ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สงครามเส้นทางเรือเอเชียใหม่ ใครได้เปรียบในเกมโลจิสติกส์ภูมิภาค

สงครามเส้นทางเรือเอเชียใหม่ ใครได้เปรียบในเกมโลจิสติกส์ภูมิภาค
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เส้นทางเรือเอเชียคืออะไร และทำไมคลื่นลูกใหม่ถึงสำคัญ

เส้นทางเรือเอเชีย คือเครือข่ายบริการขนส่งทะเลที่เชื่อมท่าเรือภายในภูมิภาคเอเชียเข้าหากันโดยตรง ทั้งในระดับอาเซียน จีน อนุทวีปอินเดีย และเอเชียกลาง เพื่อรองรับการค้าระหว่างเอเชียที่เติบโตต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาเส้นทางฮับใหญ่แบบดั้งเดิม และช่วยให้ผู้ส่งออกผู้นำเข้าเข้าถึงตลาดปลายทางได้รวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น

กระแสล่าสุดที่สายการเดินเรือระดับโลกและภูมิภาคแห่กันเปิดบริการขนส่งทะเลใหม่ในเส้นทางเรือเอเชียสะท้อนภาพชัดว่า เกมโลจิสติกส์กำลังเปลี่ยนขั้ว จากยุคที่ทุกอย่างถูกดูดเข้าสู่ฮับมหาอำนาจไม่กี่แห่ง ไปสู่ยุคที่เส้นตรงระหว่างเอเชียด้วยกันมีน้ำหนักมากขึ้น ใครเข้าใจทิศทางนี้ก่อน ปรับโซ่อุปทานและสัญญาขนส่งทัน จะได้ต้นทุนและความคล่องตัวที่เหนือคู่แข่งในทันที

PIL และ Yang Ming เร่งเสริมวงจร Intra-Asia แข่งความเร็วและความครอบคลุม

ฝั่งเส้นทางภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน สายการเดินเรืออย่าง PIL และ Yang Ming กำลังกดคันเร่งเต็มที่ PIL เปิดตัวบริการ Indonesia Thailand Service หรือ ITS แบบรายสัปดาห์ เชื่อมอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และท่าเรืออุตสาหกรรมหลักในภูมิภาคเดียวกัน โดยจะออกเดินเรือเที่ยวปฐมฤกษ์จาก Port Klang ในวันที่ 5 กันยายน 2026 จุดแข็งคือการเชื่อมต่อโดยตรงและการต่อเชื่อมเข้ากับเครือข่ายเรือฟีดเดอร์และเส้นทางมหาสมุทรอื่นของบริษัท ช่วยลดเวลาขนส่งและเพิ่มทางเลือกให้โรงงานและซัพพลายเชนในภูมิภาคเดียวกัน

ขณะที่ Yang Ming เปิดบริการ China-Singapore-Malaysia Service หรือ CSM แบบรายสัปดาห์ ใช้เรือขนาด 2,800 ทีอียู จำนวนสามลำ วิ่งวงกลม Xiamen Kaohsiung Shekou Singapore Port Kelang และกลับสู่ Xiamen ในรอบ 21 วัน บริการนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มเส้นทางเรือเอเชีย แต่คือการแย่งบทบาทท่าเรือศูนย์กลางระดับภูมิภาคจากฮับดั้งเดิม ให้เมืองท่าอย่างสิงคโปร์และ Port Kelang เป็นจุดรวมกระจายสินค้าในเครือข่าย Intra-Asia อย่างแท้จริง

สงครามเส้นทางเรือเอเชียใหม่ ใครได้เปรียบในเกมโลจิสติกส์ภูมิภาค

TS Lines และ OOCL ดันเส้นทางตรงสู่อนุทวีปอินเดีย เปลี่ยนสมการการค้าระหว่างเอเชีย

เมื่อมองไปเส้นทางเชื่อมเอเชียใต้ การเปิดตัวบริการใหม่ของ TS Lines และ OOCL คือหมากสำคัญที่ทำให้การค้าระหว่างเอเชียไม่ต้องอ้อมผ่านฮับในซีกโลกตะวันตกอีกต่อไป TS Lines เปิดบริการ Hercules Service หรือ HLS เชื่อมท่าเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย และปากีสถาน โดยใช้แหลมฉบังเป็นจุดเริ่มต้น วนผ่าน Singapore Port Klang Nhava Sheva Mundra Karachi และกลับสู่ Port Klang Singapore และแหลมฉบัง รอบเรือใช้เวลา 35 วัน

ในเวลาใกล้กัน OOCL เปิดบริการ Southeast Asia – Indian Subcontinent Service หรือ SIS ซึ่งเป็นบริการแรกของบริษัทที่เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ชายฝั่งตะวันตกของอินเดียและปากีสถานโดยตรง บริการ SIS เริ่มจาก Laem Chabang ผ่าน Singapore Port Klang Nhava Sheva Mundra Karachi แล้ววนกลับ ผลลัพธ์คือผู้ส่งออกผู้นำเข้ามีเส้นทางเรือเอเชียที่ไปถึงอินเดียและปากีสถานในเที่ยวเดียว ไม่ต้องเปลี่ยนเรือหลายต่อ ลดความเสี่ยงล่าช้าและค่าใช้จ่ายแฝงในโซ่อุปทาน

สงครามเส้นทางเรือเอเชียใหม่ ใครได้เปรียบในเกมโลจิสติกส์ภูมิภาค

ท่าเรือแหลมฉบังและ DP World เสริมฐานโครงสร้าง ชิงบทบาทเกตเวย์ Intra-Asia

เมื่อเส้นทางเรือเอเชียขยายตัว ท่าเรือแหลมฉบังจึงไม่ใช่แค่ผู้เล่นรอง แต่กำลังถูกดันขึ้นเป็นเกตเวย์หลักของภูมิภาค การที่ DP World ผ่านบริษัทร่วมทุน Laem Chabang International Terminal หรือ LCIT ได้ขยายสัญญาสัมปทานท่าเทียบเรือตู้สินค้า B5 เพิ่มอีกห้าปี เพื่อรองรับปริมาณทางการค้าในเส้นทาง Intra-Asia ที่เพิ่มขึ้น คือสัญญาณชัดว่าศูนย์กลางโลจิสติกส์กำลังขยับเข้ามาใกล้แหล่งผลิตมากขึ้น ตัวเลขที่สะท้อนศักยภาพคือ LCIT ทำสถิติปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวม 1.936 ล้านทีอียูในปีที่ผ่านมา ถือเป็นระดับสูงสุดของบริษัท

การต่อสัญญาไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิ์การบริหาร แต่เปิดทางให้ลงทุนต่อเนื่อง ตั้งแต่การนำรถขนถ่ายสินค้าพลังงานไฟฟ้า eITV มาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรถใช้น้ำมัน ไปจนถึงการเพิ่มการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอื่นในปี 2026 และการเชื่อมต่อเครือข่ายขนส่งทางรางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมายังท่าเรือแหลมฉบัง จุดยืนนี้ทำให้แหลมฉบังกลายเป็นโครงหลังของบริการขนส่งทะเล Intra-Asia หลายเส้นทางใหม่

สงครามเส้นทางเรือเอเชียใหม่ ใครได้เปรียบในเกมโลจิสติกส์ภูมิภาค

ETL เปลี่ยนเกียร์สู่มาร์จิ้นสูง และบทสรุปสำหรับผู้เล่นการค้าระหว่างเอเชีย

ขณะที่สายการเดินเรือแข่งเส้นทาง บริษัทโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนอย่าง ETL ก็เปลี่ยนยุทธศาสตร์รับกระแสใหม่ นายธเนศ เมฆินทรางกูร ซีอีโอ ETL ระบุว่าครึ่งปีหลังบริษัทหันมาเพิ่มสัดส่วนงานขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และขยายงานตู้ควบคุมอุณหภูมิหรือ Cold Chain Supply Solution ที่มีมาร์จิ้นสูง พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานตู้แช่เย็น เครือข่ายขนส่งถูกขยายจากจีนและอาเซียนไปยังเอเชียกลาง รัสเซีย และยุโรปตะวันออก ผ่านการใช้ทั้งถนน รถไฟ ทางเรือ และทางอากาศ

เมื่อรวมภาพทั้งหมด เส้นทางเรือเอเชียยุคใหม่มีลักษณะชัดเจน คือ 1 เส้นทางตรงมากขึ้น ลดการฝากชีวิตไว้กับฮับใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง 2 ผู้ให้บริการทั้งสายการเดินเรือและโลจิสติกส์หันไปหาเซกเมนต์สินค้าค่ามาร์จิ้นสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์และ Cold Chain 3 ท่าเรือและผู้ให้บริการเทอร์มินัลลงทุนหนักในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสีเขียว ผู้ส่งออกผู้นำเข้าและผู้ผลิตที่ปรับแผนการใช้บริการขนส่งทะเลและโหมดผสมให้สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ จะได้ทั้งเวลาขนส่งที่สั้นลง ความเสี่ยงน้อยลง และที่สำคัญคืออำนาจต่อรองที่มากขึ้นในเกมการค้าระหว่างเอเชียที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

สงครามเส้นทางเรือเอเชียใหม่ ใครได้เปรียบในเกมโลจิสติกส์ภูมิภาค

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!