้น

จากวิ่งยามเช้าถึงสเปรย์นาโน โจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการเล็กสมุนไพร
จุดแข็งของ Herban Era ไม่ใช่แค่จัดงานขายของ แต่คือการดันผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรให้คิดใหม่ว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยต้องไปให้ไกลกว่าแคปซูลและยาหม้อ โครงการจัดกิจกรรมอย่าง Herban Era Run และ Herban Era Move ชวนคนออกมาวิ่งและเต้นแอโรบิคยามเช้า พร้อมสอดแทรกเรื่องราวและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในรูปแบบที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ นี่คือการย้ำว่า ถ้าสมุนไพรจะอยู่ในตลาดเวลเนสไทย ผู้ประกอบการต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ใช่แต่อาศัยสูตรโบราณ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ 3 ไฮไลต์ธุรกิจที่ถูกหยิบขึ้นมา เช่น สเปรย์อโรม่าสมุนไพรนาโนบรรเทาปวดแบรนด์หนึ่งที่ใช้เทคโนโลยี Nano Encapsulation ผสานไพลและเถาวัลย์ต่างๆ พร้อมกลิ่นผ่อนคลายและได้รับรางวัลระดับชาติ หรือสกินแคร์ Clean & Green Beauty ที่เล่าเรื่องใบบัวบก ข้าว และใบชาในรูปแบบมอยส์เจอร์ไรเซอร์สเปรย์ฉีดได้ทุกที่ทุกเวลา โจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรจึงไม่ใช่การมีสูตรดีอย่างเดียว แต่ต้องแปลงสูตรให้เป็นสินค้า Wellness Lifestyle ที่มีประสบการณ์ใช้งานน่าเชื่อถือและทันสมัย
เมื่อเศรษฐกิจสุขภาพโต รัฐต้องทำมากกว่าพูดถึงภูมิปัญญา
สิ่งที่ทำให้ภารกิจยกระดับสมุนไพรไทยเวลเนสมีน้ำหนัก ไม่ใช่คำพูดสวยหรูเรื่องภูมิปัญญา แต่คือการยอมรับว่าเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกกำลังเติบโตและสร้างแรงกดดันให้ต้องลงมือ กระทรวงที่ดูแลด้านการค้าให้ข้อมูลว่าเศรษฐกิจสุขภาพหรือ Wellness Economy บนเวทีโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและส่งอานิสงส์ตรงมายังสมุนไพรไทย ขณะเดียวกัน ฝ่ายสาธารณสุขกำลังกระตุ้นนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพสร้างรายได้ หรือ Health for Wealth เพื่อผลักดันการแพทย์และผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ก้าวสู่ตลาดสุขภาพระดับโลก และยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางการแพทย์และเวลเนส แนวคิดเดียวกันยังสะท้อนผ่านมหกรรมนวดและเวลเนสแห่งชาติ National NUAD THAI & Wellness Expo 2026 ซึ่งรัฐมนตรีและอธิบดีด้านการแพทย์แผนไทยมองว่านวดไทย สมุนไพร และเวลเนสไทยคือทุนของชาติที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสุขภาพและดึงการลงทุนกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเข้ามา การมีงานใหญ่ที่คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมกว่า 50,000 คนภายในสามวัน แสดงให้เห็นว่ารัฐเริ่มลงมือสร้างระบบนิเวศเวลเนสจริงจัง ไม่ใช่แค่กล่าวอ้างคุณค่าทางวัฒนธรรมแล้วปล่อยให้ผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรสู้กันเองในตลาด
โอกาสและความเสี่ยงของผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรในสนามโลก
Herban Era และมหกรรมนวดไทยเวลเนสอาจถูกมองว่าเป็นงานครั้งคราว แต่ในความเป็นจริงนี่คือสนามทดลองของนโยบายใหญ่ที่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรจะมีที่ยืนอย่างยั่งยืนในตลาดเวลเนสไทยและตลาดสากลหรือไม่ โครงการ Herban Era ระบุเป้าหมายชัดว่าต้องการยกระดับผู้ประกอบการทั้งด้านทักษะการสร้างแบรนด์ การเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม การขยายตลาดเชิงพาณิชย์ และการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สมุนไพรเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์เพื่อขยายฐานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ นี่คือทิศทางที่ถูกต้อง แต่ยังไม่พอ ความเสี่ยงสำคัญคือ หากไม่มีการตามต่อด้วยมาตรการด้านคุณภาพ มาตรฐาน และการเชื่อมโยงสู่เครือข่ายธุรกิจระยะยาว ผู้ประกอบการเล็กสมุนไพรจะกลับไปอยู่จุดเดิม คือขายดีเฉพาะช่วงงานแล้วเงียบหาย นโยบายที่พูดถึงศูนย์กลาง Medical & Wellness Hub จึงต้องลงมารับช่วงต่อจากโครงการแบบ Herban Era ให้เป็นระบบ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเชิงลึก การจับคู่ธุรกิจ การเข้าถึงทุน ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้สมุนไพรไทยเวลเนสไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นฐานเศรษฐกิจสุขภาพที่ผู้ประกอบการรายย่อมมีส่วนร่วมจริง






