ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อการศึกษาออกแบบใหม่ พัฒนาการเด็ก 0-18 ปีต้องเป็นเส้นทางต่อเนื่อง

เมื่อการศึกษาออกแบบใหม่ พัฒนาการเด็ก 0-18 ปีต้องเป็นเส้นทางต่อเนื่อง
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับครอบครัว

กรอบใหม่ของพัฒนาการเด็ก 0-18 ปี เด็กคือโครงการระยะยาวไม่ใช่โครงการปีต่อปี

พัฒนาการเด็ก 0-18 ปี คือกรอบการดูแลและจัดการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องตั้งแต่แรกเกิดจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ครอบคลุมทั้งร่างกาย อารมณ์ ความคิด ภาษา ความสัมพันธ์ และทักษะชีวิต มองเด็กเป็นมนุษย์ทั้งคนที่ต้องได้รับการปลูกฝังรากฐาน การค้นพบตัวตน และการต่อยอดสู่อาชีพอย่างเป็นลำดับ ไม่ใช่เพียงการเร่งให้สอบได้คะแนนสูงในบางช่วงชั้นของการศึกษา จุดร่วมสำคัญของความเคลื่อนไหวใหม่ในหลายพื้นที่คือ การยอมรับว่ากรอบนโยบายการศึกษาเดิมที่แยกเป็นโครงการย่อย กระจายอยู่คนละหน่วยงาน ทำให้เด็กถูกจัดการแบบเป็นชิ้นๆ มากกว่าจะสร้างเส้นทางชีวิตที่ต่อเนื่อง วันนี้แนวคิดที่เน้นพัฒนาการตามช่วงวัย การเชื่อมโรงเรียนกับเมือง และการทำงานร่วมกันของภาครัฐกับเอกชน กำลังเปลี่ยนวิธีคิดจากคำถามว่า “เด็กเก่งแค่ไหน” เป็น “เด็กแต่ละคนมีโอกาสเติบโตในแบบของตัวเองหรือไม่”

MATRIX GENIUS นนทบุรี เมื่อกรอบนโยบายการศึกษาถูกออกแบบเป็นแผนชีวิตเด็กคนหนึ่ง

สิ่งที่น่าสนใจในนนทบุรีคือการประกาศใช้กรอบ MATRIX GENIUS ที่ตั้งใจจัดเส้นทางพัฒนาการเด็ก 0-18 ปีแบบครบวงจร แบ่งเป็นสามช่วง โตดี ค้นพบ ไปให้สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงสโลแกนสวยหรู แต่สะท้อนวิธีคิดที่ชัดว่าเด็กแต่ละวัยต้องได้รับสิ่งที่ต่างกัน ช่วง 0-5 ปีเน้นพัฒนาการพื้นฐาน ภาษา โภชนาการ และการเล่นบนฐานครอบครัว มีการคัดกรองพัฒนาการและเชื่อมระบบสาธารณสุข ไม่เร่งให้เด็กเล็กเรียนแบบประถม และยังตั้งคำถามแรงๆ ว่า “ก่อนจะถามว่าเด็กใช้ AI เป็นหรือยัง ต้องถามก่อนว่าเด็กของเราวิ่ง เล่น พูด สื่อสาร และมีพัฒนาการสมวัยหรือยัง” นี่คือการปักธงว่าการวิ่งเล่นและการสื่อสารสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี พอเข้าสู่วัย 6-12 ปี MATRIX GENIUS เปิดพื้นที่ Saturday Discovery ให้เด็กลองกีฬา ดนตรี ศิลปะ ภาษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยวางลำดับ ลอง ชอบ พบแวว ไปต่อ ส่วนช่วง 12-18 ปีจึงค่อยต่อยอดเป็นเส้นทาง AI Creator Sports E-Sports และ Portfolio สู่การศึกษาและอาชีพอย่างเป็นระบบ

เมื่อการศึกษาออกแบบใหม่ พัฒนาการเด็ก 0-18 ปีต้องเป็นเส้นทางต่อเนื่อง

เมืองอนุบาล EF เมื่อต้นทางของการลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาอยู่ในสมองส่วนหน้า

กรุงเทพมหานครเลือกเดินอีกเส้นทางที่เสริมแนวคิดต่อเนื่องของพัฒนาการเด็ก 0-18 ปี ด้วยการปั้นเมืองอนุบาลระดับโลกผ่านโครงการดาว อีเอฟ พัฒนาเด็ก กทม จุดตั้งต้นคือทักษะสมอง EF หรือ Executive Function ที่มองว่าเป็นทักษะการบริหารจัดการชีวิต ทั้งการควบคุมตนเอง การคิดวางแผน และความรับผิดชอบ ในมุมมองเชิงนโยบาย การลงทุนกับทักษะสมอง EF ตั้งแต่วัยอนุบาลไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็นยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาอย่างตรงจุด เพราะเด็กที่วางรากฐานการกำกับตนเองได้ จะมีโอกาสรับมือกับความยากลำบากในระบบการศึกษาและชีวิตเมืองได้มากกว่า "กรุงเทพมหานครกำลังขับเคลื่อนโครงการดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็ก กทม โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมผลักดันเรื่องดังกล่าวในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี" แนวคิดเมืองอนุบาลจึงไม่ใช่แค่เพิ่มโรงเรียน แต่คือการออกแบบสมองและนิสัยพลเมืองตั้งแต่ช่วงนาทีทองของสมอง

เมื่อการศึกษาออกแบบใหม่ พัฒนาการเด็ก 0-18 ปีต้องเป็นเส้นทางต่อเนื่อง

จากห้องเรียนสู่ทั้งเมือง พัฒนาการเด็กต้องมีพื้นที่ลองแพ้ ลองชนะ และได้ให้อภัย

ทั้งกรอบ MATRIX GENIUS และเมืองอนุบาล EF ต่างส่งสัญญาณชัดว่าการเรียนรู้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในห้องเรียน เมืองต้องกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ เด็กต้องได้ลองเล่นกีฬา แข่งขัน E-Sports ทำโปรเจกต์เทคโนโลยี และสร้างงานศิลปะ เพราะในสนามเหล่านี้เด็กไม่ได้เรียนรู้แค่ทักษะเฉพาะ แต่เรียนรู้การแพ้ ชนะ การให้อภัย และการจัดการอารมณ์ตัวเอง แนวคิด E-Sports ในนนทบุรีที่เน้น เรียนก่อน สุขภาพก่อน วินัยก่อน แข่งขันทีหลัง แสดงให้เห็นความกล้าที่จะใช้โลกดิจิทัลเป็นพื้นที่ฝึกวินัย ไม่ใช่พื้นที่ปล่อยให้เด็กติดเกม ส่วนกรุงเทพฯ เลือกลดขนาดห้องเรียนและเพิ่มพี่เลี้ยง เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับอารมณ์และตัวตนของเด็กมากขึ้น สิ่งเหล่านี้คือการยอมรับว่าคะแนนสอบอย่างเดียวไม่มีวันสร้างคนที่เก่ง ดี และมีความสุขได้ หากไม่มีพื้นที่ให้ฝึกด้านอารมณ์และคุณลักษณะควบคู่กันไป

จะเดินต่ออย่างไร เมื่อเด็กไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนกัน แต่ทุกคนต้องได้โอกาสเท่ากัน

บทเรียนจากกรอบนโยบายการศึกษาแบบใหม่ในสองพื้นที่นี้คือ การเปลี่ยนคำถามจากการผลิตเด็กเก่งเหมือนกัน ไปสู่การเปิดโอกาสให้เด็กค้นพบว่าตัวเองเก่งอะไร ดร ปราบ ธามม์ พักตร์บวร เคยกล่าวไว้อย่างตรงไปตรงมาว่าเขาไม่อยากถามว่าจะทำให้เด็กทุกคนเก่งเหมือนกันได้อย่างไร แต่อยากถามว่าจะทำอย่างไรให้เด็กทุกคนมีโอกาสค้นพบว่าตัวเองเก่งอะไร คำตอบในทางปฏิบัติเริ่มชัดเจนขึ้น นั่นคือการสร้างเส้นทางพัฒนาการเด็ก 0-18 ปีที่เป็นรูปธรรม เชื่อมโยงสุขภาพ การเล่น การเรียนรู้ และอาชีพ เข้ากับการลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา ผ่านความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรุงเทพมหานคร โรงเรียน สาธารณสุข และภาคเอกชนอย่างกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ถ้าสังคมเลือกเดินต่อในทิศทางนี้อย่างจริงจัง เด็กจะไม่ได้ถูกมองเป็นผู้รับนโยบาย แต่เป็นเจ้าของเส้นทางชีวิตของตัวเอง และเมืองจะได้พลเมืองที่คิดเป็น รับผิดชอบ และมีความสุขมากกว่าที่เคย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!