BlueQuest คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อทะเลตอนนี้
BlueQuest คือแอปพลิเคชันอนุรักษ์ทะเลที่ออกแบบให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการริมชายหาด สามารถรายงานสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นหรือเหตุฉุกเฉินทางทะเลผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ โดยแอป BlueQuest ทำหน้าที่เชื่อมข้อมูล พิกัด และภาพถ่ายจากผู้แจ้งเหตุส่งต่อไปยังหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ และเครือข่ายอาสาสมัครที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยประเมินสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือสัตว์โลกน้ำอย่างทันท่วงที ลดเวลาสูญเสีย และเพิ่มโอกาสรอดให้สัตว์ทะเลที่เปราะบาง
หัวใจของเรื่องนี้คือการไม่ปล่อยให้การพบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นเป็นเพียงภาพสะเทือนใจบนโซเชียล แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนที่เชื่อมตรงไปยังทีมผู้เชี่ยวชาญผ่านแอปพลิเคชันอนุรักษ์ทะเลที่ใช้งานง่าย BlueQuest ไม่ได้ตั้งใจเป็นแค่ช่องทางร้องเรียนสิ่งแวดล้อม แต่ต้องการเป็น “เครือข่ายดิจิทัล” ที่ผูกคน ข้อมูล และหน่วยงานเข้าหากัน เพื่อให้ทุกการพบเห็นบนชายหาดมีโอกาสแปรเปลี่ยนเป็นการช่วยเหลือที่จับต้องได้

จากโรงแรมถึงชุมชน ชุดกู้ภัยสัตว์ทะเลรูปแบบใหม่
จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจคือการที่ BlueQuest เลือกเริ่มต้นจากพื้นที่ท่องเที่ยว ไม่ใช่ห้องทดลอง แอปได้จับมือกับโรงแรมโอโซ่ ภูเก็ต และอมารี ภูเก็ต จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นเบื้องต้น และการประยุกต์ใช้แอป BlueQuest ในการแจ้งเหตุ ณ โรงแรมโอโซ่ ภูเก็ต เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 เพื่อเสริมสร้างความรู้และความพร้อมของคนหน้างานที่ต้องเจอเหตุจริงก่อนใคร
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เวิร์กช็อปสวยหรู แต่เป็นการสร้าง “แนวหน้ากู้ภัย” บนชายหาดใหม่ทั้งระบบ การอบรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ภูเก็ต อุทยานแห่งชาติ และชุมชนอ่าวตังเขน พร้อมอาสาสมัครในพื้นที่ที่เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน นี่คือภาพของเครือข่ายที่โรงแรม หน่วยงานรัฐ และชุมชนยืนอยู่แถวเดียวกันเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลกน้ำ

เวิร์กช็อปที่สอนมากกว่าทฤษฎี และมือถือที่กลายเป็นวิทยุสื่อสาร
หากมองเพียงผิวเผิน เวิร์กช็อปช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากอาจดูเป็นกิจกรรมอบรมทั่วไป แต่เนื้อหาที่จัดในภูเก็ตนี้ลงลึกตั้งแต่การจำแนกชนิดสัตว์ทะเลหายาก ภัยคุกคาม การประเมินสภาพสัตว์เกยตื้น การจัดการซากและการเก็บข้อมูล ไปจนถึงหลักการช่วยเหลือเบื้องต้นและการประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเหมาะสม สำคัญกว่านั้น คือการฝึกปฏิบัติผ่านสถานการณ์จำลองจริง ใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่ห้องเรียนที่วัดผลด้วยใบประกาศ
อีกหนึ่งแกนหลักของการอบรมคือการลงมือใช้เมนูแจ้งเหตุในแอป BlueQuest ผู้เข้าร่วมทดลองเลือกประเภทเหตุการณ์ ระบุตำแหน่งผ่าน GPS แนบภาพถ่าย และกรอกรายละเอียด ก่อนส่งขึ้นระบบ เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินสถานการณ์และเตรียมเข้าช่วยเหลือได้เร็วที่สุด กล่าวได้ว่า BlueQuest เปลี่ยนโทรศัพท์ของคนเดินชายหาดให้กลายเป็นวิทยุสื่อสารดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลและหน่วยงานกู้ภัยได้ทันทีที่มีการรายงานสัตว์ทะเลหายาก

รายงานเหตุให้ถูกจุด ประชาชนใช้แอปอย่างไรจึงช่วยสัตว์ได้จริง
คำถามสำคัญสำหรับคนทั่วไปคือ แอปพลิเคชันอนุรักษ์ทะเลแบบนี้จะยุ่งยากหรือไม่ คำตอบคือแนวคิดของ BlueQuest วางมาเพื่อให้ทุกคนใช้ได้ทันที ผู้ใช้เพียงดาวน์โหลดแอปและลงทะเบียน เมื่อพบเหตุที่ต้องการรายงาน เช่น สัตว์ทะเลหายากเกยตื้น เลือกประเภทเหตุการณ์ ระบุพิกัด แนบภาพถ่าย พร้อมแจ้งสถานที่ เวลา และลักษณะเหตุการณ์ ก่อนกดส่งข้อมูล โดยเฉพาะพิกัดและภาพถ่ายจะช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบและวางแผนดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
มุมที่น่าสนใจคือ BlueQuest ไม่จำกัดตนเองแค่แพลตฟอร์มรายงานสัตว์ทะเลหายาก แต่ยังรวบรวมข้อมูลแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ สถานการณ์ฉุกเฉิน และเหตุสำคัญที่อาจกระทบการเดินทางของนักท่องเที่ยว ผู้ก่อตั้งวัย 17 ปี อย่าง ณริดา จรณะจิตต์ ย้ำว่าแอปนี้ต้องการเชื่อมคน ข้อมูล และหน่วยงานเข้าด้วยกัน และ “การแจ้งข้อมูลเพียงหนึ่งครั้ง เมื่อมีพิกัด ภาพถ่าย และรายละเอียดที่ชัดเจน อาจช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบสถานการณ์และดำเนินการได้อย่างทันท่วงที”

จากภูเก็ตสู่ทะเลอื่นๆ เมื่อเทคโนโลยีมือถือกลายเป็นเครื่องมืออนุรักษ์
เหตุการณ์อบรมที่ภูเก็ตไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มของแบบจำลองใหม่ที่ควรขยายไปทั่วชายฝั่ง ผู้ก่อตั้ง BlueQuest ระบุชัดว่า การอบรมครั้งนี้เป็นจุดหมายแรกของการนำแอปไปใช้ควบคู่กับการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติในพื้นที่ และมีแผนขยายกิจกรรมสู่กระบี่ เกาะสมุย และพัทยา เพื่อให้ชุมชน อาสาสมัคร และผู้ประกอบการมีความพร้อมในการประสานการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากอย่างเหมาะสม
บทเรียนสำคัญจาก BlueQuest คือการพิสูจน์ว่าการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นไม่อาจพึ่งคนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี ข้อมูล และความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน และเครือข่ายอาสาสมัคร เพื่อให้ทุกการพบเห็นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือที่ถูกต้องและทันเวลา ในโลกที่ทุกคนมีมือถือ การไม่ใช้เทคโนโลยีแบบนี้ก็คือการปล่อยให้โอกาสช่วยชีวิตสัตว์โลกน้ำหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา






