ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

VIVE นิชแบรนด์ไทยราคาแรงแต่คุ้มทุกบาท: เล่าครบ 7 กลิ่นตัวเด่น พร้อมกลิ่นใหม่ชาขาว ตัวไหนควรกดก่อน

VIVE นิชแบรนด์ไทยราคาแรงแต่คุ้มทุกบาท: เล่าครบ 7 กลิ่นตัวเด่น พร้อมกลิ่นใหม่ชาขาว ตัวไหนควรกดก่อน
ความสนใจ|น้ำหอม

วันนั้นมิ้นท์เดินผ่านเคาน์เตอร์น้ำหอมไทยแล้วตั้งใจจะแค่ดมเล่นๆ ค่ะ จบลงด้วยการยืนอยู่ตรงนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะก้านเทสต์ก้านแรกที่หยิบขึ้นมาดันเป็นกลิ่นวิสกี้หวานนุ่มที่ดมแล้วต้องหันไปถามพนักงานว่า ขวดนี้เท่าไหร่คะ พอได้ยินราคาหลักพันปลายก็ชะงักนิดนึง แต่จะวางคืนก็ทำไม่ได้จริงๆ 5555 สุดท้ายกลับบ้านมากดขนาดหลอดเล็กสองมิลลิลิตรในแอปส้มมาก่อนหนึ่งหลอด และนั่นคือจุดที่มิ้นท์เริ่มตกหลุมบ้านน้ำหอมนี้แบบจริงจัง

ต้องเล่าก่อนว่าเป็นนิชแบรนด์ไทยที่หลายคนยังไม่กล้าเข้าหาเพราะป้ายราคา แต่คนที่ลองแล้วส่วนใหญ่พูดเหมือนกันว่าคุณภาพที่ได้มันระดับนิชต่างประเทศ ทั้งความติดทน การกระจายตัว และวัตถุดิบที่ใส่มาแบบไม่ประหยัด วันนี้มิ้นท์เลยรวบรวม 7 กลิ่นตัวเด่นของบ้านนี้มาเล่าให้ฟังทีละขวด พร้อมกลิ่นใหม่ชาขาวที่เพิ่งลงชั้นเมื่อวานนี้เองค่ะ

รู้จักในหนึ่งนาที: นิชไทยที่ราคาแรงแต่คนบอกว่าคุ้มที่สุดบ้านหนึ่ง

บ้านนี้มีนักปรุงกลิ่นหลักคือ Nantapat Dejsidchanaporn จุดเด่นคือกล้าทำกลิ่นที่แบรนด์ไทยน้อยบ้านจะแตะ ตั้งแต่กลิ่นเลือด กลิ่นอู๊ดตราด ไปจนกลิ่นเบเกอรี่จากความทรงจำวัยเด็ก ทุกขวดผสมมาแบบเข้มข้น ติดทนและกระจายตัวแรงมากในวงการน้ำหอมไทย ใครสายฉีดเช้าจรดเย็นแล้วยังได้กลิ่นบนเสื้อตอนค่ำ บ้านนี้ตอบโจทย์ค่ะ

เรื่องราคาต้องพูดตรงๆ ว่าแรงจริง ขวดเต็มขนาดห้าสิบถึงหกสิบมิลลิลิตรเริ่มต้นที่ 2,490 บาท ไปจนถึง 4,990 บาทในไลน์เอกซ์แทร็กต์ แต่แบรนด์ก็มีทางลงให้มือใหม่ คือขนาด 2 มิลลิลิตรราคา 260 บาท และขนาดพกพา 10 มิลลิลิตรราคา 890 บาทในร้านทางการบน Shopee ซึ่งมิ้นท์มองว่าคุ้มมากสำหรับการดมกลิ่นแนวโหดที่ไม่กล้าสุ่มซื้อขวดใหญ่ ราคาบนป้ายเทสเตอร์หน้าเคาน์เตอร์ก็ตรงกับหน้าเว็บค่ะ อย่างกลิ่นชาตอนพลบค่ำอยู่ที่ 2,490 บาท กลิ่นวิสกี้ 3,590 บาท และกลิ่นซิตตี้ป็อป 3,290 บาท

ขวดเทสเตอร์น้ำหอมเรียงบนเคาน์เตอร์สีขาว พร้อมป้ายอะคริลิกพิมพ์ชื่อกลิ่นและราคา 3,290 กับ 2,690 บาท มีมือชี้ไปที่ขวดหนึ่ง

ไล่ดมทีละขวด: 7 กลิ่นตัวเด่นเรียงจากโหดสุดไปหวานสุด

มิ้นท์เรียงให้ตามระดับความเข้านิชค่ะ ใครมือใหม่ให้เลื่อนไปเริ่มข้างล่าง ใครสายอัลตร้านิชให้เริ่มบรรทัดแรกเลย

ขวดเทสเตอร์ฝาไม้วางบนป้ายอะคริลิกที่พิมพ์โน้ตกลิ่นไซเปรส ไอริส อัลมอนด์ เฮลิโอโทรป และราคา 2,690 บาท

Siren's Song — กลิ่นเลือดสำหรับสายอัลตร้านิช (4,590 บาท)

ตัวนี้คือเหตุผลที่คนบอกว่าบ้านนี้ไม่ประนีประนอม โน้ตกลิ่นมีทั้งไลชี ทรัฟเฟิล กุหลาบเดอแม กุหลาบออตโต แล้วตบด้วยโน้ตเลือด แพทชูลี กำยาน ชะมดเชย อู๊ด และแอมเบอร์กริส ดมแล้วได้ความสนิมโลหะเบาๆ นำมาก่อนตามด้วยความคาวเลือดแบบสวยๆ เป็นกลิ่นที่ใส่ไปทำงานไม่ได้แต่ใส่ไปแกลเลอรีแล้วคนหันมองค่ะ ใครอยากได้นิชแบบโคตรเท่านิช ตัวนี้คือที่สุดของบ้าน

Whisper of the Oud — อู๊ดที่ใส่ง่ายที่สุดด้วยอู๊ดตราด (4,990 บาท)

ถ้าคิดว่าอู๊ดต้องหนักและแก่ ตัวนี้จะล้างความคิดนั้น เปิดด้วยเบอร์กามอต เกรปฟรุต และสับปะรดฉ่ำๆ ก่อนเข้าสู่อู๊ดตราดของไทยแท้ๆ แล้วปิดด้วยความเป็นหนังเบาๆ ความอู๊ดแบบไทยจะชัดมาก ไม่ใช่อู๊ดแนวตะวันออกกลางที่ท่วมหัว เป็นเอกซ์แทร็กต์ที่ใส่ออกงานได้ ใส่ไปดินเนอร์ก็ได้ และมิ้นท์ยกให้การบ้านขวดนี้เนี้ยบที่สุดของบ้านค่ะ

Whisper of the Wood — สายสับปะรดหนังที่โตขึ้นและใส่เสื้อเชิ้ตเป็น

สูตรปี 2022 เป็นแนวฟรุตตี้วู้ดดี้ที่เปิดด้วยสับปะรดฉ่ำน้ำมากตามด้วยเบอร์กามอต แล้วค่อยๆ เขียวขึ้น หนังขึ้น ด้วยกัลบานัมและหนังกลับ ปิดด้วยแอมเบอร์วู้ด โอ๊กมอส และแอมเบอร์กริส นึกภาพน้ำหอมสายสับปะรดตัวดังฝั่งยุโรปที่สุภาพขึ้น โตขึ้น เหมาะกับออฟฟิศมากกว่าเดิม ใครชอบแนวนั้นแต่อยากได้ความไม่ซ้ำใคร ตัวนี้คือคำตอบค่ะ

Tokyo — องุ่นเคียวโฮที่หวานและแรงเกินกว่าจะใส่ไปญี่ปุ่น (3,290 บาท)

ชื่อบอกว่าโตเกียวแต่ใส่ไปโตเกียวไม่ได้เพราะหวานและฟุ้งเกิน 5555 กลิ่นเป็นองุ่นเคียวโฮลูกโตๆ หวาน สดชื่น และสะอาดแบบน้ำผลไม้เพิ่งคั้น เป็นตัวที่ใส่แล้วคนทักว่าตัวหอมมาก แต่เตือนไว้ก่อนว่าฉีดสองฟีดพอ อย่าสาม

River Rose — กุหลาบที่เพิ่งช้อนขึ้นจากน้ำ (2,490 บาท)

กุหลาบเรียลิสติกแบบที่ดมแล้วนึกภาพดอกกุหลาบเปียกน้ำหวานๆ มีความเขียวเบาๆ ติดมาด้วย ใครชอบโทนกุหลาบสายผู้ดีแบบกุหลาบคาบุกิของดิออร์ต้องลองตัวนี้ค่ะ และนี่เป็นหนึ่งในขวดที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดของบ้านด้วย

Whiskey Whispers — สายเหล้าที่คุ้มเงินที่สุดของบ้าน (3,590 บาท)

โน้ตบนป้ายเทสเตอร์เขียนไว้ชัดๆ ว่าเบอร์บอนวิสกี้ เชอร์รี ยาสูบ กลิ่นควัน เบอร์บอนวานิลลา และแอมเบอร์ ดมแล้วได้ความหรู ความเหล้า ความหวานฟรุตตี้ที่เซ็กซี่มาก มิ้นท์ยกให้ตัวนี้แซงหน้าแองเจิลส์แชร์ในใจไปเลยสำหรับความน่าเข้าหา เพราะหวานนวลกว่าและไม่แหลมเท่า เป็นขวดที่ฉีดไปเดตแล้วจบค่ะ

Tonka Magnifique — ทองก้าสายเบเกอรี่แบบหรู

ได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำร้านเบเกอรี่ของแม่นักปรุงกลิ่น เปิดด้วยสตรอว์เบอร์รีและครีมนม แล้วลงฐานทองก้า วานิลลา พราลีน คาราเมล และซานดัลวูด หวานนวล สะอาด ติดความเป็นขนมปังอบใหม่ๆ แต่เป็นโกร์มองด์แบบใส่เสื้อโค้ตไปงานเลี้ยง ไม่ใช่แบบใส่ชุดนอนอยู่บ้าน ใครสายวานิลลานมต้องมาดมตัวนี้ก่อนกดขวดอื่นค่ะ

กลิ่นใหม่ชาขาว The Equilibrium ที่เพิ่งลงชั้นเมื่อวานนี้

เมื่อ 16 ตุลานี้เองที่กลิ่นใหม่ตัวนี้ถูกพูดถึงหนักมาก เป็นน้ำหอมกลิ่นชาขาวที่แพคเกจจิ้งสวยคนละเรื่องกับไลน์ฝาไม้ ขวดแก้วฉลากลายพิมพ์สีน้ำเงินทองฝาทอง ถือแล้วออร่าแพงมาก คาแรกเตอร์กลิ่นคือช่วงเปิดไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่พอตกผิวแล้วจะคอมเพล็กซ์ขึ้นเรื่อยๆ แบบชาขาวที่ค่อยๆ คลายความหวานอุ่นออกมา ใครเป็นสายชาที่เพิ่งอ่านบทความกลิ่นชาของมิ้นท์ไปเมื่อวาน ต้องเพิ่มขวดนี้เข้าลิสต์ไปเทสต์ด่วนค่ะ เพราะของเพิ่งลงและยังมีคนดมน้อยมาก

ขวดน้ำหอมแก้วฝาทองฉลากลายพิมพ์สีน้ำเงินทองถูกชูขึ้นหน้ากล้อง ฉากหลังเบลอ

กดอย่างไรให้คุ้ม: เริ่มจาก 260 บาทก็ดมครบบ้านได้

หลักของมิ้นท์สำหรับบ้านราคาแรงคืออย่าเริ่มที่ขวดใหญ่ค่ะ ขนาด 2 มิลลิลิตรราคา 260 บาทในร้านทางการบน Shopee พอฉีดทดสอบตกผิวจริงสามสี่ครั้งก็จะรู้เลยว่ากลิ่นไหนรักจริง แล้วค่อยขยับไปขนาดพกพา 10 มิลลิลิตรราคา 890 บาทสำหรับขวดที่ใช่ที่สุดไว้พกในกระเป๋า ส่วนขวดเต็มห้าสิบถึงหกสิบมิลลิลิตรราคา 2,490-4,990 บาทเอาไว้กดตอนโปรใหญ่อย่าง 11.11 ที่มีส่วนลดและโค้ดร้านทับได้ ใครเล็งกลิ่นเลือดหรือกลิ่นอู๊ดไว้ บอกเลยว่าสองตัวนี้ไม่ค่อยลดแรง ตุนตอนมีโค้ดคือคุ้มที่สุดแล้วค่ะ

ป้ายอะคริลิกบนเคาน์เตอร์พิมพ์ชื่อกลิ่นพร้อมโน้ตแอปเปิ้ลเขียว อัลดีไฮด์ แอมบล็อกซาน มัสก์ และราคา 3,290 บาท

ข้อดี

  • วัตถุดิบและความติดทนระดับนิชต่างประเทศ ฉีดเช้าจรดเย็นยังเหลือกลิ่นบนเสื้อ
  • แนวกลิ่นกว้างมาก ตั้งแต่ชาขาว กุหลาบ ไปจนกลิ่นเลือดและอู๊ดตราด
  • มีขนาด 2 มิลลิลิตรราคา 260 บาทให้ลองก่อนกดขวดใหญ่

ข้อเสีย

  • ราคาขวดเต็มแรงกว่าแบรนด์ไทยทั่วไป สุ่มซื้อโดยไม่ดมก่อนไม่ได้เลย
  • บางกลิ่นอย่างกลิ่นเลือดและกลิ่นองุ่นเคียวโฮแรงเกินสำหรับออฟฟิศและที่แคบ
  • กลิ่นใหม่ชาขาวยังมีข้อมูลและรีวิวตกผิวน้อยมาก

สรุปแบบเพื่อนคุยกับเพื่อนค่ะ บ้านนี้เหมาะกับคนที่ผ่านน้ำหอมหลักร้อยมาแล้วและอยากขยับขึ้นนิชไทยที่จริงจังกับวัตถุดิบ ถ้าเพิ่งเริ่มแนะนำให้กดขนาดหลอดเล็กมาสักสองสามกลิ่นก่อน กลิ่นที่มิ้นท์ว่าคุ้มเงินที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่คือสายวิสกี้และสายกุหลาบ เพราะใส่ได้หลายโอกาสและราคาอยู่ช่วงล่างของบ้าน ส่วนสายชาให้รอเทสต์กลิ่นใหม่ก่อนตัดสินใจ ไม่ต้องตุนทีเดียวหลายขวดค่ะ เพราะฉีดทีละฟีดก็ฟุ้งทั้งห้องแล้ว ขวดเดียวใช้หมดปีจริงๆ ใครเคยดมขวดไหนมาหรือมีตัวแอบชอบที่มิ้นท์ยังไม่ได้เล่า มาคอมเมนต์ยืนยันกันอีกเสียงนะคะว่ากลิ่นไหนคือที่สุดของบ้านนี้ในใจคุณ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!