ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

นักเขียนไทยเข้าสู่เวทีสากลผ่านโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ

นักเขียนไทยเข้าสู่เวทีสากลผ่านโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ
ความสนใจ|ซีรีส์ไทย

นักเขียนบทไทยบนทางแยกสำคัญของเวทีสากล

นักเขียนบทไทยบนเวทีสากล คือบุคลากรสร้างสรรค์ที่ได้รับการฝึกฝนผ่านโปรแกรมพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับทักษะการเล่าเรื่อง การพัฒนาบท และความเข้าใจอุตสาหกรรมคอนเทนต์ระดับโลก โดยมุ่งหมายให้ผลงานภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชันของไทยสามารถแข่งขันในตลาดสากล มีมาตรฐานด้านโครงสร้างเรื่อง ตัวละคร และการผลิตที่สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมร่วมสมัย พร้อมสร้างเครือข่ายระหว่างนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการสร้างเนื้อหา แก่นสำคัญของสถานการณ์ตอนนี้คือ นักเขียนบทไทยไม่ได้ถูกมองเป็นผู้รับจ้างเล่าเรื่องอีกต่อไป แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นเจ้าของโปรเจ็กต์ที่มีศักยภาพเชิงธุรกิจและวัฒนธรรม การที่โปรแกรมพัฒนาศักยภาพเข้ามาช่วยจัดโครงสร้างการเรียนรู้ ทำให้บทไม่ใช่แค่ส่วนประกอบของการผลิต แต่เป็นทรัพย์สินสร้างมูลค่าและตัวขับเคลื่อนภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในสายตาโลก

SCIP Immersive Program เวทีเข้มข้นของ 40 โปรเจ็กต์

หัวใจของการยกระดับนักเขียนบทไทยในช่วงนี้คือโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ SCIP หรือ Thailand Screenplay to Content Industry Program ซึ่งออกแบบมาชัดเจนเพื่อเตรียมบุคลากรไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชันในระดับมืออาชีพ การเดินหน้าสู่รอบ Immersive Program ระหว่างวันที่ 18 - 24 กันยายน 2569 ที่ CONEX SPACE ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้นำผลงานที่ผ่านการคัดเลือก 40 โปรเจ็กต์จากทั้งหมด 96 โปรเจ็กต์เข้าสู่การพัฒนาบทอย่างเข้มข้นร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากไทยและเกาหลีใต้ นี่ไม่ใช่คอร์สสั้นที่ให้ทฤษฎีและปล่อยผู้เรียนไปจัดการเอง แต่เป็นกระบวนการลงมือทำจริง แก้บทจริง รับคำแนะนำรายโปรเจ็กต์ และตรวจการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในประโยคที่สะท้อนน้ำหนักของโครงการคือ “โครงการพัฒนาศักยภาพนักเขียนบท เพื่อยกระดับบุคลากรไทยสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน” ซึ่งชี้ชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่ผลิตผลงานทดลอง แต่คือการสร้างคนที่พร้อมทำงานในระบบอุตสาหกรรมเต็มตัว

การคัดเลือกแบ่ง 40 โปรเจ็กต์ออกเป็น 4 หมวดคือ Horror/Thriller Drama Comedy และ Action หมวดละ 10 โปรเจ็กต์ ทำให้เห็นภาพว่าโครงการกำลังตั้งใจพัฒนานักเขียนบทไทยให้ครอบคลุมแนวหลักของซีรีส์สากล ไม่ใช่จำกัดตัวอยู่กับดราม่าเข้มข้นหรือโรแมนติกเพียงอย่างเดียว การที่ผู้เข้าร่วมต้องนำความรู้จากรอบ Intensive Class ก่อนหน้า มาปรับใช้กับบทของตนเอง ทบทวนแนวคิดและวิธีเล่าเรื่อง แล้วรับข้อเสนอแนะเพื่อทำให้บทชัดเจนและสมบูรณ์มากขึ้น เป็นการบังคับให้เกิดการเรียนรู้แบบลงลึก ไม่ใช่การฟังบรรยายผ่าน ๆ มุมมองเชิงวิพากษ์คือ หากโปรแกรมลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายผลไปสู่การผลิตจริง นักเขียนบทไทยจะเริ่มมองตัวเองในฐานะมืออาชีพที่ต้องคิดถึงคนดูตลาดสากลตั้งแต่หน้าแรกของบท แทนที่จะพึ่งพาแบบแผนการเล่าเรื่องคุ้นชินในตลาดท้องถิ่น

ความร่วมมือไทย-เกาหลี จุดเชื่อมสู่มาตรฐานซีรีส์สากล

สิ่งที่ทำให้ SCIP แตกต่างจากการอบรมทั่วไปคือการวางโครงสร้างบนฐานของความร่วมมือไทย-เกาหลีอย่างจริงจัง กิจกรรม Immersive Program เชิญนักเขียนบทเกาหลีใต้ 5 คนมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การสร้างผลงานในแต่ละหมวด ซึ่งไม่ใช่แค่การเล่าเบื้องหลังความสำเร็จ แต่คือการเปิดให้ dissect วิธีคิด วิธีวางโครงเรื่อง และวิธีสร้างตัวละครที่จับใจคนดู เมื่อมองในมุมการแข่งขันในตลาดซีรีส์สากล นี่คือการให้คนทำงานไทยเห็นมาตรฐานที่จับต้องได้ผ่านผู้ที่เคยสร้างงานจริงในตลาดที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่ง แนวทาง Horror/Thriller ได้รับประสบการณ์จากนักเขียนที่เชี่ยวชาญการเล่าความสยองเชิงจิตวิทยาและโครงเรื่องซับซ้อน แนว Drama เน้นการสร้างตัวละครมีมิติ ความสัมพันธ์ที่สะท้อนชีวิตจริง แนว Comedy ดึงองค์ประกอบโรแมนติกและแฟนตาซีมาผสมกับอารมณ์ขัน ส่วนแนว Action เน้นโครงเรื่องอาชญากรรมและการรักษาความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่อง การมี Mentor One-on-One ทุกวันตลอดกิจกรรมทำให้แต่ละโปรเจ็กต์ถูกวิเคราะห์แบบลงลึก หยิบจุดอ่อนออกมาปรับ และเก็บจุดแข็งไว้ขยาย ซึ่งเป็นวิธีสร้างนักเขียนบทไทยให้คิดในกรอบสากลแต่ยังรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองได้

ในเชิงความเห็น การร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้ไม่ใช่การยอมรับว่ามาตรฐานต่างชาติสูงกว่าเสมอไป แต่คือการยอมรับว่าตลาดซีรีส์สากลมีภาษาบางอย่างที่ต้องเรียนรู้ร่วมกัน การสร้างเครือข่ายระหว่างนักเขียนบทไทยและผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีที่โครงการคาดหวังไว้ เป็นการวางสะพานให้โปรเจ็กต์ในอนาคตสามารถพัฒนาไปสู่การร่วมผลิตหรืออย่างน้อยก็เข้าใจว่าต้องปรับงานอย่างไรเมื่อต้องเข้าสู่แพลตฟอร์มระดับภูมิภาคหรือระดับโลก คำถามที่สำคัญคือ หลังจบโปรแกรมแล้วจะมีระบบรองรับให้โปรเจ็กต์เหล่านี้เดินหน้าต่อหรือไม่ หากไม่มี การยกระดับศักยภาพจะกลายเป็นเพดานใหม่ที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับห้องทำงานจริงของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบนโยบายต้องคิดไปให้ถึงปลายทางของการผลิตและการขาย ไม่ใช่จบลงที่การอบรม

เวทีละครสั้นกับแนวโน้มเนื้อหาข้ามพรมแดน

ขณะเดียวกัน การขยับตัวของหน่วยงานรัฐและพันธมิตรในเวทีละครสั้นก็บอกเราว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์กำลังมองหาแพลตฟอร์มใหม่ในการทดลองรูปแบบการเล่าเรื่อง กรมวิทยุและโทรทัศน์เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานแลกเปลี่ยนการสร้างสรรค์ละครสั้นภายใต้แนวคิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเชื่อมมิตรภาพผ่านสื่อสร้างสรรค์ จุดแข็งของรูปแบบนี้คือ โปรดักชันสั้นแต่คม สามารถทดลองแนวคิดและรูปแบบการเล่าเรื่องใหม่ได้เร็ว และเผยแพร่ข้ามพรมแดนได้ง่ายอย่างสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชมยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายในงานมีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์กับกรมวิทยุและโทรทัศน์เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทั้งในมิติการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์การผลิต รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ผลงานของทั้งสองฝ่าย นี่คือการสร้างกรอบว่าละครสั้นไม่ได้เป็นแค่คอนเทนต์ทดลองบนโซเชียลมีเดีย แต่เป็นพื้นที่จริงของความร่วมมืออุตสาหกรรมสื่อภาพและเสียงในระดับภูมิภาค

งานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ยังมุ่งผลักดันความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมสื่อภาพและเสียงของสองฝ่าย พร้อมทั้งส่งเสริมการเผยแพร่เนื้อหาข้ามพรมแดน เพื่อใช้ทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและสื่อโสตทัศน์มาเสริมจุดแข็งกันและกัน และเชื่อมความร่วมมือให้ลึกขึ้น การมองละครสั้นเป็นพื้นที่ใหม่ของความร่วมมือด้านสื่อ ช่วยเปิดช่องให้ต่อยอดทั้งด้านการผลิตเนื้อหา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมละครสั้นที่มีความสร้างสรรค์และยั่งยืน จากมุมมองของนักเขียนบทไทย นี่คือสนามทดลองที่สามารถใช้ผลงานสั้น ๆ แสดงศักยภาพด้านการเล่าเรื่องและความเข้าใจวัฒนธรรมร่วมกัน หากเชื่อมต่อเวทีนี้เข้ากับโปรแกรมพัฒนาศักยภาพอย่าง SCIP นักเขียนจะมีทั้งทักษะและพื้นที่ให้ทดสอบแนวคิด ก่อนขยับไปสู่โปรเจ็กต์ยาวอย่างซีรีส์หรือภาพยนตร์ในตลาดสากล

นักเขียนไทยเข้าสู่เวทีสากลผ่านโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ

จากโปรแกรมพัฒนาศักยภาพสู่ความยั่งยืนของนักเขียนไทย

เมื่อมองภาพรวม ทั้งโปรแกรมพัฒนาศักยภาพอย่าง SCIP และเวทีละครสั้นที่เกิดจากความร่วมมือระดับระหว่างประเทศ กำลังวาดเส้นทางใหม่ให้นักเขียนบทไทยก้าวออกจากพื้นที่ความคุ้นชินไปสู่เวทีสากล ความร่วมมือไทย-เกาหลีในโครงการ SCIP ถูกออกแบบให้เสริมศักยภาพบุคลากรและวางรากฐานการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยต่อไป ขณะที่เวทีละครสั้นกำลังผลักอุตสาหกรรมไปสู่การเผยแพร่เนื้อหาข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ข้อสรุปเชิงความเห็นคือ หากภาครัฐและเอกชนยังเดินหน้าสร้างโปรแกรมพัฒนาศักยภาพและเวทีความร่วมมือแบบนี้ต่อเนื่อง นักเขียนบทไทยจะมีทั้งทักษะ เครือข่าย และช่องทางเผยแพร่ผลงานที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานซีรีส์สากลอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าให้โครงการเหล่านี้กลายเป็นงานครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องต่อยอดไปสู่ระบบสนับสนุนการผลิตจริง การจับคู่โปรเจ็กต์กับผู้ผลิต และการสร้างแบรนด์นักเขียนในระยะยาว เพื่อให้คำว่า “นักเขียนบทไทยบนเวทีสากล” ไม่ใช่เพียงคำสวยงามในเอกสารโครงการ แต่เป็นอาชีพที่มีตัวตนในตลาดโลก

นักเขียนไทยเข้าสู่เวทีสากลผ่านโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!