ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ญาญ่า อุรัสยา สู่บทบาทสะพานเชื่อมบันเทิงกับลักชัวรีโลก

ญาญ่า อุรัสยา สู่บทบาทสะพานเชื่อมบันเทิงกับลักชัวรีโลก
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

ทำไมตำแหน่ง LVMH Prize ambassador ของญาญ่า จึงเป็นหมุดหมายสำคัญ

ตำแหน่ง LVMH Prize ambassador และ LVMH Savoir-Faire Prize Ambassador คือบทบาทตัวแทนภาพลักษณ์ของโครงการประกวดแฟชั่นระดับโลก ที่มอบให้บุคคลซึ่งได้รับการยอมรับทั้งด้านสุนทรียะ ความเข้าใจงานออกแบบ และความน่าเชื่อถือในสายตาอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อสะท้อนคุณค่าของงานดีไซน์ร่วมสมัยและการพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่บนเวทีสากล การที่ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง LVMH Savoir-Faire Ambassador พร้อมบทบาท LVMH Prize ambassador จึงไม่ใช่เพียงเรื่องน่ายินดีของแฟนคลับ แต่เป็นข้อความเชิงสัญลักษณ์ว่าคนจากโลกบันเทิงสามารถขยับขึ้นไปมีเสียงในระดับนโยบายของวงการแฟชั่นหรู การยอมรับครั้งนี้สะท้อนทั้งความสม่ำเสมอด้านภาพลักษณ์แฟชั่นของเธอ และความเชื่อมั่นจากกลุ่มธุรกิจสินค้าลักชัวรีระดับโลกที่เชิญให้เธอเข้ามานั่งร่วมโต๊ะตัดสินกับเหล่า luxury fashion judges ชั้นนำ

ญาญ่า อุรัสยา สู่บทบาทสะพานเชื่อมบันเทิงกับลักชัวรีโลก

LVMH Prize คือเวทีแบบไหน และความท้าทายที่ญาญ่าต้องเผชิญ

โครงการ LVMH Prize ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2013 โดยกลุ่มบริษัทสินค้าลักชัวรี LVMH เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่อายุ 18 ถึง 40 ปีที่มีผลงานเรดี้ทูแวร์อย่างน้อย 2 คอลเล็กชั่นได้แสดงศักยภาพบนเวทีสากล การแข่งขันรอบล่าสุดมีดีไซเนอร์ส่งผลงานเข้าร่วมมากกว่า 2,400 คนจากทั่วโลก ก่อนผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดจนเหลือเพียง 9 แบรนด์สุดท้าย ได้แก่ Colleen Allen, De Pino, Institution, Julie Kegels, Lii, Petra Fagerström, Ponte, The Vxlley และ Yoshita 1967 การตัดสินรอบไฟนอลจะมีขึ้นในวันที่ 4 กันยายน ณ Fondation Louis Vuitton กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผู้ชนะจะได้ทั้งเงินทุนสนับสนุนและโปรแกรมการเป็นที่ปรึกษาเป็นเวลา 1 ปีเต็มจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ LVMH ในด้านการเงิน การตลาด กฎหมาย และความยั่งยืน นี่คือระดับความท้าทายที่ญาญ่าต้องเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยสายตาและความคิด ในฐานะหนึ่งในผู้ตัดสินว่าจะให้ใครได้โอกาสครั้งสำคัญของชีวิตนักออกแบบ

ญาญ่า อุรัสยา สู่บทบาทสะพานเชื่อมบันเทิงกับลักชัวรีโลก

นั่งโต๊ะเดียวกับดีไซเนอร์ระดับตำนาน บทบาท luxury fashion judges ของญาญ่า

การก้าวเข้ามารับหน้าที่คณะกรรมการตัดสินของญาญ่าในครั้งนี้ ทำให้เธอได้ร่วมลงคะแนนตัดสินผลงานของทั้ง 9 แบรนด์สุดท้ายเคียงข้างคณะกรรมการระดับบิ๊กเนมของวงการแฟชั่น เช่น Jonathan Anderson, Sarah Burton, Maria Grazia Chiuri, Nicolas Ghesquière, Marc Jacobs, Jack McCollough & Lazaro Hernandez, Stella McCartney, Camille Miceli, Nigo, Phoebe Philo, Michael Rider และ Pharrell Williams รวมถึงผู้บริหารระดับสูงอย่าง Delphine Arnault และ Pietro Beccari ในบริบทแบบนี้ ญาญ่าไม่ได้ถูกมองแค่ในฐานะนักแสดงชื่อดัง แต่ถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งใน luxury fashion judges ที่ต้องใช้วิจารณญาณเทียบเคียงกับคนที่สร้างประวัติศาสตร์แฟชั่นโลกมานับครั้งไม่ถ้วน บทบาทของเธอจึงเป็นการยืนยันว่าภาพลักษณ์และประสบการณ์ในโลกแฟชั่นของเธอมีน้ำหนักมากพอจะนั่งโต๊ะใหญ่ที่ตัดสินทิศทางอนาคตของดีไซเนอร์รุ่นใหม่

ญาญ่า อุรัสยา สู่บทบาทสะพานเชื่อมบันเทิงกับลักชัวรีโลก

Savoir-Faire Prize และความหมายของการเป็น LVMH Savoir-Faire Ambassador

ในโครงสร้างของรางวัล LVMH นอกจากรางวัลใหญ่แล้ว ยังมีรางวัล Karl Lagerfeld Prize และ Savoir-Faire Prize โดยผู้ชนะรางวัลแต่ละประเภทจะได้รับเงินสนับสนุนพร้อมการเทรนงานเป็นเวลา 1 ปีเต็มจากผู้เชี่ยวชาญของ LVMH Savoir-Faire Prize ถูกออกแบบมาเพื่อยกย่องความประณีตในงานฝีมือและความเข้าใจวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ในเชิงลึก ซึ่งเป็นหัวใจของแฟชั่นลักชัวรียุคใหม่ การที่ญาญ่าได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง LVMH Savoir-Faire Ambassador จึงเป็นการประกาศชัดว่าเธอถูกมองว่าเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด ความพิถีพิถัน และความยั่งยืนทางสุนทรียะ มากกว่าภาพเปลือกนอกของความหรูหรา บทบาทนี้ทำให้เธอไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการตัดสินผลงาน แต่ยังมีส่วนเชื่อมต่อแนวคิดเรื่องงานฝีมือและการรักษามาตรฐานของแบรนด์แฟชั่นลักชัวรีในระดับสากล

ก้าวต่อไปของญาญ่า และความหมายต่อวงการบันเทิงกับแฟชั่น

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ญาญ่าเป็นนักแสดงที่โดดเด่นด้านภาพลักษณ์แฟชั่นและมีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง การได้รับเลือกให้เป็นทั้ง LVMH Savoir-Faire Ambassador และหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน LVMH Prize รอบชิงชนะเลิศ จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเส้นทางแฟชั่นระดับสากลของเธอ การแต่งตั้งครั้งนี้ยังสะท้อนมุมมองใหม่ของอุตสาหกรรมแฟชั่นหรูที่เปิดรับคนจากโลกบันเทิงเข้ามามีส่วนร่วมในระดับตัดสินใจ ไม่ใช่แค่บทบาทพรีเซ็นเตอร์ ด้านหนึ่งมันกดดันให้ญาญ่าต้องใช้สายตาและความเข้าใจแฟชั่นอย่างจริงจัง แต่อีกด้านก็เปิดประตูให้ศิลปินจากวงการอื่นเชื่อว่าตัวเองสามารถมีที่ยืนในโต๊ะตัดสินแฟชั่นโลกได้เช่นกัน สุดท้ายแล้ว การขึ้นแท่น LVMH Prize ambassador ของญาญ่าไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนตัว แต่คือการขยับเพดานความเป็นไปได้ให้กับคนรุ่นใหม่ที่มองแฟชั่นและบันเทิงเป็นพื้นที่เดียวกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!