ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

พักจากลู่วิ่ง มาฟิตด้วย 3 ท่าคาร์ดิโอเวทตัวที่บ้าน

พักจากลู่วิ่ง มาฟิตด้วย 3 ท่าคาร์ดิโอเวทตัวที่บ้าน
ความสนใจ|ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

คาร์ดิโอด้วยน้ำหนักตัวคืออะไร เหมาะกับใคร

คาร์ดิโอด้วยน้ำหนักตัวคือการออกกำลังกายเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจโดยใช้แค่น้ำหนักตัวเอง ไม่ต้องพึ่งลู่วิ่ง จักรยาน หรืออุปกรณ์ฟิตเนส เน้นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น ขา ลำตัว และไหล่ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานมากขึ้น ฝึกความทนทานของหัวใจและเพิ่มแรงกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน สามารถฝึกเป็นเซอร์กิตต่อเนื่องเพื่อเผาผลาญพลังงาน และปรับระดับยากง่ายให้เข้ากับผู้เริ่มต้นหรือคนที่เคยออกกำลังกายอยู่แล้วได้อย่างยืดหยุ่น ถ้าคุณเบื่อการเดินหรือวิ่งบนลู่วิ่ง แต่อยากได้คาร์ดิโอที่เผาผลาญดีและไม่ต้องออกจากบ้าน ท่าออกกำลังกายที่บ้านแบบใช้น้ำหนักตัวเองถือว่าตอบโจทย์ เพราะทำได้แทบทุกที่และทุกเวลา โดยเฉพาะคนที่อยากออกกำลังกายไม่ใช้อุปกรณ์และต้องการลดแรงกระแทกข้อจากการวิ่งกระแทกพื้นบ่อยๆ สิ่งที่ต้องมีจริงๆ มีแค่พื้นที่โล่ง ขนาดประมาณเสื่อโยคะหนึ่งผืน และรองเท้ากีฬาเพื่อช่วยซัพพอร์ตข้อเท้า ถ้าเคยเรียนหรือทำบทเรียนโยคะมาก่อนจะช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น แต่ไม่ถือว่าเป็นข้อบังคับ

พักจากลู่วิ่ง มาฟิตด้วย 3 ท่าคาร์ดิโอเวทตัวที่บ้าน

ทำไมคาร์ดิโอแบบใช้เวทตัวถึงคุ้มกว่าลู่วิ่ง

จุดเด่นของคาร์ดิโอด้วยเวทตัวคือได้ทั้งหัวใจและกล้ามเนื้อในครั้งเดียว ท่าแต่ละท่าถูกออกแบบให้ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน ทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ สามท่าง่ายๆ ก็สามารถทำให้หลายกลุ่มกล้ามเนื้อทำงานพร้อมกันและช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดตื่นตัวได้ แม้ว่าจะไม่ใช่การวิ่งหรือปั่นจักรยานแบบดั้งเดิม แต่เมื่อจัดเป็นเซอร์กิตต่อเนื่องด้วยจังหวะที่กระตุ้นหัวใจ อัตราการเต้นหัวใจก็จะสูงขึ้นอย่างชัดเจนและได้ความฟิตด้านหัวใจเหมือนการคาร์ดิโอทั่วไป ข้อดีอีกอย่างคือหลายท่าเน้นการเคลื่อนที่โดยเท้ายังอยู่กับพื้น ทำให้แรงสะเทือนลงข้อเข่าและข้อเท้าลดลง เหมาะกับคนที่ต้องการลดแรงกระแทกข้อ แต่ยังอยากเผาผลาญพลังงานและสร้างความแข็งแรงแบบใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ท่าลักษณะนี้ช่วยฝึกทั้งการทรงตัว ความคล่องตัว และฝึกกล้ามท้องให้รับแรงจากส่วนอื่นของร่างกายได้ดีขึ้น จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเริ่มฟิตร่างกายแต่กลัวเจ็บข้อจากการวิ่ง

3 ท่าออกกำลังกายที่บ้านแบบลดแรงกระแทกข้อ

ก่อนลงมือฝึก เราจะใช้ 3 ท่าออกกำลังกายที่บ้านด้วยเวทตัวซึ่งออกแบบมาให้ทั้งหัวใจเต้นแรงและทำงานกับหลายกล้ามเนื้อพร้อมกัน ท่าเหล่านี้เน้นการออกกำลังกายไม่ใช้อุปกรณ์และช่วยลดแรงกระแทกข้อได้ดี เหมาะกับผู้เริ่มต้นและคนที่เคยมีอาการเจ็บเข่าหรือข้อเท้า 1 Burpee แบบไม่กระโดด ท่านี้คือเวอร์ชันนุ่มข้อของเบอร์พี ช่วยเผาผลาญดี แต่ลดแรงกระแทกเพราะไม่มีการกระโดดเลย “เวอร์ชันที่ตัดการกระโดดออกช่วยให้มีแรงกระแทกลงข้อเข่าและข้อเท้าน้อยลงอย่างชัดเจน” 2 Cross-Body Mountain Climbers เริ่มในท่าแพลงก์สูง ใช้ลำตัวและสะโพกควบคุมการดึงเข่าเข้าหาศอกด้านตรงข้าม ทำให้ฝึกกล้ามท้องและสะโพกอย่างหนักในขณะหัวใจเต้นแรง 3 Power Lunges แบบควบคุมจังหวะ เป็นท่าก้าวถอยหลังสลับข้างที่เน้นใช้ขาและสะโพก ทำให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงโดยไม่ต้องมีการกระโดดแรงลงพื้น เมื่อทำต่อเนื่องทั้งสามท่า ร่างกายจะใช้ทั้งขา ลำตัว และไหล่ร่วมกัน เป็นการฝึกกล้ามเนื้อแบบทั่วตัว

ขั้นตอนเซอร์กิต 25 นาที ทำตามนี้ทีละสเต็ป

  1. วอร์มอัพ 3–5 นาที เดินอยู่กับที่ หมุนข้อไหล่ หมุนสะโพก และยืดกล้ามเนื้อเบาๆ เน้นเตรียมข้อและกล้ามเนื้อให้พร้อม
  2. ซ้อมแต่ละท่าทีละท่าในจังหวะช้า Burpee ไม่กระโดด Cross-Body Mountain Climbers และ Power Lunges ครั้งละ 2 รอบในความเร็วสบายๆ เพื่อให้คุ้นกับท่าและฝึกการทรงตัวก่อน
  3. เริ่มเซอร์กิตรอบที่ 1 ทำ Burpee ไม่กระโดดต่อเนื่อง 40 วินาที แล้วพัก 20 วินาที ตามด้วย Cross-Body Mountain Climbers 40 วินาที พัก 20 วินาที แล้วทำ Power Lunges ข้างละ 20 วินาที พัก 20 วินาที ครบหนึ่งรอบ
  4. ทำเซอร์กิตซ้ำจนครบ 3 รอบ โดยพยายามรักษาจังหวะให้หัวใจเต้นแรงแต่ยังหายใจได้ต่อเนื่อง ถ้ารู้สึกเหนื่อยมากให้ลดความเร็วลงหรือเพิ่มเวลาพักเล็กน้อย แต่ยังคงช่วงการออกแรงไว้ใกล้เคียง 40 วินาที
  5. หากยังมีแรงและต้องการโครงสร้าง 25 นาทีแบบชัดเจน สามารถเพิ่มรอบย่อย 5 นาทีแบบ EMOM โดยกำหนดว่าแต่ละนาทีทำท่าใดท่าหนึ่งให้จบภายในนาที แล้วพักช่วงเวลาที่เหลือ พร้อมเลือกจำนวนครั้งให้เสร็จในประมาณ 45–50 วินาทีเพื่อให้พักได้ราว 10–15 วินาทีในแต่ละรอบ

การทำเซอร์กิตแบบนี้คล้ายการจัดคาร์ดิโอเป็นช่วง ทำให้หัวใจได้ฝึกทั้งการเร่งและการผ่อนในรอบเดียว เมื่อทำครบสามรอบจะใช้เวลาใกล้เคียง 20–25 นาที รวมวอร์มอัพและคูลดาวน์ หากเลือกจำนวนครั้งให้เหมาะกับตัวเอง เซอร์กิตจะกระตุ้นหัวใจให้เต้นแรงตลอดการซ้อมในขณะที่กล้ามเนื้อหลายส่วนต้องทำงานพร้อมกัน ทำให้ได้ทั้งความฟิตแบบคาร์ดิโอและความแข็งแรงไปพร้อมกัน

คูลดาวน์และข้อควรระวังระหว่างฝึก

หลังจากทำเซอร์กิตครบตามแผน ให้คูลดาวน์ด้วยการเดินเบาๆ อยู่กับที่และยืดกล้ามเนื้อขา สะโพก หลัง และไหล่ประมาณ 5 นาที เน้นยืดกล้ามท้องและลำตัวด้านข้างเพื่อช่วยลดการตึงตัวจากการทำแพลงก์และท่า Cross-Body Mountain Climbers การยืดกล้ามเนื้อคล้ายในบทเรียนโยคะจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและฟื้นตัวดีขึ้น สิ่งที่ต้องระวังคือหากรู้สึกเจ็บข้อหรือมีอาการปวดแบบแปลกๆ ให้หยุดทันทีและพักก่อน ถ้ามีอาการบาดเจ็บเดิมหรือโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับหัวใจหรือข้อ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มซ้อม ระหว่างฝึกให้โฟกัสที่การเกร็งลำตัวให้มั่นคงโดยเฉพาะในท่าที่ต้องฝึกกล้ามท้องเช่นแพลงก์และการดึงเข่าเข้า ถ้าลำตัวหลวมเกินไปอาจส่งแรงลงข้อและหลังส่วนล่างมากขึ้น ซึ่งขัดกับเป้าหมายในการลดแรงกระแทกข้อและรักษาความปลอดภัยของร่างกายโดยรวม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!