Thai Craft Wisdom ไม่ใช่ของเก่า แต่คือภาษาของแฟชั่นวันนี้
Thai Craft Wisdom คือแนวคิดที่มองภูมิปัญญางานคราฟต์จากรากเหง้าวัฒนธรรมเป็นองค์ความรู้ที่ยังมีชีวิต สามารถตีความใหม่ด้วยการออกแบบร่วมสมัย ผสมวัสดุพื้นถิ่น ทักษะช่างฝีมือ และเรื่องเล่าท้องถิ่นให้กลายเป็นแฟชั่นที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกันผ่านเสื้อผ้าและงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ หัวใจของงานนี้คือการที่แพลตฟอร์ม ICONCRAFT เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ไทย ELLE Fashion Week สามแบรนด์ VOYAGE FEEL YOUTH และ COLLECTOR PROJECT นำแนวคิด Thai Craft Wisdom – From Heritage to Contemporary Fashion ขึ้นรันเวย์กรุงเทพ 2026 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แทนที่จะปล่อยให้งานคราฟต์อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์หรือหมู่บ้านช่างฝีมือ พวกเขาพาองค์ความรู้เหล่านี้ขึ้นเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ ทำให้เห็นชัดว่าภูมิปัญญาไทยแฟชั่นไม่ใช่ของโบราณ แต่เป็นทรัพยากรสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

รันเวย์ริมเจ้าพระยาและนิทรรศการที่ยืนยันพลังแฟชั่นโชว์ท้องถิ่น
การจัดแฟชั่นโชว์ ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT บนพื้นที่ริเวอร์ พาร์ค ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่แค่การเลือกโลเคชันสวย แต่คือการประกาศว่ารันเวย์กรุงเทพ 2026 มีรากจากชุมชนและสายน้ำที่หล่อเลี้ยงเมืองมายาวนาน ผู้สนใจสามารถเข้าชมแฟชั่นโชว์ท้องถิ่นที่มีมาตรฐานระดับสากลได้ในวันดังกล่าว และยังต่อยอดประสบการณ์ด้วยการเดินชม ELLE FASHION WEEK 2026: POP-UP EXHIBITION ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม–14 พฤศจิกายน 2569 ณ ICONCRAFT ชั้น 4–5 ไอคอนสยาม นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใกล้ชิดกับเรื่องราวของงานฝีมือไทยผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ ทำให้เห็นกระบวนการคิด การทดลอง และรายละเอียดของช่างฝีมือไทยร่วมสมัยอย่างชัดเจน นี่คือการออกแบบประสบการณ์ที่ตั้งใจให้ผู้ชมไม่ใช่แค่ดูเสื้อผ้าบนรันเวย์ แต่เข้าใจภูมิปัญญาเบื้องหลัง และเห็นว่าท้องถิ่นสามารถเป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ระดับโลกได้

VOYAGE และ FEEL YOUTH เมื่อชีวิตคนเมืองและการเติบโตกลายเป็นผืนผ้า
VOYAGE ของณัฏฐ์ มั่งคั่งเลือกเล่าเรื่องการเดินทางในเมืองใหญ่ผ่านคอลเลกชัน Journey within the City ที่ผสมผสาน Urban Culture และอิทธิพลของ Sportswear เข้ากับ Thai Craft เพื่อสร้างเสื้อผ้าสำหรับชีวิตคนเมืองปัจจุบัน จุดแข็งคือการขยายขอบเขตงานคราฟต์ให้กว้างกว่าการทอผ้า ด้วยการนำเทคนิคการร้อยลูกปัดที่เชื่อมโยงกับเครื่องแต่งกายมโนราห์ และงานปักจากแรงบันดาลใจเครื่องแต่งกายลิเกมาใช้กับเสื้อผ้าร่วมสมัย รวมถึงผ้าขาวม้า ผ้าอีโคพรินต์ และกระดุม Dead Stock เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุที่ถูกมองข้าม คำกล่าวของณัฏฐ์ที่น่าจดจำคือ “โอกาสของงานคราฟต์ไทยอยู่ที่การทำให้ภูมิปัญญาเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในชีวิตจริง เมื่อผู้คนยังเลือกใช้และสวมใส่ งานฝีมือก็จะยังคงมีพื้นที่ในการพัฒนาและส่งต่อไปสู่คนรุ่นต่อไปได้” ด้าน FEEL YOUTH ของภูวดล จันทรเกษม ใช้วงจรชีวิตผีเสื้อเป็นแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดแนวคิด Every Change Creates the Next You ผ่านเสื้อผ้าหลายระดับ ตั้งแต่ชิ้นสวมใส่สบายไปจนถึงเวิร์กแวร์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน พร้อมทดลองเทคนิคย้อมสีและสร้างพื้นผิวที่คำนึงถึงผู้คนและธรรมชาติ ทั้งสองแบรนด์จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของการที่ดีไซเนอร์ไทย ELLE Fashion Week ใช้แฟชั่นเป็นภาษาพูดถึงชีวิต การเปลี่ยนแปลง และภูมิปัญญาไทยแฟชั่นไปพร้อมกัน

COLLECTOR PROJECT และบทบาทของ ICONCRAFT ในการดันช่างฝีมือไทยร่วมสมัยสู่เวทีโลก
COLLECTOR PROJECT โดยเอก ทองประเสริฐนำเสนอคอลเลกชัน Urban Armour - Contemporary Talisman for Everyday Battles หยิบวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องเสื้อยันต์ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องทั้งกายและใจ มาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับชีวิตคนเมือง นี่คือการเปลี่ยนสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นเสื้อผ้าร่วมสมัยที่ยังคงพลังทางใจ แต่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกวัน สะท้อนว่าช่างฝีมือไทยร่วมสมัยไม่ได้แค่ทำงานมือประณีต แต่ยังคิดเชิงสัญลักษณ์และจิตวิญญาณของผู้สวมใส่ด้วย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะ ICONCRAFT ทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแพลตฟอร์มที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพของช่างฝีมือ นักออกแบบ และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ไทย การนำ Thai Craft Wisdom ก้าวสู่บริบทใหม่ของโลกแฟชั่นใน ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT เป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้จากรากเหง้าทางวัฒนธรรมถูกตีความ ทดลอง และสร้างความหมายใหม่ผ่านการออกแบบร่วมสมัย การนำเสนอผลงานของทั้งสามแบรนด์สะท้อนบทบาทของ ICONCRAFT ในการเชื่อมโยงช่างฝีมือ ศิลปิน นักออกแบบ ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และเครือข่ายชุมชนจากทั่วประเทศ เข้ากับโลกแฟชั่นร่วมสมัย โดยมุ่งเพิ่มโอกาสให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และต่อยอดจาก Local Heroes สู่ตลาดที่มีศักยภาพในระดับสากล เมื่อมองภาพรวม เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ท้องถิ่น แต่คือการประกาศว่าภูมิปัญญาไทยแฟชั่นพร้อมยืนเคียงข้างเวทีสากล และดีไซเนอร์รุ่นใหม่สามารถใช้รากเหง้าของตัวเองเป็นทุนสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันหมด







