ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

3 ท่าออกกำลังกายลดความดันโลหิตที่หมอหัวใจแนะนำ

3 ท่าออกกำลังกายลดความดันโลหิตที่หมอหัวใจแนะนำ
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

เข้าใจภาพรวม: ทำไมบางท่าถึงลดความดันโลหิตได้ดีกว่า

ออกกำลังกายลดความดันโลหิต คือการเคลื่อนไหวร่างกายที่กระตุ้นหัวใจและหลอดเลือดในระดับต่อเนื่อง ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดมีประสิทธิภาพขึ้น เพิ่มการไหลเวียนเลือด และทำให้ความดันโลหิตอยู่ในช่วงเหมาะสม โดยเน้นท่าออกกำลังกายหัวใจที่ใช้กล้ามเนื้อหลายมัด กลุ่มใหญ่ และทำได้สม่ำเสมอในระยะยาว เพื่อส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม

หมอโรคหัวใจจำนวนมากมักเริ่มต้นแนะนำผู้ป่วยด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิก การฝึกแรงต้าน และการฝึกแบบเป็นช่วงสลับพัก เพราะมีข้อมูลวิจัยชัดเจนว่าช่วยลดความดันโลหิตได้ดีกว่าการเคลื่อนไหวทั่วไป ตัวอย่างเช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิกสามารถช่วยลดความดันโลหิตซิสโตลิกได้ 10-11 มิลลิเมตรปรอท และไดแอสโตลิกได้ 5-6.5 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญสำหรับคนที่มีความดันสูง

อย่างไรก็ตาม การเริ่มออกกำลังกายสำหรับหัวใจไม่ควรโฟกัสที่ความหนักก่อน แต่ควรเน้นความสม่ำเสมอและท่าที่ทำได้อย่างถูกต้อง การออกแรงมากเกินไปตั้งแต่แรกอาจทำให้เหนื่อยล้า เจ็บกล้ามเนื้อ หรือรู้สึกแย่จนเลิกกลางทาง การออกแบบแผนให้เหมาะกับตัวเองและโรคประจำตัวจึงสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนที่ไม่ค่อยได้ขยับตัว หรือผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่เพื่อความปลอดภัย

3 ท่าออกกำลังกายลดความดันโลหิตที่หมอหัวใจแนะนำ

ท่าที่ 1 แอโรบิกแบบง่าย: เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานให้หัวใจแข็งแรง

การออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นต่อเนื่อง เช่น การเดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือกระโดดเชือก กิจกรรมเหล่านี้ใช้กล้ามเนื้อกลุ่มใหญ่ ทำให้หัวใจและปอดทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้นและเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม เมื่อทำเป็นประจำจะช่วยเพิ่มความทนทานของร่างกาย ทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยง่าย

การศึกษาหลายชิ้นพบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกสามารถช่วยลดทั้งความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิก บางงานวิจัยรายงานว่าอาจลดซิสโตลิกได้ 10-11 มิลลิเมตรปรอท และไดแอสโตลิกได้ 5-6.5 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายแบบแอโรบิกเพียงครั้งเดียวสามารถช่วยลดความดันภายใน 24 ชั่วโมงได้ด้วย จึงเป็นหนึ่งในท่าออกกำลังกายลดความดันโลหิตที่หมอหัวใจให้ความสำคัญ

ว่ายน้ำถือเป็นแอโรบิกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีแรงกระแทกข้อต่อค่อนข้างน้อย เหมาะกับคนอายุเยอะหรือมีน้ำหนักตัวมาก การอยู่ในน้ำทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้นเพื่อนำออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อที่ทำงาน ซึ่งเมื่อว่ายอย่างสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานมีประสิทธิภาพและปรับตัวได้ดีขึ้นกับความต้องการของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจผิดว่าการว่ายน้ำจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลงทันที ผลลัพธ์ขึ้นกับความหนัก ระยะเวลา และสภาพร่างกายของแต่ละคน

ท่าที่ 2 ฝึกแรงต้าน: เสริมกล้ามเนื้อ ช่วยควบคุมความดัน

การออกกำลังกายแบบต้านทาน เช่น ยกน้ำหนัก วิดพื้น ซิทอัพ แพลงก์ หรือสควอทพิงกำแพง เป็นท่าออกกำลังกายหัวใจอีกกลุ่มหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงช่วยให้ร่างกายใช้กลูโคสได้ดีขึ้น การฝึกแรงต้านที่เหมาะสมช่วยลดภาระของหัวใจในชีวิตประจำวัน เช่น การขึ้นบันได ยกของ หรือเดินระยะไกล ทำให้งานเหล่านี้ใช้พลังงานน้อยลง หัวใจไม่ต้องเต้นเร็วมากเท่าเดิม

มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเมตาที่พบว่า ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงซึ่งออกกำลังกายแบบต้านทานแบบไดนามิก สามารถลดความดันซิสโตลิกได้ประมาณ 6 มิลลิเมตรปรอท และไดแอสโตลิกได้ประมาณ 5 มิลลิเมตรปรอท อีกงานศึกษาพบว่าการฝึกแรงต้านคงที่ เช่น การพิงกำแพงค้างไว้ ก็มีประสิทธิภาพในการช่วยควบคุมความดันโลหิตเช่นกัน เมื่อรวมกับแอโรบิกอย่างเหมาะสม การฝึกแรงต้านจึงเป็นส่วนสำคัญของการออกกำลังกายสำหรับหัวใจ

จุดที่หลายคนพลาดคือยกหนักเกินความสามารถ กลั้นหายใจ หรือฝึกติดกันมากโดยไม่พัก ซึ่งทำให้ความดันโลหิตพุ่งขึ้นชั่วขณะและอาจเสี่ยงต่อหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ใหญ่ฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละสองวันควบคู่กับแอโรบิก และเน้นท่าพื้นฐานที่ควบคุมท่าทางได้ก่อน เมื่อชำนาญแล้วจึงเพิ่มจำนวนครั้งหรือระดับความต้านทานทีละน้อย การคุมท่าที่ถูกต้องและสร้างความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการเร่งให้หนักในเวลาอันสั้น

ท่าที่ 3 HIIT และการออกกำลังกายเป็นช่วงสลับพัก

การฝึกแบบ HIIT หรือ High Intensity Interval Training คือการสลับช่วงออกแรงหนักสั้นๆ กับช่วงพักหรือออกแรงเบา เช่น เดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ 1 นาที แล้วตามด้วยเดินช้า 1-2 นาที ทำซ้ำเป็นรอบ หรือว่ายน้ำเร็ว 1 รอบ แล้วว่ายช้าหลายรอบสลับไปมา การฝึกลักษณะนี้เป็นการออกกำลังกายสำหรับหัวใจที่ช่วยกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้นในช่วงสั้น แต่มีช่วงพักให้ฟื้นตัว ทำให้หลายคนรู้สึกว่าไม่ทรมานเท่าแอโรบิกต่อเนื่องยาวนาน

นักวิจัยพบว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT สามารถช่วยลดทั้งความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากหัวใจและหลอดเลือดถูกฝึกให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของความหนักมากขึ้น เมื่อฝึกสม่ำเสมอ หัวใจจะสูบฉีดเลือดได้มีประสิทธิภาพและร่างกายใช้พลังงานดีขึ้น การจัดโปรแกรม HIIT อาจทำได้ทั้งกับการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ทำให้เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับตัวเองได้

อย่างไรก็ดี HIIT ไม่เหมาะจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน เพราะความหนักค่อนข้างสูง จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมใหม่ โดยเฉพาะเมื่อเลือกออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง และควรเริ่มจากระยะเวลาสั้น ความหนักปานกลาง แล้วค่อยเพิ่มเมื่อร่างกายเริ่มชิน การฝืนเกินกำลังเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและอาจเสี่ยงอันตราย

วิธีลงมือทำทีละขั้น และข้อควรระวังที่มักถูกมองข้าม

หัวใจของการออกกำลังกายลดความดันโลหิตคือความสม่ำเสมอและความปลอดภัย การวางแผนให้เหมาะกับชีวิตจริงจะช่วยให้ทำต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า การว่ายน้ำหรือทำแอโรบิกอื่นๆ ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและการวอร์มอัพให้เพียงพอเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและลดภาระกระทันหันต่อหัวใจ เมื่อบวกกับการฝึกแรงต้านและการออกกำลังกายสำหรับหัวใจแบบสลับช่วง ก็จะได้โปรแกรมที่ครบทั้งความทน กล้ามเนื้อ และการควบคุมความดันโลหิต

  1. ปรึกษาแพทย์ก่อน หากเป็นผู้สูงอายุ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือมีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน เพื่อสอบถามระดับความหนักที่เหมาะสม
  2. เริ่มจากแอโรบิกระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน รวมให้ได้สัปดาห์ละอย่างน้อย 150 นาที หรือประมาณวันละ 20 กว่านาที
  3. เพิ่มการฝึกแรงต้านสัปดาห์ละอย่างน้อยสองวัน เน้นท่าพื้นฐาน เช่น วิดพื้นแพลงก์ สควอทพิงกำแพง เลือกน้ำหนักหรือแรงต้านที่ทำได้โดยไม่กลั้นหายใจ และโฟกัสที่ท่าทางให้ถูกต้อง
  4. เมื่อร่างกายเริ่มชิน ค่อยเสริมการออกกำลังกายแบบ HIIT ทีละน้อย เช่น เติมช่วงเดินเร็วสลับเดินช้า หรือว่ายน้ำเร็วสลับช้า โดยเพิ่มความหนักและระยะเวลาตามการตอบสนองของร่างกาย
  5. ทุกครั้งที่ว่ายน้ำหรือออกกำลังกาย ควรวอร์มอัพ เลือกสถานที่ที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการออกแรงเกินกำลัง เพราะการฝืนมากเกินไปเป็นข้อผิดพลาดสำคัญที่ทำให้เสี่ยงบาดเจ็บและภาวะแทรกซ้อน

ในระยะยาว การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ สามารถช่วยปรับปรุงสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดได้ งานวิจัยบางชิ้นพบว่าผู้ใหญ่ที่ว่ายน้ำเป็นประจำหลายสัปดาห์มีแนวโน้มว่าความดันซิสโตลิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี การออกกำลังกายไม่ได้แทนที่ยารักษาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยยังต้องรับประทานยาตามแพทย์สั่ง และใช้การออกกำลังกายเป็นส่วนเสริมหนึ่งในการควบคุมโรค เมื่อรวมกับการกินอาหารเหมาะสมและการพักผ่อนเพียงพอ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!