ทำไมเทศกาลอาหาร 2026 คือเวลาทองของสายกินและสายคราฟต์
เทศกาลอาหาร 2026 คือการรวมงานเฉลิมฉลองอาหาร เครื่องดื่ม และครัวศิลป์หลากรูปแบบที่จัดตลอดทั้งปี ตั้งแต่เทศกาลริมหาด เทศกาลสุราแฮนด์เมด งานเฟ้นหาเชฟตัวแทนประเทศ ไปจนถึงงานวัฒนธรรมที่มีโซนอาหารถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอาหารโดยเฉพาะ สายกินจึงไม่ได้แค่ไปชิม แต่ได้เห็นภาพรวมของ Soft Power ด้านอาหารที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างตัวตนใหม่ให้วงการครัวศิลป์ประเทศไทย มุมมองสำคัญของปีนี้คือ อาหารไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในร้านหรูหรือโรงแรมอีกต่อไป แต่กระจายตัวสู่พื้นที่สร้างสรรค์ทั้งริมหาด ริมแม่น้ำ และฮอลล์จัดแสดง ทำให้คนกิน คนทำ และคนจัดงานเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียและเรื่องเล่าเบื้องหลังวัตถุดิบอย่างเข้มข้น ใครที่มองอาหารเป็นทั้งงานศิลป์และโอกาสทางธุรกิจ ปีนี้คือช่วงเวลาทองที่ควรลงพื้นที่เก็บอินไซต์ให้เต็มที่
Hua Hin Food Fest on the beach งานริมหาดที่ผสมทะเลกับครัวศิลป์
ถ้าพูดถึงงานครัวศิลป์ประเทศไทยที่เล่าเรื่องทะเลได้สนุกสุด รอบนี้ต้องยกให้เทศกาลอาหาร Hua Hin Food Fest on the beach 2026 ที่หาดหัวดอน เขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเปิดงานโดยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหินเป็นประธาน งานนี้ถูกออกแบบให้กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น พร้อมนำเสนอ Soft Power ด้านอาหารผ่านร้านอาหารท้องถิ่นชั้นนำ เครื่องดื่ม และเมนูจากโรงแรมระดับ 5 ดาวในพื้นที่หัวหิน–ชะอำกว่าเกือบ 100 บูธ ในราคาพิเศษ เสน่ห์ของงานไม่ได้อยู่ที่เมนู “ผัดไทยนครหัวหินอินเตอร์” ที่ผู้บริหารเมืองช่วยกันปรุงแจกกว่า 500 จานเท่านั้น แต่ยังมีการแข่งขันพาสต้าแนวสร้างสรรค์ การแข่งขันส้มตำลีลาโมเดิร์น และ Hua Hin Chef’s Table ที่เปิดพื้นที่ให้เชฟโชว์ศิลปะบนจานให้คนดูสัมผัสใกล้ชิด บวกกับกิจกรรมแกะสลักน้ำแข็ง การแสดงบอลลูน น้ำพุ แสงสีเสียง และพลุทุกคืน ทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่เทศกาลกิน แต่เป็นงานออกแบบบรรยากาศที่ทำให้หัวหินกลายเป็นเมืองครัวศิลป์ริมทะเลเต็มตัว

Makro HORECA Champion เวทีค้นหาเชฟตัวแทนประเทศจาก 5 ภูมิภาค
อีกงานที่สะท้อนภาพงานครัวศิลป์ประเทศไทยชัดเจนคือ Makro HORECA Champion 2026 เวทีแข่งขันที่ตั้งใจจุดพลุดาวรุ่งวงการอาหารและเครื่องดื่มไทย เปิดรับเชฟและมิกโซโลจิสต์จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศเข้ามาแสดงฝีมือ โดยเริ่มรอบภูมิภาควันที่ 3 กันยายนนี้ที่สาขาแจ้งวัฒนะ ก่อนต่อยอดไปสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศภายในงาน Makro HORECA มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือแนวคิดที่ใช้เวทีนี้สร้าง Talent รุ่นใหม่ให้เศรษฐกิจอาหาร ทั้งเชฟระดับจูเนียร์ เชฟระดับโปร และมิกโซโลจิสต์หน้าใหม่ ได้ฝึกการยกระดับวัตถุดิบและเอกลักษณ์อาหารให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคนี้ คำกล่าวของผู้จัดที่มองคนรุ่นใหม่เป็นทรัพยากรสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร เป็นประโยคที่ควรถูกหยิบไปคิดต่อ เพราะเมื่อเชฟตัวแทนประเทศถูกปั้นจากเวทีแข่งขันที่มีมาตรฐานสมาคมเชฟโลก การขับเคลื่อน Soft Power ด้านอาหารก็จะมีฐานที่แข็งแรงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ญี่ปุ่นแบงคอกในแบบ NIPPON HAKU กับธีม Japanese Way for Better Day
สำหรับสายกินที่หลงรักอาหารญี่ปุ่น งาน NIPPON HAKU BANGKOK 2026 คือคำตอบของคำว่า ญี่ปุ่นแบงคอกอย่างแท้จริง งานนี้เป็นมหกรรมที่รวมทุกเรื่องของญี่ปุ่นไว้ในงานเดียว ชวนให้คนค้นพบ “วันที่ดีขึ้นในแบบของตัวเอง” ภายใต้ธีม “Japanese Way for Better Day” พร้อมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟและทัพศิลปินไทย–ญี่ปุ่นตลอด 3 วันเต็ม 28–30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 5–6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าร่วมงานได้ฟรีทั้งสามวัน คำกล่าวของประธานจัดงานที่บอกว่า NIPPON HAKU ไม่ใช่แค่งานเล่าเรื่องญี่ปุ่น แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้คนไทยและญี่ปุ่นได้พบกัน เรียนรู้ และต่อยอดประสบการณ์สู่วันที่ดีขึ้นในแบบของตัวเอง สะท้อนวิธีคิดใหม่ที่ใช้วัฒนธรรมอาหารเป็นสะพานเชื่อมผู้คน ภายในงานมี FOOD ZONE รวมอาหาร ขนม และเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นหลายเมนู ร่วมกับโซนการศึกษา งาน ธุรกิจ ท่องเที่ยว สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงที่ครบถ้วน ทำให้คนที่ไปงานไม่เพียงได้กินของอร่อย แต่ได้เห็นภาพว่าการใช้วัฒนธรรมอาหารอย่างมียุทธศาสตร์สามารถเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสร้างโอกาสใหม่ให้ชีวิตได้

จากสาโทริมเจ้าพระยาถึง Mooncake Festival บทสรุปเทศกาลปลายฝนต้นหนาว
ช่วงต้นกันยายนคือหมุดหมายสำคัญของคนรักงานคราฟต์และขนมเทศกาล เริ่มจากงาน “SATO SO GOOD – Original Thai Sip” ที่ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 4–6 กันยายน 2569 เทศกาลนี้รวมสาโทหรือ Thai Rice Wine จากผู้ผลิตท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 30 ราย มาร่วมเปลี่ยน Mindset และยกระดับสาโทจากสุราพื้นบ้านไทยสู่คราฟต์ดริ้งก์ระดับสากล ท่ามกลางบรรยากาศชิลริมแม่น้ำ ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนทำสาโทในเวิร์กช็อปฟรีทุกวัน และสนุกกับดนตรีจาก Durian Radio พร้อมเมนู Local Food Pairing ที่ออกแบบให้เข้ากับมิติรสชาติของสาโท ถัดจากนั้น 1–25 กันยายน คือคิวของ “Mooncake Festival 2026” ที่ริมเจ้าพระยาอีกฝั่งหนึ่ง งานนี้รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากร้านดัง โรงแรมชั้นนำ และแบรนด์ระดับโลกกว่า 16 แบรนด์ พร้อมรสชาติใหม่และลิมิเต็ดเอดิชันให้เลือกสรรปีละครั้งเท่านั้น ความหมายเรื่องความพร้อมหน้าและความผูกพันของครอบครัวถูกแปลงสู่กล่องขนมที่ทั้งสวยและเล่าเรื่องได้ ทำให้การซื้อขนมไหว้พระจันทร์กลายเป็นการคัดเลือกชิ้นงานศิลป์กินได้มากกว่าของไหว้ธรรมดา เมื่อมองภาพรวมจากสาโทถึงขนมไหว้พระจันทร์ เราจะเห็นชัดว่าปลายฝนต้นหนาวปีนี้คือฤดูกาลที่ Soft Power ด้านอาหารกำลังเบ่งบานทั้งฝั่งคราฟต์ดริ้งก์และขนมเทศกาลอย่างน่าสนใจ





