ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อธนาคารกลายเป็นรุ่นพี่การเงิน สอนเด็กใช้เงินเป็น

เมื่อธนาคารกลายเป็นรุ่นพี่การเงิน สอนเด็กใช้เงินเป็น
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับครอบครัว

การศึกษาการเงิน เยาวชน คือภูมิคุ้มกันชีวิต ไม่ใช่วิชาเสริม

การศึกษาการเงิน เยาวชน คือกระบวนการปลูกฝังความเข้าใจเรื่องรายรับ รายจ่าย การออม และการตัดสินใจใช้เงินอย่างมีเหตุผลตั้งแต่ช่วงวัยเรียน เพื่อให้เด็กสามารถแยกแยะความจำเป็นกับความต้องการ วางแผนเป้าหมาย และรับมือความเสี่ยงทางการเงินในโลกดิจิทัลได้ด้วยตนเอง กลายเป็นภูมิคุ้มกันทางการเงินที่อยู่กับเขาไปตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ความรู้ในห้องเรียนชั่วคราว ในยุคที่การซื้อของออนไลน์ เติมเกม และบริการทางการเงินอยู่ใกล้เพียงปลายนิ้ว เด็กจำนวนมากเริ่มใช้จ่ายล่วงหน้า ผ่อนทุกอย่าง และบางคนถึงขั้นปล่อยกู้กันเองในโรงเรียน การปล่อยให้เด็กรู้จักเงินผ่านการลองผิดลองถูกคือความเสี่ยงที่สังคมไม่ควรยอมรับ ธนาคารที่ลงมาทำโปรแกรมแบบรุ่นพี่การเงินจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมซีเอสอาร์ แต่คือการเข้ามาเติมช่องว่างของระบบการศึกษา ที่ยังไม่จัดให้ทักษะการเงินเป็นหัวใจของชีวิตเยาวชน

เมื่อธนาคารกลายเป็นรุ่นพี่การเงิน สอนเด็กใช้เงินเป็น

โปรแกรม รุ่นพี่การเงิน ติดกระดุมเม็ดแรกให้เด็กคิดเป็น ใช้เป็น ออมเป็น

แก่นของโปรแกรม รุ่นพี่การเงิน คือการประกาศว่าความรู้เรื่องเงินต้องเริ่มตั้งแต่มัธยม ไม่ใช่รอให้เด็กทำงานแล้วค่อยเรียนรู้จากหนี้ ทีทีบีส่งพนักงานอาสาสมัครกว่า 200 คนลงพื้นที่ทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่การเงิน ถ่ายทอดประสบการณ์จริงให้เด็กมัธยมผ่านแนวคิด “คิดเป็น ใช้เป็น ออมเป็น” ซึ่งธนาคารมองว่าเป็นทักษะชีวิตสำคัญที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่ต้นทาง สิ่งที่น่าสนใจคือโปรแกรมนี้ตั้งเป้าชัดว่าจะทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันทางการเงิน ไม่ใช่แค่รู้ศัพท์การเงินสวยหรู ผู้บริหารของทีทีบีสะท้อนมุมมองตรงไปตรงมาว่า ถ้าปล่อยให้เด็ก “คิดไม่เป็น ออมไม่เป็น หรือใช้ไปเรื่อย ๆ จัดการรายรับรายจ่ายไม่เป็น” โอกาสที่จะบริหารเงินผิดหรือมีหนี้โดยไม่จำเป็นเมื่อโตขึ้นจะสูงมาก การยอมรับความจริงนี้ทำให้ทิศทางโครงการเน้นทักษะพื้นฐานที่ใช้ได้จริง มากกว่าทฤษฎีซับซ้อน

เมื่อธนาคารกลายเป็นรุ่นพี่การเงิน สอนเด็กใช้เงินเป็น

จากบอร์ดเกมสู่ภูมิคุ้มกันทางการเงิน ทักษะการออม เด็ก ต้องฝึกลงมือทำ

โปรแกรม รุ่นพี่การเงินไม่ได้สอนแบบเลกเชอร์ แต่ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและบอร์ดเกมการเงินเป็นสื่อ ให้เด็กลองคิด ลองตัดสินใจผ่านสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงชีวิตจริง ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้า แยก Need กับ Want การตั้งเป้าออม การบริหารสินทรัพย์และหนี้ ไปจนถึงพื้นฐานการลงทุนที่เข้าใจได้ ไม่ใช่ทฤษฎีซับซ้อนที่ไกลตัว ทีทีบีออกแบบหลักสูตร 7 เรื่องเงินต้องรู้ แล้วตามด้วยการบ้านหลังจบหลักสูตร เช่น การทำตารางออมเงิน บิงโกวินัยการเงิน และการตั้งเป้าหมายการเงิน เพื่อตอกย้ำว่าความรู้ต้องแปรเป็นพฤติกรรม เด็กบางคนที่เคยออมแบบตามมีตามเกิดเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่าย และสนใจการลงทุนในอนาคตมากขึ้น นี่คือการสร้างทักษะการออม เด็ก ผ่านการลงมือทำซ้ำ จนกลายเป็นนิสัย ไม่ใช่แค่รู้ว่า “การออมดีต่อเรา” แบบลอย ๆ

เมื่อธนาคารกลายเป็นรุ่นพี่การเงิน สอนเด็กใช้เงินเป็น

เป้าหมาย 1,000 คนใน 10 โรงเรียน จุดเล็กที่อาจเขย่านิสัยการใช้เงินทั้งรุ่น

ในปีแรกของการทำโปรแกรม รุ่นพี่การเงิน ทีทีบีตั้งเป้าให้ความรู้เยาวชน 1,000 คนใน 10 โรงเรียนนำร่อง และปัจจุบันเข้าไปถึงแล้ว 860 คนใน 9 โรงเรียน โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนราว 20 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ดูไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวนเด็กทั้งหมดในระบบการศึกษา แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากกลุ่มเล็กสามารถส่งต่อค่านิยมใหม่ได้ สิ่งที่น่าสังเกตคือธนาคารไม่ได้หยุดแค่ปีแรก แต่ประกาศว่าจะเดินหน้าขยายโครงการต่อทั้งในโรงเรียนใหม่และพื้นที่นอกกรุงเทพ พร้อมส่งมอบคู่มือและบอร์ดเกมให้โรงเรียนใช้ต่อเองในระยะยาว หากโรงเรียนและผู้ปกครองเห็นคุณค่าของภูมิคุ้มกันทางการเงิน เด็กกลุ่มนี้จะกลายเป็นรุ่นพี่ของรุ่นต่อไปในอนาคต สร้างวัฒนธรรมการใช้เงินที่คิดก่อนใช้ ออมก่อนอยาก และระวังหนี้โดยสัญชาตญาณ

ธนาคารในฐานะครูการเงินของครอบครัว ทำให้ความกังวลเรื่องหนี้กลายเป็นแผนชีวิต

เบื้องหลังการผลักดันการศึกษาการเงิน เยาวชน แบบจริงจังของธนาคาร คือการยอมรับว่าภาระหนี้และความเครียดทางการเงินของพ่อแม่ส่วนหนึ่งเกิดจากวินัยการเงินที่ไม่เคยถูกสอนอย่างเป็นระบบตั้งแต่เด็ก โปรแกรมแบบรุ่นพี่การเงินจึงไม่ได้ช่วยแค่ตัวเด็ก แต่ช่วยลดโอกาสที่ครอบครัวจะต้องรับมือกับหนี้ไม่จำเป็นในอนาคตผ่านการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินตั้งแต่ต้นทาง ธนาคารที่เลือกลงเงิน ลงแรง และส่งพนักงานออกไปสอนในโรงเรียนกำลังเปลี่ยนภาพตัวเองจากผู้ปล่อยกู้มาเป็นครูการเงินของครอบครัว บทบาทนี้ควรถูกสนับสนุนและตรวจสอบไปพร้อมกัน โรงเรียนควรถามว่าเนื้อหาช่วยให้เด็กรู้เท่าทันหนี้และสินเชื่อมากแค่ไหน ผู้ปกครองควรร่วมต่อยอดสิ่งที่ลูกเรียนให้กลายเป็นวัฒนธรรมในบ้าน ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน นิสัย “คิดเป็น ใช้เป็น ออมเป็น” จะไม่ใช่แค่สโลแกนโครงการ แต่เป็นฐานของความมั่นคงทางการเงินทั้งรุ่น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

มหกรรมวิทยาศาสตร์ เปิดโลกหุ่นยนต์คลื่นสมอง โค้ดดิ้ง และอวกาศสำหรับทั้งครอบครัว

มหกรรมวิทยาศาสตร์ เปิดโลกหุ่นยนต์คลื่นสมอง โค้ดดิ้ง และอวกาศสำหรับทั้งครอบครัว

กานต์สินี เทียนทอง25 ส.ค. 2569
เมื่อเด็กเปราะบางไม่ถูกปล่อยทิ้ง สร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยพลังหลายภาคส่วน

เมื่อเด็กเปราะบางไม่ถูกปล่อยทิ้ง สร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยพลังหลายภาคส่วน

บิวแม่มือใหม่25 ส.ค. 2569
หลักสูตรนานาชาติ ระดับประถม กำลังเปลี่ยนภาพการเรียนแบบสองภาษาอย่างไร

หลักสูตรนานาชาติ ระดับประถม กำลังเปลี่ยนภาพการเรียนแบบสองภาษาอย่างไร

วันว่างทุกวัน26 ส.ค. 2569
ตลาดจำลองสำหรับเด็ก ก้าวแรกของทักษะผู้ประกอบการและการสื่อสารยุคดิจิทัล

ตลาดจำลองสำหรับเด็ก ก้าวแรกของทักษะผู้ประกอบการและการสื่อสารยุคดิจิทัล

กานต์สินี เทียนทอง26 ส.ค. 2569
สร้างความมั่นใจทางการเงินให้ลูก ก่อนมีบัตรใบแรก

สร้างความมั่นใจทางการเงินให้ลูก ก่อนมีบัตรใบแรก

บิวแม่มือใหม่26 ส.ค. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 จุดเปลี่ยนการเรียนรู้ STEM สำหรับครอบครัวยุค AI

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 จุดเปลี่ยนการเรียนรู้ STEM สำหรับครอบครัวยุค AI

กิ๊ฟเลี้ยงลูก27 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!