ทางด่วนภูเก็ตคืออะไร และทำไม 5 นาทีถึงสำคัญ
ทางด่วนภูเก็ตคือโครงการทางพิเศษระยะยาวที่มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางใหม่เชื่อมย่านสำคัญของจังหวัดภูเก็ต เพื่อลดการพึ่งพาถนนสายเดิมที่ติดขัด รองรับปริมาณรถจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และยกระดับความปลอดภัยของระบบคมนาคมในพื้นที่ โดยเฟส 1 เน้นช่วงกะทู้ถึงป่าตองเป็นหลัก ตั้งเป้าลดเวลาเดินทางจากประมาณครึ่งชั่วโมงเหลือเพียง 5 นาทีผ่านอุโมงค์และทางแยกต่างระดับ ทำให้การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลและเขตเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งสำหรับคนพื้นที่และนักท่องเที่ยวในอนาคต หัวใจของโครงการนี้ไม่ใช่แค่สร้างถนนใหม่ แต่คือการประกาศว่าการเดินทางสั้นลงคือยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ หากการเดินทางระหว่างกะทู้และป่าตองลดเหลือ 5 นาทีจริง ภูเก็ตจะเปลี่ยนจากปลายทางที่ต้องเผื่อเวลาเดินทาง มาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ผู้คนวางแผนได้แม่นยำขึ้น ร้านค้า โรงแรม และบริการท่องเที่ยวสามารถจัดรอบรับลูกค้าได้ใกล้เคียงเวลาจริงมากกว่าเดิม
ไทม์ไลน์การเมืองและการก่อสร้าง การตัดสินใจวันนี้สะท้อนอนาคตอีกสิบปี
โครงการทางด่วนภูเก็ตเฟส 1 กะทู้ ป่าตองกำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดชี้ชะตาทางการเมือง รัฐบาลเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการในช่วงปลายปี 2569 หากผ่านความเห็นชอบจะเข้าสู่ขั้นตอนการประมูลคัดเลือกผู้รับจ้าง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงเมษายน 2570 พร้อมกับเร่งจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินให้เสร็จภายในมกราคมปีเดียวกัน คำพูดที่น่าจับตาคือการย้ำว่า“จะเริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2570 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 4 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2574 และตั้งเป้าเปิดให้บริการตุลาคม 2574”จากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นี่ไม่ใช่แค่กำหนดการก่อสร้าง แต่คือกรอบเวลาที่จะกำหนดว่าโครงสร้างการท่องเที่ยวและการเดินทางของภูเก็ตในทศวรรษหน้าจะหน้าตาอย่างไร การผัดผ่อนหรือเร่งรัดทุกขั้นตอนตั้งแต่ ครม การประมูล จนถึงงานก่อสร้างล้วนมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยตรง
ลดเวลาเดินทางจาก 30 นาทีเหลือ 5 นาที ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเมือง
ตัวเลขที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการร่นเวลาจากประมาณ 30 นาทีเหลือเพียง 5 นาทีเมื่อใช้ทางด่วนภูเก็ตช่วงกะทู้ ป่าตองผ่านอุโมงค์ทางพิเศษ หากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบเชิงระบบจะกว้างไกลกว่าความสะดวกสบายส่วนบุคคล เพราะหมายถึงการจัดตารางทัวร์ที่แน่นขึ้น การเชื่อมต่อระหว่างหาดยอดนิยมกับตัวเมืองที่วางแผนได้แม่นยำ และโอกาสขยายรูปแบบบริการท่องเที่ยวที่ต้องอิงเวลาการเดินทาง เช่น ซิตี้ทัวร์ครึ่งวันหรือโปรแกรมเดินทางหลายจุดในวันเดียว อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขคาดการณ์ปริมาณรถเฉลี่ย 50,000 60,000 คันต่อวันในเฟส 1 รวมรถจักรยานยนต์ สะท้อนความคาดหวังว่าทางด่วนนี้จะเป็นเส้นเลือดหลักของโครงการขนส่งใหม่ในภูเก็ต ไม่ใช่ทางเลือกเสริมเท่านั้น อย่างไรก็ดี เมื่อการเดินทางง่ายขึ้น เมืองยิ่งต้องคิดล่วงหน้าว่าจะบริหารการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างไร ไม่ให้ความคล่องตัวบนถนนแลกมาด้วยความแออัดริมชายหาดหรือแรงกดดันต่อสิ่งแวดล้อมมากเกินไป
โครงสร้างพื้นฐานกับสมดุลการพัฒนา ภูเก็ตต้องได้มากกว่าแค่ทางด่วนใหม่
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอธิบายว่าโครงการทางด่วนภูเก็ตถูกออกแบบให้มีทางแยกต่างระดับทั้งฝั่งป่าตองและกะทู้เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนโดยรอบ ลดการพึ่งพาถนนสายเดิมที่มีข้อจำกัดทั้งด้านกายภาพและปริมาณรถ เพิ่มความคล่องตัวในการเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้งยกระดับความปลอดภัยของระบบคมนาคมในจังหวัด ทิศทางนี้สอดคล้องกับแนวคิดว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานควรตอบโจทย์การท่องเที่ยวในเชิงระบบ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหารถติดเฉพาะหน้า อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมวิพากษ์ การมุ่งเน้นโครงการขนส่งขนาดใหญ่ย่อมชวนให้ตั้งคำถามต่อการมีส่วนร่วมของคนพื้นที่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน การออกแบบทางเข้าออก ไปจนถึงมาตรการป้องกันผลกระทบเสียง ฝุ่น และการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ เมืองท่องเที่ยวที่ดีควรเติบโตจากการออกแบบร่วมกันระหว่างรัฐ ชุมชน และผู้ประกอบการ เมื่อทางด่วนภูเก็ตเฟส 1 เปิดใช้จริง เมืองจะถูกตัดสินไม่ใช่จากความเร็ว 5 นาที แต่จากการที่ทุกฝ่ายรู้สึกว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ข้างประชาชนและการท่องเที่ยวอย่างสมดุล






