One Police คืออะไร และทำไมการรวมข้อมูลตำรวจให้ทันยุคดิจิทัลจึงจำเป็น
One Police แพลตฟอร์ม คือแนวคิดการรวมระบบ AI ตำรวจ แอปมือถือ ระบบสถานี และ Big Data เข้าด้วยกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลายหน่วยงานได้จากจุดเดียวในเวลาระดับวินาที ลดงานเอกสารซ้ำซ้อน ทำให้การสืบสวน ป้องกัน และบริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น และเปิดทางให้การพัฒนานวัตกรรมตำรวจไทยเดินต่อเนื่องบนฐานข้อมูลเดียวกันที่เชื่อมทั้งองค์กร หัวใจของเรื่องนี้คือการตัดสินใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไม่ยอมปล่อยให้โครงสร้างข้อมูลเดิมซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามระบบย่อยต่าง ๆ เป็นตัวฉุดรั้งการทำงานอีกต่อไป แต่เลือกเดินหน้าระบบ AI ตำรวจแบบบูรณาการ เพื่อรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

พิธีประกวดนวัตกรรมและการแจ้งเกิด One Police: วันที่ที่ตำรวจประกาศเดินหน้าสู่ยุคข้อมูล
จุดเริ่มที่ทำให้ One Police แพลตฟอร์มถูกผลักขึ้นมาอยู่กลางเวที คือพิธีประกวด มอบรางวัล และจัดแสดงนวัตกรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 13.30 น. โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานในงาน นี่ไม่ใช่แค่งานโชว์ผลงาน แต่เป็นเวทีประกาศว่าองค์กรต้องเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการทำงาน มีผลงานนวัตกรรมส่งเข้าประกวดถึง 47 ชิ้น ครอบคลุมตั้งแต่ระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ เครื่องมือสืบสวน ไปจนถึงการบริการประชาชน แสดงให้เห็นว่าตำรวจภาคสนามเองคือคนที่มองเห็นปัญหาและกล้าลงมือคิดระบบใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่รอคำสั่งจากเบื้องบน การคัดเลือกสองรอบที่เน้นความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง ความคุ้มค่า และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บอกชัดว่านวัตกรรมที่ถูกผลักดันต้องตอบโจทย์งาน ไม่ใช่แค่ของโชว์

สามเสาหลักของ One Police: Mobile APP Sandbox และ SuperSearch ข้อมูล
One Police ไม่ใช่คำสวยหรู แต่ถูกแปลออกมาเป็นสามระบบจับต้องได้คือ Mobile APP Sandbox และ SuperSearch ข้อมูล ซึ่งออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับตัวบุคคลไปจนถึงระดับ Big Data ทั้งองค์กร ในส่วน Mobile APP ต่อไปตำรวจจะมีแอปเดียวใช้ทั้งทำงานและตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว ลดความกระจัดกระจายของระบบย่อยที่เคยต้องเปิดหลายหน้าจอในการทำงานประจำวัน Sandbox คือการยกระดับสถานีตำรวจให้ทำงานบนระบบ work on system มี 6 โมดูลหลัก ได้แก่ งานวิทยุรับแจ้งเหตุ งานสายตรวจ งานบันทึกจับกุม งานประจำวัน งานคดี และงานสำนวน ทำให้ข้อมูลทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกัน ไม่ต้องบันทึกซ้ำหลายครั้ง ลดความเสี่ยงตกหล่นของข้อมูล และเปิดทางให้ตรวจสอบย้อนหลังได้เป็นระบบ เมื่อประกบกับ SuperSearch ข้อมูลที่ดึงทุกอย่างขึ้นมาใช้ในวินาทีเดียว ภาพรวมการทำงานจึงเปลี่ยนจากระบบกระดาษเป็นระบบข้อมูลที่มีชีวิต

SuperSearch และ Big Data 2.5 พันล้านรายการ: จากเปิดสิบระบบเป็นพิมพ์ครั้งเดียว
จุดที่ทำให้ระบบ AI ตำรวจภายใต้ One Police น่าสนใจเป็นพิเศษคือ SuperSearch ข้อมูล ที่สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจัดทำขึ้นในรูปแบบ Big Data รวมข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ มากกว่า 10 แหล่ง มารวมไว้ที่เดียว ทำงานแบบออฟไลน์ มีข้อมูลมากกว่า 2,500 ล้านรายการ ขนาดหลายเทระไบต์ แล้วเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็นโปรแกรม SuperSearch คำอธิบายที่ชัดและน่าจดจำคือ เดิมเจ้าหน้าที่ต้องเปิดสิบระบบ ขอข้อมูลข้ามหน่วยงานเป็นวัน แต่วันนี้พิมพ์ครั้งเดียว ได้คำตอบใน 1 วินาที นี่คือประโยคที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง การรวมข้อมูลระดับนี้ไม่เพียงทำให้การสืบสวนเร็วขึ้น แต่ยังเพิ่มโอกาสค้นพบความเชื่อมโยงที่สายตาคนอาจมองไม่เห็นเมื่อข้อมูลถูกแยกอยู่คนละระบบ แม้ระบบจะยังเป็นออฟไลน์ แต่การเข้าถึงข้อมูลแบบทันทีคือก้าวสำคัญในการสร้างฐานข้อมูลข่าวกรองที่ใช้ได้จริงในงานประจำวันของตำรวจ

ผลสะเทือนต่อการตัดสินใจและนวัตกรรมตำรวจไทย: โครงสร้างที่เปิดช่องให้พัฒนาไม่หยุด
เมื่อ Mobile APP และ Sandbox ทำให้ข้อมูลภาคสนามถูกรวบรวมอย่างเป็นระบบ และ SuperSearch ดึงทุกอย่างขึ้นมาค้นหาจากจุดเดียว ผลที่ตามมาคือการตัดสินใจของตำรวจเปลี่ยนจากอาศัยความจำและแฟ้มเอกสาร ไปสู่การใช้ข้อมูลจริงในเวลาที่ใกล้เคียงเรียลไทม์ การรับแจ้งเหตุ การสั่งการสายตรวจ การประเมินคดี และการตอบคำถามประชาชนจึงมีฐานข้อมูลรองรับมากขึ้น ลดช่องว่างของการตัดสินใจที่อาจไม่เท่าเทียมในแต่ละพื้นที่ ที่สำคัญ งานประกวดนวัตกรรมที่เปิดให้ข้าราชการตำรวจทุกระดับเอาปัญหาหน้างานมาพัฒนาเป็นระบบและเครื่องมือใหม่ เป็นมากกว่ากิจกรรมปีต่อปี แต่คือกลไกที่ทำให้ One Police แพลตฟอร์มไม่หยุดอยู่กับที่ เมื่อผู้ใช้งานจริงและประชาชนถูกเชิญให้สะท้อนความคิดเห็น ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจึงมีโอกาสถูกต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ทำให้คำนิยามของนวัตกรรมตำรวจไทยไม่ใช่คำสวย แต่เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์กรผ่านเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างจริงจัง







