ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

CP Innovation Exposition เปิดโลก Future Fest และเทคโนโลยีแห่งวันพรุ่งนี้

CP Innovation Exposition เปิดโลก Future Fest และเทคโนโลยีแห่งวันพรุ่งนี้
ความสนใจ|รวมเทคโนโลยี

CP Innovation Exposition คืออะไร และทำไม Future Fest ครั้งนี้ห้ามพลาด

CP Innovation Exposition คือมหกรรมนวัตกรรมที่รวบรวมเทคโนโลยีล้ำสมัย ไอเดียธุรกิจใหม่ และประสบการณ์อินเทอร์แอ็กทีฟ เพื่อให้คนทั่วไป ผู้ประกอบการ คนทำงาน และนักศึกษาได้สัมผัสโลกแห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด เชื่อมโยงทั้ง AI หุ่นยนต์ ดาวเทียม อาหาร สุขภาพ และความยั่งยืนเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว เน้นการเรียนรู้จากของจริงและผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ไม่ใช่แค่ดูนิทรรศการ แต่ได้ทดลอง ตั้งคำถาม และมองเห็นโอกาสต่อยอดกับชีวิตและการทำงานของตนเอง หัวใจของงานปีนี้คือการเนรมิตทรู ดิจิทัล พาร์คให้กลายเป็น “Future Fest” ตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2569 งานไม่ได้จัดเพื่อโชว์เทคโนโลยีให้ตื่นตาอย่างเดียว แต่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้ถามคำถามสำคัญว่า โลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI หุ่นยนต์ และการเชื่อมต่อจากอวกาศ จะเปลี่ยนชีวิตและธุรกิจของเราไปอย่างไร และเราควรเตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่วันนี้ งานเปิดให้เข้าร่วมฟรี แต่ละเซสชันมีจำนวนที่นั่งจำกัด จึงสะท้อนชัดว่าผู้จัดอยากให้คนที่สนใจจริงได้เข้าไปแลกเปลี่ยนอย่างมีคุณภาพมากกว่าการจัดงานให้คนเดินผ่านไปมาแบบผิวเผิน

ไลน์อัปสปีกเกอร์กว่า 60 คน และ 8 มุมมอง Beyond ที่จะกำหนดอนาคตเทคโนโลยี

จุดแข็งที่สุดของ CP Innovation Exposition ครั้งนี้คือไลน์อัปสปีกเกอร์กว่า 60 คนจากองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ผู้นำเทคโนโลยี ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายวงการ งานไม่ได้เชิญสปีกเกอร์มาเล่าเรื่องสวยหรู แต่จัดโครงสร้างเนื้อหาผ่าน 8 มุมมอง Beyond ที่ตั้งใจพาเราก้าวข้ามกรอบเดิมของการมองโลกนวัตกรรม Beyond Connectivity จะชวนคิดตั้งแต่ AI บนหน้าจอไปจนถึงหุ่นยนต์และการเชื่อมต่อจากอวกาศ ผ่านชื่ออย่าง AWS Microsoft Huawei Alibaba Cloud Tencent Cloud รวมถึงผู้พัฒนาดาวเทียมบรอดแบนด์วงโคจรต่ำและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Beyond Biology เปิดโลกชีวภาพและการใช้ AI ถอดรหัสพันธุกรรมจุลินทรีย์เพื่อสร้างอาหารและสุขภาพแบบใหม่ Beyond Convenience และ Beyond Ecosystem พาเจาะค้าปลีก โลจิสติกส์ และการใช้ AI เปลี่ยนทั้งห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ Beyond Spaces และเวที “Women Who Build What’s Next” แสดงให้เห็นว่าพื้นที่และบทบาทผู้หญิงคือส่วนสำคัญของระบบนิเวศนวัตกรรม ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ หนึ่งในประโยคที่สะท้อนจุดยืนของงานคือแนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND — ผสานพลังขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ซึ่งชัดเจนว่าผู้จัดไม่มองนวัตกรรมเป็นเรื่องของบริษัทใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องร่วมกันสร้าง

Future Fest: AI หุ่นยนต์ ดาวเทียม และอาหารแห่งอนาคตในพื้นที่เดียว

ถ้าอยากเห็นว่าโลกวันพรุ่งนี้หน้าตาเป็นอย่างไร Future Fest ในงานนี้คือภาพจำลองที่ใกล้เคียงที่สุด ผู้ร่วมงานจะได้เปิดโลก AI หุ่นยนต์ ดาวเทียม และอาหารแห่งอนาคตแบบครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมต่ออัจฉริยะบนคลาวด์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ทำงานในโลกจริง ไปจนถึงดาวเทียมบรอดแบนด์วงโคจรต่ำที่อาจเปลี่ยนเกมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต พื้นที่งานถูกออกแบบให้เป็น tech exhibition ที่ผสานเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกไว้ด้วยกัน มีหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบ Immersive Experience จุดถ่ายภาพ และระบบสะสมแต้มแลกของที่ระลึก ทำให้การเรียนรู้เรื่อง AI technology showcase และ robotics innovation ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่กลายเป็นกิจกรรมที่คนทุกวัยเข้าถึงได้ ที่สำคัญ งานเปิดให้ผู้สนใจร่วมรับฟังและเดินสำรวจนวัตกรรมฟรี เพียงลงทะเบียนและเลือกจองเซสชันล่วงหน้า เนื่องจากแต่ละเซสชันมีจำนวนที่นั่งจำกัด จากมุมมองของผู้เขียน นี่ไม่ใช่แค่งานโชว์เทคโนโลยี แต่เป็นการทดลองสร้างเมืองจำลองที่ AI การเชื่อมต่อจากอวกาศ และอาหารแห่งอนาคตอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เราได้ถามตัวเองว่าอยากให้โลกจริงเดินไปในทิศทางไหน

โซนนวัตกรรม 90 ผลงานและกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟสำหรับผู้ประกอบการ คนทำงาน และนักศึกษา

อีกด้านที่น่าสนใจไม่แพ้เวทีสปีกเกอร์คือโซนนวัตกรรมจากเครือซีพีทั่วโลก 90 ผลงานที่คัดสรรจาก 319 ผลงานส่งเข้าประกวด สะท้อนให้เห็นว่าการพูดเรื่องนวัตกรรมในงานนี้มีของจริงรองรับ ไม่ใช่แค่แนวคิดสวยงาม ผลงานครอบคลุมทั้งกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ บริการ โมเดลธุรกิจ และความยั่งยืน เชื่อมเทคโนโลยีสำคัญหลายสาขาเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ AI integration ในธุรกิจอาหาร ไปจนถึงการใช้ข้อมูลและระบบอัตโนมัติในโลจิสติกส์และค้าปลีก ผู้ร่วมงานไม่ได้แค่เดินดู แต่สามารถพบผู้พัฒนาผ่านกิจกรรม Meet the Innovator ตั้งคำถามในช่วง Ask the Expert และเข้าร่วมเวิร์กช็อป เช่น LEGO SERIOUS PLAY เพื่อฝึกคิดเชิงนวัตกรรม รวมถึงกิจกรรมสร้างงานศิลปะร่วมกับศิลปินออทิสติกที่ช่วยเปิดมุมมองเรื่องความหลากหลายของผู้สร้างสรรค์ งานยังมีรางวัล Chairman Awards สำหรับสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ทีมพัฒนากล้าคิดและกล้าทำมากขึ้น จากโครงสร้างกิจกรรม จะเห็นชัดว่าผู้จัดมองผู้เข้าร่วมเป็นผู้ร่วมสร้าง ไม่ใช่ผู้ชมเฉยๆ ผู้ประกอบการสามารถค้นหาโอกาสต่อยอดธุรกิจ คนทำงานสำรวจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ นักศึกษาใกล้ชิดโลกของผู้พัฒนา และผู้สนใจทั่วไปค้นพบนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของตนเอง

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ และมุมมองสรุปว่าควรไปงานนี้เพื่ออะไร

แม้งานจะเปิดให้เข้าร่วมฟรี แต่ข้อจำกัดสำคัญที่ต้องรู้คือแต่ละเซสชันมีจำนวนที่นั่งจำกัด ผู้สนใจต้องลงทะเบียนและเลือกจองเวทีล่วงหน้า หากไปแบบไม่วางแผนมีโอกาสสูงที่จะพลาดเซสชันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสายงานหรือความสนใจของตนเอง อีกด้านหนึ่ง ความหลากหลายของหัวข้อและสปีกเกอร์กว่า 60 คนอาจทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกท่วมท้น หากไม่ได้คิดก่อนว่าตัวเองอยากได้คำตอบเรื่องอะไรจากงานนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพรวม CP Innovation Exposition ครั้งนี้คือ Future Fest ที่มีความหมายมากกว่าคำว่ามหกรรมเทคโนโลยี เพราะมันตั้งคำถามกับอนาคตในระดับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ระดับองค์กรใหญ่ ใครที่กำลังมองหาไอเดียสำหรับธุรกิจ เครื่องมือใหม่ในการทำงาน เส้นทางอาชีพ หรืออยากรู้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนชีวิตอย่างไร งานนี้ให้ทั้งภาพใหญ่และตัวอย่างการใช้จริงในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ AI technology showcase หุ่นยนต์ ดาวเทียม ไปจนถึงอาหารแห่งอนาคตและโมเดลธุรกิจใหม่ ข้อเสนอของผู้เขียนคือ อย่าไปงานนี้เพื่อดูว่าเทคโนโลยีล้ำแค่ไหน แต่ไปเพื่อถามว่าในโลกที่ AI robotics innovation และการเชื่อมต่อจากอวกาศกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ เราอยากมีบทบาทแบบไหน และจะเริ่มต้นปรับตัวอย่างไรตั้งแต่วันนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!