ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตั้งค่า ChatGPT ส่วนตัว ปกป้องทุกบทสนทนาจากสายตาคนอื่น

ตั้งค่า ChatGPT ส่วนตัว ปกป้องทุกบทสนทนาจากสายตาคนอื่น
ความสนใจ|เทคนิคการใช้ AI

ทำไมต้องตั้งค่า ChatGPT ส่วนตัว ก่อนคุยเรื่องสำคัญ

การตั้งค่า ChatGPT ส่วนตัวคือการปรับค่าความเป็นส่วนตัวและการใช้ข้อมูลในบัญชีของคุณ เพื่อควบคุมว่า AI จะนำบทสนทนาไปฝึกโมเดลหรือไม่ และลดโอกาสที่บุคคลภายนอกหรือผู้รับจ้างของผู้ให้บริการจะได้อ่านเนื้อหาที่คุณพิมพ์ โดยยังสามารถใช้งานฟีเจอร์หลักของ ChatGPT ได้ตามปกติ และช่วยให้การคุยเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวปลอดภัยขึ้น

ใจความสำคัญคือ ถ้าคุณปล่อยค่าเริ่มต้นไว้ บทสนทนาของคุณมีโอกาสถูกนำไปใช้ปรับปรุงโมเดล AI และผ่านสายตาคนได้ผู้ให้บริการเปิดเผยว่าบัญชีแบบส่วนตัวทั้ง Free Plus และ Pro จะเปิดโหมดปรับปรุงโมเดลไว้ตั้งแต่แรกในขณะที่บัญชี Enterprise Business และ Edu จะปิดให้อัตโนมัติ หากคุณใช้บัญชีส่วนตัวแล้วไม่ได้แตะเมนูตั้งค่าเลย ตอนนี้คุณกำลังแชร์ข้อมูลมากกว่าที่คิด

มุมที่น่าคิดคือ เรามักใช้ ChatGPT เป็นเหมือนเพื่อนสนิทหรือที่ปรึกษา ทั้งเรื่องสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ หรือแผนธุรกิจ ความรู้สึกว่ากำลังคุยอยู่ในหน้าต่างว่างเปล่าทำให้ลืมไปว่าด้านหลังมีระบบเก็บและประมวลผลข้อมูลอยู่เสมอ ถ้าไม่ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้ดี คุณกำลังปล่อยให้บทสนทนาที่เปราะบางที่สุดของตัวเองไหลเข้าไปในระบบฝึก AI แบบไม่รู้ตัว

วิธีปิด data sharing ไม่ให้แชตไปฝึกโมเดลทีละขั้น

การปิด data sharing คือหัวใจของการปกป้องข้อมูล AI เพราะเป็นตัวคัดว่าแชตของคุณจะถูกส่งต่อไปใช้ปรับปรุงโมเดลหรือไม่ หากคุณต้องการตั้งค่า ChatGPT ส่วนตัวให้แน่นที่สุด ขั้นตอนนี้ห้ามข้ามเด็ดขาด ผู้ให้บริการยืนยันว่าถ้าเปิดโหมดนี้ บทสนทนาอาจถูกส่งต่อให้คนอ่านเพื่อประเมินคุณภาพคำตอบได้เมื่อคุณปิด ตัวช่วยจะยังทำงานได้ แต่แชตใหม่จะไม่เข้าไปอยู่ในชุดฝึกโมเดลอีก

  1. เปิด ChatGPT บนเบราว์เซอร์หรือแอปมือถือของคุณ
  2. แตะไอคอนโปรไฟล์มุมล่าง แล้วเลือก Settings การตั้งค่า
  3. เลือกเมนู Data Controls หรือการควบคุมข้อมูล
  4. มองหาตัวเลือก Improve the model for everyone และกดปิดให้เป็น Off

เมื่อคุณปิดสวิตช์นี้แล้ว ผู้ให้บริการระบุชัดเจนว่าแชตใหม่หลังจากนั้นจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงโมเดลตามการตั้งค่าดังกล่าว แต่การปิดนี้มีผลเฉพาะบทสนทนาใหม่เท่านั้น แชตเก่าที่ถูกนำไปลบข้อมูลระบุตัวตนและเข้าแถวฝึกโมเดลแล้วจะยังคงอยู่ในรอบการฝึกเดิม นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดว่ากดปิดครั้งเดียว แชตเก่าจะถูกดึงออกจากระบบ ซึ่งไม่เป็นความจริง

ตั้งค่า ChatGPT ส่วนตัว ปกป้องทุกบทสนทนาจากสายตาคนอื่น

รู้ให้ทันว่ามีคนอ่านแชตเราได้อย่างไร และป้องกันตัวเองอย่างไร

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เบื้องหลัง ChatGPT มีโปรแกรมว่าจ้างผู้ตรวจทานภายนอกให้มาอ่านและประเมินบทสนทนาจริงของผู้ใช้ เพื่อฝึกให้บอตตอบได้เป็นธรรมชาติขึ้น ผู้ให้บริการอธิบายว่าผู้รับจ้างเหล่านี้จะอ่านข้อความของผู้ใช้ สรุปเจตนา และให้คะแนนคำตอบของ AI ในช่วงตัวเลขที่กำหนด เพื่อช่วยลดภาษาที่เป็นหุ่นยนต์และปรับโทนให้เป็นมนุษย์มากขึ้น

แม้ระบบจะพยายามลบตัวระบุตัวตนออกก่อนส่งให้คนอ่าน แต่ผู้ให้บริการเองก็ยอมรับว่าฟิลเตอร์ความเป็นส่วนตัวนี้อาจทำงานผิดพลาด โดยเฉพาะกับข้อมูลระบุตัวตนที่ไม่ธรรมดาหรือมีบริบทซับซ้อน และยังมีข้อมูลแบบ user memories summary ที่อาจเผยเบาะแสเกี่ยวกับที่อยู่ อาชีพ หรือบริบทชีวิตของผู้ใช้ได้ กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ แค่ไม่มีชื่อผู้ใช้ ไม่ได้แปลว่าบทสนทนานั้นนิรนามจริง

คำแนะนำตรงไปตรงมาคือ ถ้าคุณไม่สบายใจให้คนแปลกหน้าอ่านสิ่งที่คุณกำลังจะพิมพ์ อย่าพิมพ์มันลงใน AI ตั้งแต่แรก ผู้ให้บริการสรุปกฎทองของการใช้ AI ว่า ถ้าคุณไม่กล้าให้คนแปลกหน้าอ่าน อย่าพิมพ์ลงไปในช่องแชตซึ่งเป็นประโยคที่ควรติดไว้ในหัวทุกครั้งที่คุณกำลังจะคุยเรื่องส่วนตัวกับบอต

ตั้งค่าความจำและเลี่ยงพลาดที่คนชอบทำเวลาใช้ ChatGPT

หลายคนคิดว่าปิด Improve the model for everyone แล้วจบ แต่ความเป็นจริงยังมีอีกหลายจุดที่ต้องแตะเพื่อให้การตั้งค่า ChatGPT ส่วนตัวรัดกุมขึ้น โดยเฉพาะฟังก์ชัน Memory ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการปิด data sharing ถ้าคุณไม่ต้องการให้ AI จำรายละเอียดส่วนตัว เช่น งานที่ทำ หรือข้อมูลโครงการที่คุยบ่อย ควรเข้าไปปิดการจดจำด้วยตัวเองในเมนู Settings Personalization Memory ซึ่งเป็นการตั้งค่าแยกจาก Data Controls

ความผิดพลาดที่พบได้บ่อยมีสองอย่าง อย่างแรกคือคิดว่าการ opt out จากการใช้ข้อมูลฝึกโมเดลจะมีผลย้อนหลังกับทุกแชต ซึ่งผู้ให้บริการย้ำชัดว่าการปิดนี้ไม่มีผลย้อนหลัง และคุ้มครองเฉพาะบทสนทนาใหม่เท่านั้น อย่างที่สองคือใช้บอตคุยเรื่องละเอียดอ่อนเกินไป ทั้งเลขบัตร ส่วนผสมสูตรทางธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้า โดยเชื่อคำสั่งในแชตว่า keep this between us ว่าจะกันไม่ให้ข้อมูลออกนอกระบบ ซึ่งไม่สามารถแทนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้

จุดที่ต้องย้ำคือ ถึงคุณจะปิดการใช้ข้อมูลฝึกโมเดลแล้ว ระบบยังสามารถสแกนบทสนทนาโดยอัตโนมัติเพื่อตรวจการทำผิดข้อกำหนดการใช้งานหรือประเด็นด้านความปลอดภัยได้อยู่ นั่นหมายความว่า คุณควรถือว่าทุกแชตยังผ่านระบบกลั่นกรองบางอย่างเสมอ และไม่ควรมองว่า ChatGPT เป็นกล่องดำที่ไม่มีใครแตะต้องได้

ใช้ ChatGPT ให้ปลอดภัยทั้งงานและชีวิตส่วนตัว อะไรยังเป็นของเราจริง

เมื่อคุณปิด Improve the model for everyone และตั้งค่า Memory ตามต้องการแล้ว บทสนทนาใหม่ของคุณจะไม่ถูกส่งต่อไปใช้ฝึกโมเดลตามตัวเลือกที่ตั้งไว้ นั่นช่วยลดความเสี่ยงที่แชตล่าสุดของคุณจะถูกอ่านโดยผู้รับจ้างภายนอก และลดการนำเนื้อหาเฉพาะของคุณไปกลายเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก AI อย่างไรก็ตาม แชตเก่าที่ถูกจัดการไปก่อนหน้าและถูกจัดให้เป็นข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนแล้วจะยังคงอยู่ในวงจรฝึกโมเดลตามเดิม

ในเชิงปฏิบัติ การปกป้องข้อมูล AI ที่ดีสำหรับทั้งงานและเรื่องส่วนตัวคือแยกสิ่งที่ควรไม่ควรพิมพ์ให้ชัด อย่าใส่รหัสผ่าน หมายเลขบัตร ข้อมูลลูกค้าที่ชัดเจน หรือเอกสารลับที่หากหลุดแล้วกระทบธุรกิจรุนแรง ใช้ ChatGPT ทำโครงร่าง ช่วยคิดไอเดีย ตรวจภาษา หรือร่างอีเมลโดยไม่ต้องให้รายละเอียดสำคัญครบทุกบรรทัดกฎทองยังเหมือนเดิม ใดๆ ที่คุณไม่กล้าให้คนแปลกหน้าอ่าน อย่าพิมพ์ลงในแชต ไม่ว่าคุณจะตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้ดีแค่ไหน

สุดท้าย ความเป็นส่วนตัว ChatGPT ไม่ได้เกิดจากปุ่มใดปุ่มเดียว แต่เกิดจากการตั้งค่าที่ถูกต้องบวกกับวินัยของผู้ใช้เอง ถ้าคุณปิด data sharing ตั้งค่า Memory ให้เหมาะ เลือกไม่ส่งข้อมูลละเอียด และเข้าใจว่าระบบยังมีการสแกนอัตโนมัติอยู่เสมอ คุณก็จะได้ประโยชน์จาก AI เต็มที่โดยไม่ต้องแลกด้วยการเปิดเปลือยชีวิตดิจิทัลของตัวเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!