ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศึกห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพ ดึง 300+ แบรนด์พรีเมียมแข่งสร้างประสบการณ์ใหม่

ศึกห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพ ดึง 300+ แบรนด์พรีเมียมแข่งสร้างประสบการณ์ใหม่
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพกำลังเปลี่ยนสมการค้าปลีกเมือง

การทรานส์ฟอร์มห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพคือการที่ศูนย์การค้าหลักในเมืองเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่ช้อปปิ้งแบบดั้งเดิมไปเป็นจุดหมายไลฟ์สไตล์ครบวงจร ผสมผสานมิกซ์ยูส คอนเซ็ปต์ร้านค้าแนวใหม่ แบรนด์พรีเมียมไทยและต่างประเทศ พร้อมโปรแกรมอีเวนต์ตลอดปี เพื่อดึงทราฟฟิกทั้งครอบครัวฐานรายได้สูง คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้เวลานานขึ้นในศูนย์การค้า ขับเคลื่อนเม็ดเงินค้าปลีกและรีเทลเอ็กซ์พีเรียนซ์รูปแบบใหม่ที่เน้นการใช้ชีวิตมากกว่าการจับจ่ายสินค้า ภาพใหญ่ของสมรภูมิค้าปลีกในเมืองวันนี้คือการแข่งกันสร้างเดสติเนชั่น ไม่ใช่แค่แหล่งรวมร้านค้า ห้างที่หันมาโฟกัสคอนเซ็ปต์ Living Gallery อีเวนต์กว่า 200 งานต่อปี และดึงกว่า 300 แบรนด์พรีเมียมเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียว กำลังนิยามใหม่ว่าศูนย์การค้าใหม่ควรหน้าตาอย่างไร และเมื่อแบรนด์ระดับโลกด้านเครื่องดื่มอย่าง heytea เลือกเปิด heytea lab แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใจกลางกรุงเทพฯ ก็เป็นสัญญาณชัดว่าเมืองนี้ถูกมองเป็นตลาดยุทธศาสตร์ด้านไลฟ์สไตล์ระดับโลก

ศึกห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพ ดึง 300+ แบรนด์พรีเมียมแข่งสร้างประสบการณ์ใหม่

Central Bangna: จากห้างย่านตะวันออกสู่มิกซ์ยูสเดสติเนชั่นของครอบครัวฐานมั่งคั่ง

การคัมแบคของเซ็นทรัล บางนาไม่ใช่แค่การรีโนเวตอาคาร แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดต่อห้างย่านบางนาให้กลายเป็นพรีเมียมไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นคู่ย่านมากว่า 33 ปีที่ยังคงยืนหนึ่งในฐานะ “Always the Place” ของคนกรุงเทพฯ ตะวันออก บริษัทเจ้าของโครงการขยับขึ้นไปอีกขั้นด้วย New Master Planning แบบมิกซ์ยูส ขยายพื้นที่ศูนย์การค้าไปถึง 330,000 ตร.ม. เพื่อรองรับการเติบโตใหม่ของฝั่งตะวันออกและฐานครอบครัว Wealthy Families ที่สูงกว่า 85% ในพื้นที่รอบศูนย์การค้า สิ่งที่น่าสนใจคือการเลือกใช้คอนเซ็ปต์ “Living Gallery” ให้ทั้งศูนย์กลายเป็นแกลเลอรีขนาดใหญ่ที่มีชีวิต ดีไซน์โทน Copper และ Rose Gold สร้าง Premium Vibe รับกับไลฟ์สไตล์คนรายได้สูง ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ นี่คือการส่งสัญญาณว่าห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพไม่ได้ขายแค่แบรนด์พรีเมียมไทยและต่างชาติ แต่ขายประสบการณ์เดินเล่น ถ่ายรูป ใช้เวลา และเสพงานศิลป์ไปพร้อมกัน

ศึกห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพ ดึง 300+ แบรนด์พรีเมียมแข่งสร้างประสบการณ์ใหม่

300+ แบรนด์และ 200 อีเวนต์: กลยุทธ์ดันทราฟฟิกสู่เดสติเนชั่นไลฟ์สไตล์

การดึงกว่า 300 แบรนด์ดังเข้ามาเปิดต่อเนื่องในเซ็นทรัล บางนาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์เพื่อให้ทราฟฟิกพุ่งเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยช่วงวันหยุดคนแน่นแตะ 45,000 - 50,000 คนต่อวัน คีย์เวิร์ดคือการผสมผสาน Accessible Luxury และ Upper Lifestyle เข้ากับ Food Destination ระดับท็อปของย่าน ทั้งร้านซูชิสายพานชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง Katsumidori Sushi ที่เตรียมเปิดแห่งแรกในไทย ไปจนถึง NO Brand จากเกาหลีใต้แบบ Stand Alone ที่รวมสินค้ากว่า 2,300 รายการและ Deli อาหารเกาหลีสดในร้าน ควบคู่กับการอัดโปรแกรมกว่า 200 อีเวนต์ตลอดปี ตั้งแต่ Art & Immersive Experience ของตัวละคร “BOB the Nice Guy” ไปจนถึงศิลปินเจนใหม่จากค่ายบันเทิงที่มาร่วมสร้างความคึกคักทุกสุดสัปดาห์ ห้างกลายเป็นพื้นที่เอ็นเตอร์เทนเมนต์หลายเจนมากกว่าที่ช้อป คนที่มาหาอาหารดีๆ หรือแฟชั่นก็ถูกดึงให้ใช้เวลานานขึ้นด้วยกิจกรรมและพื้นที่เล่นสำหรับเด็กและวัยรุ่น นี่คือสูตรใหม่ของร้านค้าแนวใหม่ที่เน้น “เวลา” และ “ความทรงจำ” มากกว่าการปิดการขายครั้งเดียว

ศึกห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพ ดึง 300+ แบรนด์พรีเมียมแข่งสร้างประสบการณ์ใหม่

heytea lab ที่ CentralWorld: ความเชื่อมั่นของแบรนด์โลกต่อห้างใจกลางเมือง

การเปิดสาขาแรกในประเทศของ heytea ที่ศูนย์การค้าใจกลางราชประสงค์ พร้อมนำ heytea lab รูปแบบร้านทดลองที่ครบครันที่สุดมาเป็นครั้งแรกในภูมิภาค และเป็นสาขา lab แห่งที่ 3 นอกจีน สะท้อนชัดว่าห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพไม่ได้แข่งกันแค่ดึงแบรนด์พรีเมียมไทย แต่ดึงแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกที่มองเมืองนี้เป็นตลาดยุทธศาสตร์ด้านไลฟ์สไตล์ ตามคำอธิบายของผู้บริหารแบรนด์ การเปิด heytea lab กรุงเทพฯ คือต่อยอดจากสาขานิวยอร์กและโตรอนโต เพื่อมอบประสบการณ์เต็มรูปแบบและใช้เมืองนี้เป็นฐานทดลองเมนูใหม่สู่ตลาดโลก ร้านค้าแนวใหม่อย่าง heytea lab รวม tea lab bake lab และ gelato lab ไว้ในพื้นที่เดียว มีเคาน์เตอร์เปิดให้ลูกค้ามองเห็นกระบวนการชงชาและทำขนมแบบสดใกล้ชิด พร้อมออกแบบอินทีเรียร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดน้ำและวิถีชีวิตริมคลองของคนท้องถิ่น นี่คือการปรับให้เข้ากับบริบทเมืองอย่างฉลาด ทำให้ห้างไม่ใช่แค่พื้นที่ปล่อยเช่าร้าน แต่เป็นฉากหลังของการเล่าเรื่องวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่ดึงดูดทั้งคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว

บทสรุป: ห้างยุคใหม่ต้องขายประสบการณ์ ไม่ใช่แค่พื้นที่เช่า

เมื่อดูภาพรวมศึกห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพวันนี้ จะเห็นชัดว่าผู้เล่นรายใหญ่กำลังแข่งกันในสองสนาม คือการดึงพันธมิตรแบรนด์พรีเมียมและการออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่าง เซ็นทรัล บางนาใช้กลยุทธ์ Living Gallery แบรนด์แฟชั่น Accessible Luxury อาหารระดับท็อป และอีเวนต์กว่า 200 งานต่อปีเพื่อดันทราฟฟิกให้แตะระดับ 50,000 คนในวันหยุด ขณะที่ห้างใจกลางเมืองอย่าง CentralWorld ดึงร้านค้าแนวใหม่ที่มีฟังก์ชันทดลองและเล่าเรื่องวัฒนธรรมเข้ามา เช่น heytea lab ซึ่งมองกรุงเทพฯ เป็นเมืองไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของโลก ทิศทางนี้บอกเราว่าอนาคตของศูนย์การค้าใหม่ไม่ใช่เรื่องอัพเกรดดีไซน์ให้สวยขึ้นเท่านั้น แต่ต้องคิดตั้งแต่ Master Planning โจทย์ของคนเมืองที่อยากใช้ชีวิตในพื้นที่เดียวครบ ทั้งช้อป กิน เที่ยว ดูงานศิลป์ และพาเด็กมาเล่น หากห้างไหนยังคิดแบบเดิมว่าแค่มีแบรนด์ดังครบก็พอ ย่อมเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ในยุคที่ทราฟฟิกถูกขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ที่คนอยากกลับมาซ้ำมากกว่าป้ายส่วนลดหน้าร้าน

ศึกห้างสรรพสินค้าใหญ่กรุงเทพ ดึง 300+ แบรนด์พรีเมียมแข่งสร้างประสบการณ์ใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!