ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมฟอร์ดต้องหันพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีนเพื่อรบศึกรถไฟฟ้า

ทำไมฟอร์ดต้องหันพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีนเพื่อรบศึกรถไฟฟ้า
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

ฟอร์ดยอมรับความจริง เทคโนโลยีแบตเตอรี่จีนคือกุญแจการแข่งขัน

ประเด็นฟอร์ดหันพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีน หมายถึงการที่ค่ายรถสัญชาติอเมริกันรายใหญ่อย่างฟอร์ดยอมรับว่าตนเองตามหลังผู้ผลิตจีนด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถไฟฟ้าหลายปี และเลือกเดินยุทธศาสตร์ EV รูปแบบใหม่ด้วยการร่วมมือใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและโซลูชันแบตเตอรี่จากจีน เพื่อยกระดับฟอร์ด รถไฟฟ้า ให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีน้ำหนัก ไม่ใช่เพียงพึ่งพาการพัฒนาภายในประเทศตัวเองอีกต่อไป Jim Farley ซีอีโอของ Ford ให้สัมภาษณ์กับสื่อชื่อดังว่าจีนมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้านำหน้าไปหลายปี เขาย้ำว่าหนทางสู้คือการเข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญาของคู่แข่งแล้วผสมกับความเชี่ยวชาญและขนาดธุรกิจของฟอร์ด แนวคิดนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผู้เล่นฝั่งตะวันตกเริ่มยอมรับว่าหากไม่เปิดรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีน ก็เสี่ยงหลุดจากสมรภูมิ EV ระดับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำไมฟอร์ดต้องหันพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีนเพื่อรบศึกรถไฟฟ้า

จาก LFP ในมือจีนสู่โครงการ BlueOval Battery Park

การที่ฟอร์ดเดินหน้าสร้าง BlueOval Battery Park โดยใช้เทคโนโลยีจาก CATL บริษัทแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ของจีนไม่ใช่เพียงการซื้อเทคโนโลยี แต่มันคือการยอมรับอำนาจนำใหม่ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่โลก ฟอร์ดกำลังก่อสร้างโครงการนี้เพื่อผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต หรือ LFP จำนวนมาก และตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2026 แนวทางนี้กลายเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ EV รุ่นถัดไป ข้อที่น่าขมขื่นสำหรับฝั่งตะวันตกคือ LFP เคยเป็นงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Texas ก่อนถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์โดยสตาร์ทอัพ A123 Systems และสุดท้ายทรัพย์สินทางปัญญาถูกซื้อโดยบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของจีน วันนี้ จีนควบคุมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนถึง 83% ของโลก ตามรายงาน Bloomberg จึงไม่น่าแปลกใจที่ค่ายใหญ่อย่างฟอร์ดต้องหันไปใช้เทคโนโลยีที่ตนเองเคยมีแต่ปล่อยหลุดมือไปให้คู่แข่งครอง

Ranger PHEV ไฮบริด ตัวอย่างรถไฟฟ้าทางสายกลางของฟอร์ด

ในเชิงผลิตภัณฑ์ ฟอร์ดยังไม่ได้ทุ่มเต็มตัวไปที่รถไฟฟ้าล้วนเท่านั้น แต่เลือกวางหมากด้วยรุ่นปลั๊กอินไฮบริดอย่าง Ranger PHEV ไฮบริด ซึ่งเพิ่งเปิดตัวที่งาน IAA Transportation ในเมืองฮันโนเวอร์ นี่คือการใช้ยุทธศาสตร์ EV ทางสายกลาง ดึงลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะรถกระบะและการขับขี่ด้วยไฟฟ้าเข้ามาในระบบนิเวศรถไฟฟ้าของฟอร์ด Ranger PHEV ใช้เครื่องยนต์ EcoBoost 2.3 ลิตรเทอร์โบจับคู่มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 101 แรงม้า ให้กำลังรวม 275 แรงม้าและแรงบิด 690 นิวตันเมตร ซึ่งเหนือกว่ารุ่นเบนซินและดีเซลส่วนใหญ่ในไลน์ Ranger แบตเตอรี่ขนาด 11.8 กิโลวัตต์ชั่วโมงทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ราว 45 กิโลเมตร การชาร์จเต็มใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง และยังมีระบบเบรกแบบสร้างพลังงานกลับ กับฟีเจอร์ Pro Power Onboard สำหรับจ่ายไฟให้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ตั้งแคมป์กำลังสูงสุดถึง 6.9 กิโลวัตต์ ลูกค้าใช้งานจริงจึงได้ทั้งความแรงและความยืดหยุ่นด้านพลังงานแบบที่รถน้ำมันทั่วไปให้ไม่ได้

ทำไมฟอร์ดต้องหันพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีนเพื่อรบศึกรถไฟฟ้า

ยุทธศาสตร์ EV ใหม่ของฟอร์ด ผลต่อผู้บริโภคและแบรนด์

เมื่อฟอร์ดหันพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีน ผลกระทบต่อผู้บริโภคคือโอกาสได้ใช้ฟอร์ด รถไฟฟ้าที่มีต้นทุนเทคโนโลยีต่ำลงและความทนทานของแบตเตอรี่ที่พิสูจน์แล้ว แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษี ผู้ผลิตจีนอย่าง BYD ยังถูกกั้นด้วยกำแพงภาษีนำเข้าบางตลาด ทำให้แบรนด์ท้องถิ่นยังหายใจได้ แต่รถรุ่นที่ผลิตจากจีน เช่น Lincoln Nautilus เมื่อนำเข้ากลับไปขายก็มีราคาสูงขึ้นตามภาษี ฟอร์ดกำลังพัฒนารถไฟฟ้าระดับราคาประหยัดเพื่อแข่งขันกับรถไฟฟ้าราคาย่อมเยาจากจีนในภูมิภาคต่างๆ ที่ตัวเองทำธุรกิจอยู่ ภาพรวมแล้วยุทธศาสตร์ EV รูปแบบใหม่นี้สะท้อนการยอมรับความจริงว่าโลกแบตเตอรี่ถูกขับเคลื่อนโดยเอเชีย และค่ายตะวันตกต้องเลือกว่าจะร่วมมือหรือดึงดันพัฒนาลำพัง ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะช้ากว่าและแพงกว่า

ข้อสรุป ฟอร์ดต้องกล้าเปลี่ยนเพื่ออยู่รอดบนเวทีรถไฟฟ้า

เมื่อมองภาพใหญ่ การที่ฟอร์ดประกาศชัดว่าต้องพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีน เป็นสัญญาณว่ายุคที่ค่ายตะวันตกผูกขาดนวัตกรรมยานยนต์ได้จบลงแล้ว เทคโนโลยีแบตเตอรี่จีนไม่ใช่แค่ชิ้นส่วน แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของยุทธศาสตร์ EV ทั่วโลก ฟอร์ดเลือกยอมเสียภาพลักษณ์บางส่วนเรื่องความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อแลกกับการเดินเกมเชิงธุรกิจที่มีโอกาสชนะจริง Ranger PHEV ไฮบริดคือสะพานเชื่อมจากโลกเครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถไฟฟ้าล้วน เป็นตัวอย่างว่าฟอร์ดไม่ได้รอให้เทคโนโลยีสุกก่อนค่อยลงสนาม แต่ยอมทดลองรูปแบบหลากหลายบนฐานแบตเตอรี่ที่แข็งแรงจากเอเชีย สำหรับผู้บริโภค นี่คือข่าวดีในแง่ตัวเลือกที่มากขึ้นและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ส่วนสำหรับแบรนด์ ฟอร์ดกำลังพิสูจน์ว่าการยอมรับจุดอ่อนและร่วมมือกับคู่แข่งคือวิธีรักษาสถานะบนเวทีรถไฟฟ้า มากกว่าการปิดตาเดินตามศักดิ์ศรีเก่า

ทำไมฟอร์ดต้องหันพึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่จีนเพื่อรบศึกรถไฟฟ้า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!