ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

RoV 10 Years The Experience เมื่อเกมตีป้อมกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ความทรงจำ

RoV 10 Years The Experience เมื่อเกมตีป้อมกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ความทรงจำ
ความสนใจ|นักเล่นเกมมือถือ

RoV 10 ปี และนิยามใหม่ของการเฉลิมฉลองเกมตีป้อม

นิทรรศการเกม RoV 10 Years The Experience คือพื้นที่จัดแสดงแบบ Immersive Experience ที่ออกแบบให้ผู้เล่นเกมตีป้อม Garena RoV ได้ย้อนสำรวจความทรงจำ เรื่องราวจักรวาลในเกม และบทบาทของตนเองผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟ โดยเชื่อมข้อมูลจากบัญชีผู้เล่นเข้ากับกิจกรรมในงาน เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลบนพื้นที่กว่า 1,900 ตารางเมตร ให้การเดินชมงานกลายเป็นการเดินทางในโลก Athanor ของตัวเอง

หัวใจของงานนี้ชัดเจนตั้งแต่หน้าประตู RoV 10 ปีไม่ได้ฉลองด้วยแค่สกินใหม่หรือทัวร์นาเมนต์ แต่เลือกพาผู้เล่นเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ความทรงจำเต็มรูปแบบ การเนรมิต CentralwOrld LIVE ชั้น 8 ให้กลายเป็นจักรวาล RoV ระหว่างวันที่ 3-12 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่แค่โชว์ความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ แต่เป็นการประกาศว่าเกมตีป้อมอันดับหนึ่งนี้เติบโตมาพร้อมผู้เล่น และพร้อมจะเล่าเรื่องพวกเขาบนพื้นที่จริง

จากเกมมือถือสู่ Lifestyle Entertainment ของคอมมูนิตี้เกมเมอร์

ถ้าจะเข้าใจความหมายของ RoV 10 ปี ต้องมองไกลกว่าการเป็นเกมตีป้อมบนมือถือ Garena RoV เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2559 และเดินทางมาไกลจนมียอดดาวน์โหลดสะสมกว่า 72 ล้านครั้ง ครองสถานะเกม MOBA บนมือถืออันดับหนึ่งมานานนับทศวรรษ ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นแค่ความสำเร็จเชิงธุรกิจ แต่สะท้อนว่าตัวเกมได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้เล่นหลายเจเนอเรชันอย่างต่อเนื่อง

ตามคำอธิบายของทีมผู้พัฒนา RoV ได้ขยับจากคำว่าเกมมือถือไปสู่การเป็น Lifestyle Entertainment ผ่านการแข่งขันอีสปอร์ต คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และคอมมูนิตี้ที่เติบโตขึ้นไม่หยุด นิทรรศการเกมครั้งนี้จึงทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนหนึ่งทศวรรษของวัฒนธรรมการเล่นเกมบนมือถือ ที่เริ่มจากนัดเพื่อนตีป้อมตอนพักเที่ยง ไปจนถึงการเชียร์ทีมโปรดในสนามแข่ง เมื่อเดินเข้าพื้นที่จัดงาน เราไม่ได้มอง RoV แค่ในฐานะแอปเกม แต่เห็นว่าเป็นระบบนิเวศความบันเทิงที่หล่อหลอมมิตรภาพ ภาษา และมุกในกลุ่มเพื่อนตลอดสิบปี

เดินโซนต่อโซน ทำไม Immersive Experience ถึงจับใจทั้งหน้าใหม่และรุ่นใหญ่

จุดที่น่าสนใจที่สุดของ RoV 10 Years The Experience คือการเปลี่ยนผู้เข้าชมจากคนดูให้กลายเป็นตัวละครในเรื่อง งานนี้ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟและแนวคิด Personalised Experience เป็นแกนหลักทุกจุดสัมผัส เชื่อมระบบภายในงานเข้ากับ User ID ของผู้เล่น เพื่อดึงอินไซต์อย่างประวัติการเล่น ฮีโร่ที่เคยหยิบ และพฤติกรรมในเกมมาสร้างฉากเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์ ผลคือผู้เล่นแต่ละคนจะเห็นนิทรรศการในแบบไม่เหมือนกัน ทำให้ความทรงจำส่วนตัวถูกเล่าออกมาเป็นภาพ แสง สี เสียงต่อหน้า

ทั้งงานถูกแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ Journey Into Athanor ที่มีภารกิจตีป้อมขนาดยักษ์ The Myth of Afata ที่ชวนรำลึกการเสียสละของ Payna ผ่านการเดินตามแสงของ Eland’orr และดอกไม้จาก Krixi Finding Mermaid’s Melody ที่ให้ร่วมไขปริศนากับ Dolia แล้วสร้างพลุในแบบของตัวเอง และ The Rise of the Abyss ที่พาเผชิญหน้ากับพลังมืด Evita ผ่าน Interactive Game ให้เลือกเส้นทางทั้งฝ่ายมืดหรือ Light Chasers พร้อมลองเล่นฮีโร่ใหม่ Evita ก่อนใคร โครงสร้างแบบเป็น “บทของการเดินทาง” ทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย แต่เป็นการค่อยๆ ทบทวนว่าเราเคยเดินทางกับเกมนี้อย่างไร

เมื่อเกมกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และพิพิธภัณฑ์ถูกย้ายกลับเข้าเกม

สิ่งที่ทำให้งานนี้ต่างจากนิทรรศการเกมทั่วไปคือการเชื่อมโลกจริงกับในเกมแบบสองทาง ด้านหนึ่ง CentralwOrld LIVE กว่า 1,900 ตารางเมตรถูกเนรมิตให้กลายเป็นจักรวาล Athanor ที่จับต้องได้ มีภารกิจ กติกา และการตัดสินใจให้ผู้เล่นเลือกเหมือนเวลาลงแรงค์ อีกด้าน Garena RoV ก็สร้าง Virtual Exhibition จำลองทั้ง 4 โซนกลับเข้าไปในตัวเกม เพื่อให้คนที่ไม่ได้เดินทางมาที่งานยังสามารถออกเดินสำรวจและเล่นกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟเสมือนยืนอยู่กลางฮอลล์

การย้ายพิพิธภัณฑ์กลับเข้าเกมแบบนี้บอกกับผู้เล่นอย่างชัดเจนว่า ความทรงจำสิบปีไม่ได้ถูกจัดเก็บแค่บนผนังนิทรรศการ แต่ยังมีชีวิตอยู่ในคอมมูนิตี้ RoV ทุกวัน สำหรับทั้งผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งโหลดเกม และรุ่นใหญ่ที่อยู่มาครบทุกซีซัน งานนี้คือคำชวนให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เกมหนึ่งเกมส่งผลกับชีวิตเรามากแค่ไหน และเมื่อเดินออกจากฮอลล์กลับไปหยิบมือถือขึ้นมา ความสัมพันธ์ระหว่าง “เกม” กับ “ความทรงจำ” ของเราจะชัดขึ้นกว่าเดิม

ข้อสรุปของทศวรรษแรก RoV และเหตุผลที่คอมมูนิตี้ยังเดินหน้าต่อ

RoV 10 Years The Experience จึงเป็นมากกว่างานเฉลิมฉลอง มันคือประกาศเจตนารมณ์ของ Garena RoV ว่าเกมตีป้อมอันดับหนึ่งนี้จะยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้เล่นทั้งในและนอกหน้าจออย่างต่อเนื่อง การจัดงานเข้าชมฟรีตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ช่วงวันที่ 3-12 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าคอมมูนิตี้คือหัวใจ และผู้เล่นทุกคนมีส่วนในเรื่องราวที่เล่าบนผนังนิทรรศการ

ในภาพใหญ่ นิทรรศการเกมครั้งนี้ตอกย้ำว่า RoV ไม่ได้รอดจากการแข่งขันเกมมือถือที่ดุเดือดเพราะแค่บาลานซ์ฮีโร่ดีหรืออัปเดตไว แต่เพราะสร้างพื้นที่ให้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเกมเอง เมื่อทศวรรษแรกถูกเก็บไว้ในรูปแบบ Immersive Experience แล้วคำถามต่อไปคือ ทศวรรษหน้าผู้เล่นจะร่วมกันเขียนบทใหม่แบบไหน และเราจะมอง RoV เป็นแค่เกม หรือเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมที่เติบโตไปพร้อมเรา

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!