ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เทรนด์ Bleisure ดันกระแสอยู่ต่างเมืองยาว 30 คืน

เทรนด์ Bleisure ดันกระแสอยู่ต่างเมืองยาว 30 คืน
ความสนใจ|ที่เที่ยวต่างประเทศ

Bleisure คืออะไร และทำไมการเที่ยวแบบ 30 คืนถึงกำลังมา

Bleisure คือรูปแบบการเดินทางที่ผสมผสานการทำงานและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยอาศัยการทำงานทางไกลและตารางงานที่ยืดหยุ่น ทำให้คนสามารถพกงานติดตัวไปได้ทุกที่ จึงไม่ต้องแยกทริปทำงานออกจากทริปพักผ่อนอีกต่อไป แต่เปลี่ยนให้การพักระยะยาว เช่น 30 คืนขึ้นไป กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ที่สามารถประชุม ส่งงาน และสำรวจเมืองไปพร้อมกันในจุดหมายปลายทางเดียว

เมื่อก่อนการเที่ยวหมายถึงการหยุดงาน วันนี้การทำงานแบบยืดหยุ่นเปิดประตูให้คนจำนวนมากเริ่มมองการออกเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่รางวัลปีละครั้ง พฤติกรรมนี้เชื่อมกับกระแส digital nomad หรือคนที่ทำงานจากที่ไหนก็ได้โดยตรง ข้อมูลการค้นหาที่พักแสดงชัดว่าการเข้าพักอย่างน้อย 30 คืนไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นกระแสหลักของคนทำงานยุคใหม่ที่อยากทดลองใช้ชีวิตในเมืองอื่นแบบยืดหยุ่นแทนการเที่ยวสั้นหลายทริป

เทรนด์ Bleisure ดันกระแสอยู่ต่างเมืองยาว 30 คืน

ดานัง บาหลี โตเกียว กัวลาลัมเปอร์: เมืองฮิตของสาย 30 night stays

หัวใจของ bleisure travel trend คือการเลือกเมืองเดียวแล้วอยู่ยาวเป็นเดือน ข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระบุว่า สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไป เมืองต่างประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุดคือ ดานัง บาหลี โตเกียว กัวลาลัมเปอร์ ตามด้วยโฮจิมินห์ซิตี้ และโซล นี่คือสัญญาณชัดว่าคนทำงานทางไกลไม่ได้มองหาแค่แลนด์มาร์กท่องเที่ยว แต่สนใจคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากกว่า

ดานังโดดเด่นด้วยค่าครองชีพไม่สูง มีทั้งชายหาดและตัวเมือง แถมสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตระยะยาว บาหลีคือสวรรค์ของ digital nomad มีคาเฟ่ โคเวิร์กกิงสเปซ และกิจกรรมด้าน wellness รองรับทั้งงานและการฟื้นฟูสุขภาพ ส่วนโตเกียวชนะด้วยโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งระดับโลกที่เชื่อมต่อไร้รอยต่อ ขณะที่กัวลาลัมเปอร์ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าและสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย ทำให้ทั้งสี่เมืองกลายเป็น long stay destinations ในฝันของคนอยาก remote work abroad แบบไม่เสียประสิทธิภาพงาน

เทรนด์ Bleisure ดันกระแสอยู่ต่างเมืองยาว 30 คืน

30+ คืนไม่ใช่แค่เที่ยว แต่คือการย้ายออฟฟิศไป digital nomad cities

การเข้าพัก 30 night stays แตกต่างจากการเที่ยวสั้นตรงที่ต้องรองรับชีวิตทั้งด้านงานและด้านส่วนตัวพร้อมกัน เทรนด์นี้ผูกโยงกับกลุ่ม digital nomad และคนทำงานทางไกลที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานโดยไม่ลดคุณภาพชีวิต บาหลีถูกย้ำซ้ำว่าเป็นจุดหมายยอดนิยมของเหล่าดิจิทัลโนแมด เพราะมี ecosystem สำหรับการทำงานนอกสถานที่ครบถ้วนตั้งแต่ที่พัก คาเฟ่ ไปจนกิจกรรมดูแลสุขภาวะ

เมืองอย่างโฮจิมินห์ซิตี้และโซลก็เริ่มถูกมองใหม่ ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็น digital nomad cities ที่ผสมผสานความสะดวก วัฒนธรรม อาหาร และคุณภาพชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว เมื่อคนเดินทางนานขึ้น ธุรกิจที่พักต้องคิดเกินกว่าเตียงนุ่มและวิวสวย เพราะลูกค้า bleisure ต้องการพื้นที่ทำงานดี อินเทอร์เน็ตเสถียร และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิต เป็นการย้ายออฟฟิศชั่วคราวมากกว่าการเข้าพักโรงแรมแบบเดิม

เทรนด์ Bleisure ดันกระแสอยู่ต่างเมืองยาว 30 คืน

จากเที่ยวนานขึ้นสู่กระแสหลัก: เมื่อการจองที่พัก 30 คืนกลายเป็นเรื่องปกติ

ข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวชี้ว่า นักเดินทางมีแนวโน้มสนใจเที่ยวต่างประเทศนานขึ้น โดยเฉพาะการเข้าพักตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไป มีการยืนยันว่า “หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัดคือ นักเดินทางเริ่มมองหาที่พักระยะยาวมากขึ้น” ซึ่งสะท้อนว่าพฤติกรรม long stay ไม่ใช่เรื่องทดลอง แต่กำลังกลายเป็นรูปแบบการเดินทางกระแสหลัก

เมื่อคนผูกงานเข้ากับการเดินทาง เที่ยวสั้นหลายทริปอาจไม่ตอบโจทย์เท่าการเลือกเมืองเดียวแล้วอยู่ยาวเพื่อซึมซับวิถีชีวิตจริง การจองที่พักล่วงหน้าสำหรับการอยู่ 30 คืนขึ้นไป แสดงให้เห็นว่าคนเริ่มวางแผนชีวิตและงานบนฐานของ bleisure travel trend มากขึ้น ท้ายที่สุดการเที่ยวต่างเมืองแบบพักยาวอาจไม่ใช่แค่แฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นการออกแบบชีวิตใหม่ที่ให้ความสำคัญกับงาน ความคุ้มค่า และประสบการณ์การใช้ชีวิตในเมืองอื่นอย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!