ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ชั้นน้ำแข็งละลายเร่งตัว จุดเปลี่ยนภูมิอากาศและอนาคตระดับน้ำทะเล

ชั้นน้ำแข็งละลายเร่งตัว จุดเปลี่ยนภูมิอากาศและอนาคตระดับน้ำทะเล
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

ชั้นน้ำแข็งละลายคือสัญญาณเตือนจุดเปลี่ยนภูมิอากาศ ไม่ใช่ตัวเลขไกลตัว

ชั้นน้ำแข็งละลายคือกระบวนการที่แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่บนกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกากรีนแลนด์สูญเสียมวลอย่างต่อเนื่องจากอุณหภูมิอากาศและกระแสน้ำที่อุ่นขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำแข็งที่สะสมมานานนับล้านปีค่อยๆ ไหลลงสู่มหาสมุทร ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและเสถียรภาพของระบบภูมิอากาศโลกสั่นคลอนอย่างถาวร

ในช่วงเกือบครึ่งศตวรรษ โลกสูญเสียน้ำแข็งจากกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกากรีนแลนด์ไปแล้วราว 12.5 ล้านล้านตันตั้งแต่ปี 1979 ตัวเลขนี้ไม่ใช่สถิติแห้งแล้ง แต่คือบทสรุปของการตัดสินใจเชื้อเพลิงฟอสซิลหลายชั่วคนที่ถูกสะสมไว้ในชั้นบรรยากาศ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Data แสดงชัดว่าภาวะโลกร้อนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกำลังเร่งการสูญเสียน้ำแข็งของแผ่นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของโลก การละลายนี้แปลเป็นน้ำเกือบ 11.4 ควอดริลเลียนลิตร และทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นแล้วราว 2.5 เซนติเมตรทั่วโลก หากเรายังคิดว่านี่เป็นเรื่องของขั้วโลก ไม่ใช่เรื่องของเรา แสดงว่าเรายังประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไปอย่างน่ากังวล

การละลายที่เร่งตัว ไม่ได้ชะลอ แปลว่าเรากำลังเสี่ยงชนจุดพลิกผัน

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่น้ำแข็งที่หายไป แต่คือรูปแบบการหายไปของมัน ข้อมูลบ่งชี้ว่าในทศวรรษ 1970 1980 และต้นทศวรรษ 1990 แผ่นน้ำแข็งยังคงค่อนข้างเสถียร กระบวนการละลายเพิ่งเริ่มชัดเจนในเวลาต่อมาและเพิ่มความรุนแรงอย่างมากในช่วงทศวรรษ 2010 นั่นหมายความว่าเรายังไม่ได้เข้าสู่สมดุลใหม่ แต่มุ่งหน้าไปสู่ความไม่เสถียรที่มากขึ้น

ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการที่น้ำแข็งห้าจากหกส่วนไม่ได้ละลายจากอากาศอุ่นด้านบน แต่ถูกกระแสน้ำอุ่นกัดเซาะจากด้านล่างและขอบแผ่นน้ำแข็งขณะที่ธารน้ำแข็งไหลลงทะเล นี่คือกระบวนการไดนามิกที่สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันมากกว่าการละลายช้าๆ แบบที่เราคุ้นเคย นักวิทยาศาสตร์เตือนมานานว่าระบบน้ำแข็งมีจุดพลิกผัน เมื่อโครงสร้างเสียสมดุล กระบวนการละลายจะควบคุมไม่ได้ การที่แนวโน้มการสูญเสียน้ำแข็งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษและสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างชัดเจน คือสัญญาณว่าระบบกำลังเลื่อนเข้าใกล้ขอบเหว

การเจาะน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตก เปิดหลักฐานมหาสมุทรในอดีตและการล่มสลายอย่างรวดเร็ว

หากตัวเลขในปัจจุบันบอกเราว่าชั้นน้ำแข็งละลายเร็วแค่ไหน หลักฐานจากอดีตคือสิ่งที่บอกว่าโลกสามารถเปลี่ยนเร็วได้เพียงใด ล่าสุดทีมนานาชาติใช้สว่านน้ำร้อนเจาะผ่านน้ำแข็งหนา 523 เมตร หรือราว 1,716 ฟุต ที่บริเวณ Crary Ice Rise บริเวณขอบด้านในของ Ross Ice Shelf จากนั้นเจาะลงในตะกอนด้านล่างและดึงแกนตะกอนยาว 228 เมตร หรือ 748 ฟุตขึ้นมาได้ ซึ่งถือว่ายาวเป็นสถิติ

แกนตะกอนนี้เต็มไปด้วยโคลน กรวด เศษเปลือก และซากสิ่งมีชีวิตทะเลที่ต้องการแสงแดดในการดำรงชีวิต แสดงว่าพื้นที่ที่ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาเคยเป็นทะเลเปิดที่รับแสงอาทิตย์มาก่อน นักวิจัยพบความหลากหลายของชั้นตะกอน บางส่วนเหมือนตะกอนใต้น้ำแข็งอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ขณะที่บางชั้นมีลักษณะสอดคล้องกับสภาพทะเลเปิด แผ่นน้ำแข็งลอย และขอบแผ่นน้ำแข็งที่มีภูเขาน้ำแข็งแตกออก ผลการวิเคราะห์ระบุว่าชั้นตะกอนส่วนใหญ่มีอายุราว 7–10 ล้านปี และช่วงล่างสุดราว 17–19 ล้านปี สนับสนุนข้อสรุปว่า Ross Ice Shelf และ West Antarctic Ice Sheet เคยล่มสลายและถอยร่นมาแล้วในอดีต

ชั้นน้ำแข็งละลายเร่งตัว จุดเปลี่ยนภูมิอากาศและอนาคตระดับน้ำทะเล

รูปแบบภูมิอากาศในอดีตเตือนเรา ว่าน้ำแข็งสามารถเสียเสถียรภาพได้เร็วเพียงใด

จุดสำคัญของหลักฐานใต้ชั้นน้ำแข็งไม่ใช่ความโรแมนติกของโลกยุคเก่า แต่คือบทเรียนเชิงระบบภูมิอากาศ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าแกนตะกอนนี้ครอบคลุมช่วงเวลาที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมเกิน 2 องศาเซลเซียส นั่นคือช่วงที่ระบบน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตอบสนองอย่างรุนแรง ทั้งการถอยร่นและการล่มสลายของแผ่นน้ำแข็ง การที่ปัจจุบันโลกกำลังเข้าใกล้ระดับอุณหภูมินี้จึงไม่ควรมองข้ามว่าเป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่มันคือเส้นแบ่งระหว่างน้ำแข็งที่ยังพอเสถียรกับน้ำแข็งที่พร้อมจะเปลี่ยนสภาพอย่างรวดเร็ว

แม้ขณะนี้นักวิจัยยังต้องวิเคราะห์รายละเอียดเพื่อกำหนดเวลาที่แน่นอน ความยาวนาน และความเร็วของการถอยร่นของน้ำแข็งในอดีต รวมถึงใช้หลักฐานแม่เหล็กในตะกอนเพื่อปรับความแม่นยำของอายุชั้นตะกอน แต่แนวโน้มเบื้องต้นก็บอกเรื่องสำคัญแล้ว นั่นคือระบบน้ำแข็งของโลกสามารถเปลี่ยนหน้าตาได้ในสเกลเวลาที่เกี่ยวข้องกับอารยธรรมมนุษย์ ไม่ใช่เฉพาะในระดับล้านปี หากเรามองหลักฐานเหล่านี้แล้วเลือกตีความในแง่สบายไว้ก่อน ก็เท่ากับยอมรับความเสี่ยงของการทดลองกับระบบภูมิอากาศโดยไม่มีแผนสำรอง

ระดับน้ำทะเลจะยังสูงขึ้นอีกหลายทศวรรษ แม้เราหยุดโลกร้อนวันนี้ไม่ได้ช่วยเบรกทันที

น้ำแข็งที่ละลายไปแล้วได้เติมน้ำเกือบ 11.4 ควอดริลเลียนลิตรลงสู่มหาสมุทร และดันระดับน้ำทะเลสูงขึ้นราว 2.5 เซนติเมตรทั่วโลก นักวิจัยเตือนว่าแม้เราจะสามารถหยุดภาวะโลกร้อนได้ในวันนี้ การละลายของน้ำแข็งก็จะเดินหน้าต่ออีกหลายสิบปี เพราะการตอบสนองของระบบน้ำแข็งล่าช้ากว่าการอุ่นขึ้นของโลกหลายทศวรรษ นั่นหมายความว่าแนวโน้มระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทุกๆ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล 0.8 เซนติเมตร จะทำให้มีผู้คนเพิ่มอีก 2–3 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญน้ำท่วมอย่างน้อยปีละครั้ง ดังนั้นตัวเลข 2.5 เซนติเมตรในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และเมื่อรวมกับการขยายตัวของน้ำทะเลจากความร้อน ปริมาณฝนที่เปลี่ยนไป และพายุที่รุนแรงขึ้น ภาพรวมจึงยิ่งน่ากังวล คำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ที่ว่าความไม่แน่นอนของการสูญเสียน้ำแข็งแอนตาร์กติกาคือภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาและจะอยู่กับเราอีกหลายทศวรรษ จึงไม่ควรถูกลดทอนให้เหลือเพียงเชิงอรรถในรายงานด้านสิ่งแวดล้อม แต่ควรถูกแปรเป็นการตัดสินใจทางนโยบายและการวางแผนระยะยาวอย่างจริงจัง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!