ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ลดน้ำหนักด้วยการกินใน 8 ชั่วโมง งานวิจัยใหม่บอกอะไรเรา

ลดน้ำหนักด้วยการกินใน 8 ชั่วโมง งานวิจัยใหม่บอกอะไรเรา
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

การอดอาหารเป็นช่วงคืออะไร และงานวิจัยใหม่พบอะไรเกี่ยวกับหน้าต่าง 8 ชั่วโมง

การอดอาหารเป็นช่วงคือรูปแบบการจัดตารางเวลากินและงดอาหารในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ ที่เน้นกำหนดชั่วโมงที่อนุญาตให้กิน เช่น 8 หรือ 10 ชั่วโมง และช่วงเวลาที่ต้องงดอาหารที่เหลือ แทนที่จะเน้นการนับแคลอรีหรือจำกัดชนิดอาหาร วิธีนี้จึงถูกใช้เป็นกลยุทธ์การควบคุมน้ำหนักและอาจมีผลต่อการเผาผลาญ รวมถึงฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลและไขมันในเลือด ประเด็นที่กำลังถูกจับตามองคือหน้าต่างการกิน 8 ชั่วโมงที่อยู่ในกรอบการลดน้ำหนักด้วยการกินแบบ time-restricted eating หรือ TRE งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการและโรคเบาหวานได้นำข้อมูลของการทดลอง TRE 5 การทดลองมาวิเคราะห์รวมกัน เพื่อดูว่าความยาวของช่วงเวลาที่กินในแต่ละวันสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวและตัวชี้วัดสุขภาพเมตาบอลิซึมหรือไม่ สิ่งที่พบคือหน้าต่าง 8 ชั่วโมงมีแนวโน้มช่วยให้น้ำหนักลดมากกว่าหน้าต่างยาวกว่านี้ แต่ผลลัพธ์ไม่ได้มากแบบพลิกชีวิตอย่างที่พาดหัวมักทำให้เข้าใจ

ลดน้ำหนักด้วยการกินใน 8 ชั่วโมง งานวิจัยใหม่บอกอะไรเรา

ตัวเลขจากการทดลอง TRE 5 การทดลอง: ลดได้แค่ไหนกันแน่

งานวิจัยนี้รวมอาสาสมัคร 124 คน อายุเฉลี่ย 47 ปี ที่เดิมมีช่วงเวลาการกินยาวประมาณ 15 ชั่วโมงต่อวัน และมีอย่างน้อยหนึ่งองค์ประกอบของกลุ่มอาการเมตาบอลิก เช่น ความดันผิดปกติ น้ำตาลสูง หรือไขมันเลือดผิดปกติ ผู้เข้าร่วมถูกจัดให้ทำ TRE โดยจำกัดช่วงกินเหลือ 8 10 หรือ 12 ชั่วโมง โดยไม่ได้บังคับชนิดอาหารหรือปริมาณแคลอรี ขณะที่กลุ่มควบคุมกินตามปกติหรือได้รับคำแนะนำด้านโภชนาการเท่านั้น เมื่อดูผลร่วมกัน พบว่าผู้ที่ทำ TRE โดยรวมลดช่วงเวลาการกินได้ราว 4 ชั่วโมงต่อวัน และน้ำหนักตัวลดเฉลี่ย 2.18 กิโลกรัมจากจุดเริ่มต้น ข้อความที่ควรจดจำคือ “ผู้ที่ทำ TRE มักลดพลังงานลงประมาณ 200 ถึง 500 กิโลแคลอรีต่อวัน และน้ำหนักลดราว 1% ถึง 5% ของน้ำหนักตั้งต้น” ส่วนคนที่อยู่ในกลุ่มควบคุมแทบไม่เปลี่ยนทั้งช่วงเวลาการกินและน้ำหนักเลย

ทำไมหน้าต่าง 8 ชั่วโมงจึงเด่นกว่า แต่ผลต่อเมตาบอลิกไม่ได้สวยหรู

จุดที่สะดุดตาในงานวิเคราะห์นี้คือกลุ่มที่ถูกกำหนดให้กินในหน้าต่าง 8 ชั่วโมงมีแนวโน้มลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่กินใน 12 ชั่วโมงและกลุ่มควบคุม โดยความแตกต่างเมื่อเทียบกับหน้าต่าง 10 ชั่วโมงไม่ชัดเจนในเชิงสถิติ พูดง่ายๆ 8 ชั่วโมงดูจะให้ผลดีกว่า 12 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ฉีกหนี 10 ชั่วโมงแบบขาดลอย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมด้านเมตาบอลิกซับซ้อนกว่าพาดหัวที่เน้นตัวเลขน้ำหนักเยอะ งานวิจัยรายงานว่าระยะเวลาของ TRE ไม่ได้แสดงความสัมพันธ์ที่แน่นอนกับระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิต หรือระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร แถมงานศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ก็ให้ผลปะปนว่าการอดอาหารเป็นช่วงช่วยด้านสุขภาพหัวใจและเมตาบอลิซึมมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นการคาดหวังว่าหน้าต่าง 8 ชั่วโมงจะเป็นยาวิเศษจัดระเบียบระบบเผาผลาญทั้งหมดคงเกินจริงไปมาก

คนอายุ 40 ปีขึ้นไปกับการอดอาหารเป็นช่วง ข้อจำกัดที่ต้องมองให้ครบ

เมื่อพูดถึงการควบคุมน้ำหนักในวัย 40 ปีขึ้นไป สิ่งที่ต้องระวังคือมวลกล้ามเนื้อที่ลดลงตามวัยราว 1% ต่อปี และอัตราการเผาผลาญพื้นฐานที่มักลดลงตามไปด้วย หากลดจำนวนมื้อลงมากๆ เพื่ออดนานขึ้น เช่น รูปแบบอด 16 ชั่วโมง กิน 8 ชั่วโมง แต่กลับกินโปรตีนและแคลอรีรวมไม่พอ ร่างกายอาจดึงทั้งไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้กล้ามเนื้อลดลงไปอีก ส่งผลให้เผาผลาญช้าลงและลดน้ำหนักในระยะยาวยากขึ้น ในช่วงปรับตัวของการอดยาว หลายคนพบอาการหิวมาก หงุดหงิด วิงเวียน ปวดศีรษะ หรือง่วงง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การกินเกินในช่วงที่อนุญาต โดยเฉพาะอาหารแปรรูป ไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง สิ่งนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งและตกอย่างรวดเร็ว กระตุ้นอินซูลินซึ่งเกี่ยวข้องกับการสะสมไขมัน และอาจสวนทางกับเป้าหมายการลดน้ำหนัก รวมถึงเสี่ยงขาดวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และกรดไขมันจำเป็น หากจัดมื้อไม่รอบคอบ ส่งผลถึงผิว ผม ระบบขับถ่าย และความแข็งแรงโดยรวม

การลดน้ำหนักด้วยการกินแบบ TRE ไม่ใช่สูตรเดียวใช้ได้กับทุกคน

เบื้องหลังตัวเลขสวยๆ ยังมีความจริงที่ต้องยอมรับว่า TRE ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกคน งานวิเคราะห์ล่าสุดเองก็ชี้ว่ารูปแบบหน้าต่างการกินในงานวิจัยที่มีอยู่หลากหลายมาก และยังบอกไม่ได้ชัดว่าช่วงอดกี่ชั่วโมงจึงจะเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกคน ยิ่งไปกว่านั้น การทบทวนหลักฐานก่อนหน้านี้ยังพบว่าผลการลดน้ำหนักของการอดอาหารเป็นช่วงไม่ได้แตกต่างจากการควบคุมอาหารแบบดั้งเดิมมากนัก แม้ว่างานที่โฟกัสเฉพาะ TRE จะรายงานว่าน้ำหนักลดลงก็ตาม จากมุมมองของวิทยาศาสตร์โภชนาการ สิ่งที่ดูเหมือนเป็น “เทคนิคใหม่” ก็คือการทำให้เรากินน้อยลงประมาณ 200 ถึง 500 กิโลแคลอรีต่อวันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหลักการเดิมของการควบคุมน้ำหนักเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบเวลาเท่านั้น การศึกษายังบอกด้วยว่าต้องมีงานวิจัยในกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น ช่วงเวลาติดตามนานขึ้น และครอบคลุมช่วงเวลาการกินที่แตกต่างกันออกไปในอนาคต ดังนั้น หากจะลดน้ำหนักด้วยการกินแบบ TRE ควรถามตัวเองก่อนว่าไลฟ์สไตล์ การนอน งาน และสุขภาพของเรารับได้กับกรอบเวลานั้นแค่ไหน และพร้อมปรับคุณภาพอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนให้ไปด้วยกันหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว การอดอาหารเป็นช่วงเป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่ทางลัดวิเศษสู่รูปร่างและสุขภาพที่ดี

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!