5 แอปกินดาต้าและแบตเตอรี่ พร้อมวิธีหยุดแบบเป็นขั้นตอน

5 แอปกินดาต้าและแบตเตอรี่ พร้อมวิธีหยุดแบบเป็นขั้นตอน
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

เข้าใจปัญหา: ทำไมเน็ตและแบตถึงหมดเร็วกว่าที่คิด

บทความนี้ว่าด้วยเรื่องแอปกินดาต้าและพลังงานบนมือถือ ซึ่งมักทำงานเบื้องหลังโดยที่เราไม่ทันสังเกตและส่งผลให้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตหมดก่อนกำหนดและแบตเตอรี่ลดลงเร็วเกินไป โดยเน้นวิธีดูว่าแอปไหนใช้ดาต้าเยอะที่สุดแล้วปรับการตั้งค่าใน Android และ iOS เพื่อประหยัดพลังงานมือถือโดยยังใช้งานฟังก์ชันหลักได้ตามปกติ ทั้งสำหรับคนใช้เน็ตรายเดือนจำกัดและคนที่เดินทางต่างประเทศบ่อยด้วยแพ็กเกจที่มีดาต้าแบบจำกัด. ถ้าคุณรู้สึกว่าเน็ตมือถือหมดเร็วกว่าที่ควร หรือแบตต้องชาร์จระหว่างวันบ่อยขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เปิดเกมหรือดูหนังยาวๆ มีโอกาสสูงว่าแอปโซเชียลและแอปสำรองรูปกำลังใช้ดาต้าและแบตอยู่เบื้องหลังโดยไม่บอกคุณเลย. จุดสำคัญคือเราไม่จำเป็นต้องลบแอปยอดฮิตออก แต่ใช้การปรับค่าเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในเมนูการตั้งค่าเพื่อหยุดการทำงานที่ไม่จำเป็น เช่นการซิงก์พื้นหลังและการเล่นวิดีโออัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดการใช้ดาต้าและลดการใช้แบตเตอรี่ได้มากโดยไม่กระทบการใช้งานหลักในแต่ละวัน.

5 แอปกินดาต้าและแบตเตอรี่ พร้อมวิธีหยุดแบบเป็นขั้นตอน

รู้ตัวผู้ร้าย: 5 แอปกินดาต้าและแบตมากที่สุดในชีวิตประจำวัน

จากการใช้งานของคนส่วนใหญ่ แอปที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแอปกินดาต้าสูงสุดจะเป็นแอปวิดีโอและโซเชียล รวมถึงแอปสำรองรูปและแอปฟังเพลง โดยเฉพาะ TikTok, YouTube, Facebook/Instagram และแอปสำรองรูปอย่าง Google Photos หรือ iCloud Photos ซึ่งใช้ดาต้าสูงในการโหลดและอัปโหลดรูป/วิดีโออย่างต่อเนื่อง. เมื่อรวมกับการฟังเพลงผ่าน Spotify หรือ Apple Music แบบสตรีมคุณภาพสูงต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ดาต้าและแบตเตอรี่ไหลออกแบบเงียบๆ โดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเลย. TikTok และ Reels/Stories บน Facebook กับ Instagram มักเล่นวิดีโออัตโนมัติในความละเอียดสูง ทำให้ดาต้าหลายร้อยเมกะไบต์หมดไปในเวลาไม่นาน แม้จะเลื่อนดูแค่ช่วงสั้นๆ. แอปสำรองรูปยิ่งน่ากังวล เพราะทันทีที่ถ่ายรูปหรือวิดีโอใหม่ แอปจะอัปโหลดขึ้น Cloud ถ้าอนุญาตให้ใช้เน็ตมือถือ ส่งผลให้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตลดลงเร็วมากโดยเฉพาะไฟล์วิดีโอ 4K. ถ้าไม่ตั้งค่าให้ดี แอปเหล่านี้ยังทำงานในพื้นหลังตลอดวัน ทำให้แบตลดโดยไม่รู้สาเหตุอีกด้วย.

แอปลักษณะการใช้ดาต้าสูงผลกระทบต่อเน็ตและแบต
TikTokวิดีโอเล่นต่อเนื่อง อัตโนมัติ ความละเอียดสูงเน็ตหมดเร็วภายในเวลาไม่นาน แบตลดเร็วจากการเล่นวิดีโอ
YouTubeดูวิดีโอ 1080p, 1440p หรือ 4K ผ่านเน็ตมือถือใช้ดาต้าได้หลายกิกะไบต์ในหนึ่งชั่วโมง แบตร้อนและลดเร็ว
Facebook / Instagramโหลดรูป วิดีโอ Reels และ Stories ล่วงหน้าดาต้าไหลแม้เลื่อนดูไม่นาน ใช้แบตจากการอัปเดตฟีดต่อเนื่อง
Google Photos / iCloud Photosอัปโหลดรูป/วิดีโอขึ้น Cloud ทันทีหลังถ่ายแพ็กเกจเน็ตมือถือหมดเร็วโดยเฉพาะไฟล์ใหญ่ แบตใช้ระหว่างอัปโหลด
Spotify / Apple Musicสตรีมเสียงคุณภาพสูงหรือ Lossless หลายชั่วโมงดาต้าสะสมหลายกิกะไบต์ต่อเดือน ใช้แบตจากการสตรีมต่อเนื่อง
5 แอปกินดาต้าและแบตเตอรี่ พร้อมวิธีหยุดแบบเป็นขั้นตอน

ขั้นตอนเดียวที่ควรทำทันทีเมื่อมีแพ็กเกจเน็ตจำกัด

ก่อนลงรายละเอียดทีละแอป มีหนึ่งการตั้งค่าที่คนใช้ Android ควรทำทันทีเมื่อสมัครแพ็กเกจใหม่หรือซื้อ eSIM สำหรับเดินทาง นั่นคือการตั้งค่าเตือนการใช้ดาต้าและกำหนดขีดจำกัดในตัวระบบ. ฟีเจอร์นี้ช่วยเตือนเมื่อใกล้ใช้หมดและตัดเน็ตมือถือให้อัตโนมัติเมื่อถึงจุดที่กำหนด ผลคือไม่หลุดเกินแพ็กเกจและไม่ต้องลุ้นบิลปลายเดือนที่สูงเกินคาด. คำพูดที่น่าเก็บไว้คือ "ฟีเจอร์เตือนการใช้ดาต้าและการตั้งลิมิตช่วยเตือนก่อนใช้ดาต้าถึงขีดจำกัด และปิดเน็ตมือถือให้อัตโนมัติเมื่อถึงลิมิตที่ตั้งไว้ ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงบิลโรมมิ่งที่แพงแบบไม่คาดคิด". ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยคือพึ่งแอปของค่ายมือถือหรือผู้ให้บริการ eSIM ที่แค่แสดงดาต้าที่ใช้ไป แต่ไม่เตือนก่อนถึงลิมิตและไม่ตัดเน็ตให้ หลายคนเลยรู้ตัวหลังดาต้าเกินแล้ว. อีกความพลาดคือใช้เน็ตมือถือต่อเนื่องระหว่างเดินทางโดยลืมเชื่อมต่อ Wi-Fi ของโรงแรม ทำให้ดู Reels อัปโหลดรูป และเปิดแผนที่จนเน็ตหมดเร็วกว่าที่คิด.

  1. บน Android ให้ไปที่ การตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > SIMs (หรือเมนูใกล้เคียง) แล้วมองหาหัวข้อ Data warning & limit จากนั้นเปิด Set data warning และกำหนดระดับเตือนต่ำกว่าลิมิตในแพ็กเกจ เช่นเตือนที่ 8GB เมื่อแพ็กเกจมี 10GB เพื่อให้มีเวลาปรับพฤติกรรมการใช้งานก่อนเน็ตหมด.
  2. ในหน้าเดียวกันเปิดตัวเลือก Set data limit แล้วกำหนดลิมิตที่ต่ำกว่าขีดจำกัดจริงเล็กน้อย เช่นตั้งที่ 9.5GB บนแพ็กเกจ 10GB เพื่อมีระยะกันชน เมื่อดาต้าถึงจุดนี้ Android จะปิดเน็ตมือถือให้เอง ลดโอกาสหลุดเกินแพ็กเกจโดยไม่รู้ตัว และช่วยควบคุมการใช้เน็ตเวลาโรมมิ่งได้ดีขึ้น.
  3. หลังตั้งค่าเตือนและลิมิตแล้ว ให้ลองใช้งานตามปกติหนึ่งวัน จากนั้นกลับมาเช็กสถิติการใช้ดาต้าในเมนูเดียวกันเพื่อดูว่าแอปไหนใช้เยอะกว่าที่คาด หากพบว่าแอปวิดีโอหรือโซเชียลขยับตัวเลขขึ้นเร็ว ให้เตรียมปรับการตั้งค่าภายในแอปเหล่านั้นในขั้นตอนถัดไปเพื่อทั้งลดการใช้เน็ตและลดการใช้แบตเตอรี่ควบคู่กัน.

ปรับการตั้งค่าในแต่ละแอป: ลดการใช้แบตเตอรี่และดาต้าโดยไม่เสียความสนุก

เมื่อระบบมีการเตือนและลิมิตดาต้าแล้ว ขั้นต่อไปคือปรับการตั้งค่าในแอปกินดาต้าเพื่อให้ใช้งานได้ต่อแต่ไม่ฟุ่มเฟือย การทำแบบนี้ช่วยลดการใช้แบตเตอรี่ไปพร้อมกัน เพราะแอปไม่ต้องโหลดข้อมูลหนักๆ หรือทำงานเบื้องหลังตลอดเวลา. จุดสำคัญคือไม่ต้องปิดทุกอย่างจนแอปใช้งานไม่ได้ แต่เลือกปรับเฉพาะส่วนที่ใช้เน็ตมือถือเยอะที่สุด. สำหรับ TikTok, Facebook และ Instagram การเปิดโหมด Data Saver ภายในแอปและปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติเมื่อใช้เน็ตมือถือช่วยลดดาต้าได้มาก เวลาอยากดูต่อเนื่องค่อยใช้ Wi-Fi แทน. YouTube ควรตั้งคุณภาพวิดีโอที่ 480p หรือ 720p เมื่อต่อผ่านเน็ตมือถือ และดาวน์โหลดวิดีโอผ่าน Wi-Fi หากเป็นสมาชิกแบบพรีเมียม. แอปสำรองรูปอย่าง Google Photos หรือ iCloud Photos ควรตั้งให้อัปโหลดเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi และปิดการสำรองข้อมูลผ่านเน็ตมือถือ. ส่วน Spotify หรือ Apple Music ให้ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังออฟไลน์ ลดคุณภาพเสียงเมื่อใช้เน็ตมือถือ และเปิดโหมด Data Saver หากมีให้เลือก.

  • ระวังการเปิดอัปเดตหรือสำรองข้อมูลอัตโนมัติในพื้นหลัง เพราะทำให้แอปส่งข้อมูลตลอดวัน ส่งผลให้แบตลดลงและดาต้าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงการเปิดวิดีโอความละเอียดสูงผ่านเน็ตมือถือโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะช่วงเดินทางหรือใช้แพ็กเกจดาต้าจำกัด
  • ตั้งให้แอปดาวน์โหลดคอนเทนต์ขนาดใหญ่ เช่น เพลงหรือแผนที่ เฉพาะตอนต่อ Wi-Fi เพื่อไม่ให้กินทั้งเน็ตและแบต

เช็กสถิติและสรุปสิ่งที่ควรจับตาให้ชิน

เพื่อให้ควบคุมแอปกินดาต้าได้จริง ต้องหัดเช็กสถิติการใช้ดาต้าในเครื่องเป็นประจำ ทั้ง Android และ iPhone มีเมนูให้ดูว่าแอปไหนใช้ดาต้ามากที่สุดในรอบเดือน. บน iPhone ให้เข้า การตั้งค่า > เซลลูลาร์ แล้วเลื่อนลงมาดูตัวเลขดาต้าของแต่ละแอป ส่วน Android ให้เข้า การตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > การใช้ดาต้า เพื่อดูสถิติของแต่ละแอป. เมื่อรู้ตัวแล้วว่าแอปไหนใช้เยอะเกิน ก็กลับไปจำกัดการใช้ดาต้าเบื้องหลังหรือใช้เฉพาะตอนต่อ Wi-Fi. ฟีเจอร์เตือนการใช้ดาต้าและลิมิตใน Androidช่วยเตือนก่อนใช้ดาต้าแตะลิมิตและปิดเน็ตมือถืออัตโนมัติเมื่อผ่านจุดที่ตั้งไว้ ทำให้หลายคนรอดจากค่าโรมมิ่งที่สูงโดยไม่ทันรู้ตัว. ในทางปฏิบัติ ถ้าดูตัวเลขแล้วพบว่าเน็ตยังถูกใช้ไปเร็ว ให้ย้อนกลับมาตรวจการตั้งค่าในแอปโซเชียลและแอปสำรองข้อมูลอีกครั้ง และหัดเชื่อมต่อ Wi-Fi ให้ติดเป็นนิสัยเมื่ออยู่บ้านหรือโรงแรม การลงแรงตั้งค่าครั้งเดียวช่วยให้ประหยัดดาต้าและลดการใช้แบตเตอรี่ในชีวิตประจำวันได้มาก และลดความเสี่ยงจากค่าเน็ตเกินแพ็กเกจเวลาต้องเดินทาง.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!