ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เปรียบเทียบสมาร์ตโฟนราคาถูก Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G vs ตระกูล Nothing Phone 4

เปรียบเทียบสมาร์ตโฟนราคาถูก Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G vs ตระกูล Nothing Phone 4
ความสนใจ|รวมมือถือแนะนำ

ภาพรวมตลาด mid-range และข้อสรุปแบบรวบรัด

การเปรียบเทียบสมาร์ตโฟนราคาถูกในกลุ่ม mid-range คือการดูทั้งสเปก การออกแบบ ซอฟต์แวร์ และแบตเตอรี่เพื่อหาว่าโทรศัพท์ mid-range ที่ดีรุ่นใดให้สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความคุ้มค่ามากที่สุด ผู้ใช้ต้องพิจารณาเรื่องจอ AMOLED หรือ Super AMOLED การรองรับ 5G ความจุแบตเตอรี่ และประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงตัวเลขสเปกบนกระดาษเท่านั้น ถ้าให้สรุปสั้นๆ Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G เหมาะกับคนที่ต้องการสมาร์ตโฟนคุ้มค่าแบตเตอรี่โหด ใช้งานทั้งวันแบบไม่ต้องกังวล ส่วนฝั่ง Nothing Phone ซีรีส์ 4 เน้นดีไซน์โปร่งใส แถบไฟ Glyph อินเทอร์เฟซแปลกตา ถูกใจคนรักความไม่เหมือนใคร กลุ่ม Xiaomi รุ่นอื่นในสาย 17 และ 13 Pro Plus จะเติมทางเลือกด้านกล้องแรงและดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น แต่ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สั้นกว่าบางรุ่น ดังนั้นการเลือกควรอิงจากไลฟ์สไตล์ว่าเน้นแบต เล่นเกม ถ่ายภาพ หรือความสวยงามเป็นหลัก

SpecXiaomi Redmi Note 17 Pro 5Gคู่เปรียบเทียบหลัก
ความเร็วซีพียูสูงสุด2.4 GHz2.3 GHz บน Nothing Phone 4b หรือ 2.8 GHz บน Redmi Note 13 Pro Plus 5G
ขนาดหน้าจอ6.83 นิ้ว AMOLED6.77 นิ้ว Super AMOLED บน Nothing Phone 4b หรือ 6.67 นิ้ว AMOLED บน Redmi Note 13 Pro Plus 5G
ความละเอียดกล้องหลังหลัก50 MP50 MP บน Nothing Phone 4b หรือ 200 MP บน Redmi Note 13 Pro Plus 5G
กล้องหน้า16 MP16 MP บน Nothing Phone 4b และ Redmi Note 13 Pro Plus 5G
ความจุแบตเตอรี่9000 mAh6000 mAh บน Nothing Phone 4b หรือ 5000 mAh บน Redmi Note 13 Pro Plus 5G
หน่วยความจำภายใน128 GB UFS 2.2128 GB บน Nothing Phone 4b หรือ 256 GB UFS 3.1 บน Redmi Note 13 Pro Plus 5G
เปรียบเทียบสมาร์ตโฟนราคาถูก Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G vs ตระกูล Nothing Phone 4

Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G โทรศัพท์ mid-range ที่ดีสำหรับแบตและการใช้งานทั้งวัน

Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G เป็นตัวอย่างสมาร์ตโฟนคุ้มค่าที่เน้นสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและแบตเตอรี่ เหมาะกับคนที่ใช้งานหนักทั้งวัน เช่น เล่นโซเชียล ดูวิดีโอ และทำงานบนมือถือเป็นหลัก ซีพียูทำงานที่ความเร็วสูงสุด 2.4 GHz ทำให้เหนือกว่า Nothing Phone 4b ที่ 2.3 GHz ในด้านประสิทธิภาพดิบ แบตเตอรี่ 9000 mAh คือจุดขายสำคัญ และผลทดสอบแบตเตอรี่ชี้ว่าสามารถใช้งานได้ราว 21 ชั่วโมง 55 นาที มากกว่ารุ่น Xiaomi Redmi Note 13 Pro Plus 5G ที่ประมาณ 9 ชั่วโมง 40 นาทีอย่างชัดเจน จอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ให้พื้นที่แสดงผลใหญ่ เหมาะทั้งสายดูคอนเทนต์และเล่นเกม สเปกกล้องแม้จะเป็น 50 MP แต่จุดเด่นของรุ่นนี้คือการใช้ได้ยาวตลอดวันมากกว่าการเน้นกล้องความละเอียดสูง อย่างไรก็ตาม ความจุ 128 GB แบบ UFS 2.2 อาจจำกัดสำหรับคนที่ถ่ายรูป วิดีโอ หรือโหลดเกมใหญ่จำนวนมาก ข้อควรคิดอีกด้านคือจุดอ่อนซอฟต์แวร์ของสาย Xiaomi เช่นโฆษณาในระบบ HyperOS แอปที่ติดมากับเครื่องจำนวนมาก และลำโพงที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เด่นเท่าคู่แข่งบางราย

Nothing Phone ซีรีส์ 4 ดีไซน์โปร่งใส Super AMOLED เหมาะสายสไตล์และการใช้ทั่วไป

ฝั่ง Nothing Phone ซีรีส์ 4 ทั้งรุ่น 4a และ 4b ตั้งใจจับกลุ่มผู้ใช้ที่อยากได้สมาร์ตโฟน mid-range ที่ไม่เหมือนใคร เน้นดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานมากกว่าตัวเลขสเปก Nothing Phone 4a 5G มาพร้อมฝาหลังโปร่งใสโชว์โครงสร้างภายในและระบบไฟ Glyph แถบไฟแจ้งเตือนที่ช่วยให้การโต้ตอบกับเครื่องเป็นธรรมชาติมากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากใช้โทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตัวตน ส่วน Nothing Phone 4b ได้ Super AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว ซึ่งถือว่าเหนือกว่า AMOLED ธรรมดาบน Redmi Note 17 Pro 5G ในด้านคุณภาพสีและคอนทราสต์ สเปกกล้องของ 4b อยู่ที่ 50 MP ทั้งกล้องหลังและใช้กล้องหน้า 16 MP เช่นเดียวกับ Redmi Note 17 Pro 5G แต่แบตเตอรี่ 6000 mAh ทำให้ใช้งานได้สั้นกว่าฝั่ง Xiaomi อย่างชัดเจน สำหรับใครที่เน้นการใช้งานทั่วไป เล่นโซเชียล ถ่ายภาพบ้าง แต่ไม่ต้องการแบตอึดระดับเครื่องหลักตลอดวัน Nothing Phone ซีรีส์ 4 จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ จุดด้อยคือมาตรฐานกันน้ำเพียงระดับ IP64 ซึ่งต่ำกว่าบางคู่แข่งที่ให้ IP68 ทำให้ต้องดูแลเรื่องโดนน้ำหรือฝุ่นมากกว่าหน่อย

เปรียบเทียบสมาร์ตโฟนราคาถูก Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G vs ตระกูล Nothing Phone 4

Xiaomi รุ่นทางเลือก 17T และ Redmi Note 13 Pro Plus 5G สำหรับสายเล่นเกมและกล้อง

ถ้าคุณต้องการโทรศัพท์ mid-range ที่ดีแต่เน้นกล้องและความแรงมากกว่าแบตเตอรี่ล้วน สาย Xiaomi ยังมีทางเลือกอย่าง Xiaomi 17T และ Redmi Note 13 Pro Plus 5G เข้ามาในภาพ Xiaomi 17T ได้รับรีวิวเชิงบวกในฐานะสมาร์ตโฟนระดับบนของกลุ่ม mid-range ที่มีกล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้ทำงานได้ใกล้เคียงรุ่นเรือธง การออกแบบกะทัดรัด แบตใหญ่ และกล้องเทเลโฟโต้ที่ดีขึ้นถือเป็นข้อได้เปรียบหลัก โดยให้ประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แต่เกมเมอร์สายเล่นหนักอาจต้องการความแรงเพิ่มอีกเล็กน้อย Redmi Note 13 Pro Plus 5G ชูจุดเด่นกล้องหลัง 200 MP ทำให้เหนือกว่า Redmi Note 17 Pro 5G ที่ 50 MP ในการถ่ายภาพโดยรวม ชิปเซ็ตที่รันได้ถึง 2.8 GHz ทำให้ทำงานได้เร็วกว่า 17 Pro 5G ที่ 2.4 GHz แต่ต้องแลกกับแบตเตอรี่ 5000 mAh และผลทดสอบจาก PC Mark ที่ราว 9 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งแพ้ 17 Pro 5G อย่างมากในด้านการใช้งานต่อเนื่องทั้งวัน ใครที่เน้นกล้องหนัก ใช้ถ่ายงานหรือคอนเทนต์บ่อยๆ และยอมชาร์จเพิ่มระหว่างวันได้ รุ่น 13 Pro Plus 5G จึงตอบโจทย์มากกว่า

สรุปแนวทางเลือกตามการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

เมื่อดูภาพรวมจะเห็นว่าโทรศัพท์ mid-range ที่ดีในยุคนี้ให้ฟีเจอร์ระดับสูงทั้งจอ AMOLED รองรับ 5G และแบตเตอรี่ความจุสูงแม้จะอยู่ในกลุ่มสมาร์ตโฟนราคาถูกก็ตาม แต่ละรุ่นกลับเน้นจุดแข็งต่างกัน Redmi Note 17 Pro 5G เหมาะกับการใช้งานทั้งวัน ทั้งการทำงานและความบันเทิง ด้วยแบต 9000 mAh และเวลาใช้งานในผลทดสอบที่ยาวกว่า 20 ชั่วโมง ส่วน Nothing Phone ซีรีส์ 4 เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และหน้าจอ Super AMOLED คมสวยมากกว่าการใช้งานยาวนานสุดขีด ในฝั่ง Xiaomi รุ่น 17T จะเน้นกล้องเทเลโฟโต้และดีไซน์กะทัดรัด พร้อมแบตและการชาร์จที่ดี จึงทำหน้าที่เป็นโทรศัพท์ mid-range ที่ดีสำหรับคนชอบถ่ายภาพและต้องการเครื่องไม่ใหญ่เกินไป ขณะที่ Redmi Note 13 Pro Plus 5G เล่นบทสมาร์ตโฟนคุ้มค่าด้านกล้องความละเอียด 200 MP และสเปกแรง แต่มีจุดอ่อนเรื่องเวลาใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้นกว่ามาก ทั้งสาย Nothing และ Xiaomi ยังมีข้อเสียร่วมกันคือจำนวนแอปที่ติดมากับเครื่อง โฆษณาในระบบ และเรื่องความเสถียรของกล้องในสภาพแสงน้อย รวมถึงประสิทธิภาพรองด้านกล้องที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

  • Buy the Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G if คุณต้องการแบตเตอรี่ 9000 mAh ใช้งานได้ยาวตลอดวัน เหมาะกับสายทำงานและความบันเทิงต่อเนื่อง
  • Skip the Xiaomi Redmi Note 17 Pro 5G if คุณเน้นกล้องความละเอียดสูงสุดและต้องการ 200 MP รวมถึงหน่วยความจำภายในมากกว่า 128 GB เพื่อเก็บไฟล์จำนวนมาก
  • Buy the Nothing Phone 4b if คุณชอบดีไซน์โปร่งใส หน้าจอ Super AMOLED สีสันสวย และให้ความสำคัญกับความโดดเด่นของ Glyph มากกว่าความอึดของแบตเตอรี่
  • Skip the Nothing Phone 4b if คุณต้องการแบตเตอรี่ระดับใช้โหดตลอดวันแบบไม่ต้องชาร์จเพิ่ม เพราะความจุ 6000 mAh ยังด้อยกว่า Redmi Note 17 Pro 5G อย่างเห็นได้ชัด
  • Buy the Xiaomi Redmi Note 13 Pro Plus 5G if คุณเน้นถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งและคอนเทนต์ ต้องการกล้อง 200 MP และประสิทธิภาพซีพียูที่แรงกว่าสำหรับงานหนักหรือเล่นเกม
  • Skip the Xiaomi Redmi Note 13 Pro Plus 5G if การใช้งานแบตตลอดวันโดยไม่พกที่ชาร์จสำคัญกว่า เพราะผลทดสอบแบตอยู่ราว 9 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งสั้นกว่า 17 Pro 5G อย่างมาก
  • Buy the Xiaomi 17T if คุณต้องการสมาร์ตโฟนคุ้มค่าในกลุ่ม upper mid-range ที่ให้กล้องหลักและเทเลโฟโต้ดี ดีไซน์กะทัดรัด แบตใหญ่ และการชาร์จที่น่าพอใจ
  • Skip the Xiaomi 17T if คุณเกลียดโฆษณาในระบบ แอปติดเครื่องจำนวนมาก หรือต้องการลำโพงและซอฟต์แวร์ที่สมบูรณ์แบบกว่าสิ่งที่รีวิวระบุว่าเป็นจุดอ่อนของรุ่นนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!