ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทีม LUMOS กับ AI ตรวจจับไฟถนนดับ เปลี่ยนงบซ่อมแสงสว่างให้กลายเป็นความปลอดภัย

ทีม LUMOS กับ AI ตรวจจับไฟถนนดับ เปลี่ยนงบซ่อมแสงสว่างให้กลายเป็นความปลอดภัย
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI ตรวจจับไฟถนนคืออะไร และทำไม Night Watch จึงสำคัญ

AI ตรวจจับไฟถนน คือระบบตรวจจับไฟถนนดับที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพถ่ายจากอวกาศและข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อเปรียบเทียบระดับความสว่างของถนนกับสถิติก่อนหน้า ระบุจุดผิดปกติที่อาจเกิดจากไฟฟ้าแสงสว่างขัดข้อง แล้วแปลงเป็นพิกัดเชิงปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ซ่อมได้รวดเร็ว และลดการใช้กำลังคนตระเวนตรวจสายแบบเดิม ทีม LUMOS จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังคว้ารางวัลชนะเลิศบนเวที CDG Hackathon 2026 ด้วยโครงการ Night Watch ระบบคัดกรองจุดไฟฟ้าแสงสว่างทางหลวงขัดข้องผ่านภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจจับไฟถนนดับบนสายทางหลวงทั่วประเทศโดยอัตโนมัติ จุดเด่นของ Night Watch ไม่ใช่เพียงการใช้ภาพดาวเทียม AI แต่คือการกล้าทลายวิธีตรวจซ่อมไฟถนนแบบเดิมที่เปลืองงบและตรวจไม่ทั่วถึง กลายเป็นระบบตรวจจับอัตโนมัติที่ตั้งต้นจากปัญหาหน้างานจริงและตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสาธารณะอย่างตรงจุด

ทีม LUMOS กับ AI ตรวจจับไฟถนนดับ เปลี่ยนงบซ่อมแสงสว่างให้กลายเป็นความปลอดภัย

จากปัญหาถนนมืดถึงโซลูชัน AI ตรวจจับไฟถนนที่คิดจากหน้างานจริง

เบื้องหลัง Night Watch คือปัญหาไฟถนนดับที่ดูเล็กแต่กระทบชีวิตคนจำนวนมาก ปกติแขวงทางหลวงหนึ่งแห่งต้องซ่อมไฟถนนเฉลี่ยปีละ 396 ครั้งหรือตกเดือนละ 33 ครั้ง ทว่ามีเพียงราว 12 เปอร์เซ็นต์ หรือ 2 ถึง 3 ครั้งต่อเดือนเท่านั้นที่เกิดจากการแจ้งของประชาชน ส่วนใหญ่ถึง 88 ถึง 93 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ต้องขับรถตระเวนตรวจเองทุกเดือน วิธีนี้ไม่เพียงเปลืองงบและเวลา แต่ยังทำให้หลายเส้นทางมืดเป็นเวลานานเพราะตรวจไม่ทั่วถึง ทีม LUMOS จึงตั้งคำถามว่าทำไมเราต้องรอให้คนแจ้ง หรือให้เจ้าหน้าที่ขับรถวนหาปัญหา ในเมื่อเรามีภาพดาวเทียม AI และข้อมูล GIS อยู่แล้ว Night Watch จึงออกแบบมาเพื่อหยุดวัฒนธรรมการแก้ปัญหาแบบ “เดินสายวนดู” และหันไปใช้ระบบตรวจจับอัตโนมัติที่มองเห็นทั้งโครงข่ายถนนพร้อมกันในคืนเดียว

ทีม LUMOS กับ AI ตรวจจับไฟถนนดับ เปลี่ยนงบซ่อมแสงสว่างให้กลายเป็นความปลอดภัย

ภาพดาวเทียม AI ทำงานอย่างไร เปลี่ยนภาพกลางคืนให้เป็นคำสั่งซ่อม

หัวใจของ Night Watch คือการใช้ภาพดาวเทียม VIIRS ที่บันทึกแสงสว่างตอนกลางคืนเหนือประเทศทุกคืนช่วงเวลาประมาณตีหนึ่งครึ่ง แล้วนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูล GIS ของเสาไฟ 7,695 ต้น โครงข่ายสายทาง หลักกิโลเมตร และสถิติอุบัติเหตุรวมถึงปริมาณจราจร ระบบจะสร้างฐานสถิติความสว่างเดิมของแต่ละเส้นทางไว้เป็นมาตรฐาน หากแสงลดลงผิดปกติ AI ตรวจจับไฟถนนจะประเมินว่าอาจเกิดไฟดับ พร้อมกรองสัญญาณรบกวนจากเมฆหรือฝนเพื่อไม่ให้เตือนเกินจำเป็น จากนั้น Night Watch จะแปลงพิกัดดาวเทียมให้เป็นหมายเลขสายทางและหลักกิโลเมตร ปักหมุดบนแผนที่ด้วยสีที่บอกระดับความเร่งด่วน ทำให้ทีมช่างเข้าใจได้ทันทีว่าต้องไปซ่อมตรงไหน ระบบมีความแม่นยำ 90.1 เปอร์เซ็นต์ในการแยกจุดที่ไฟทำงานปกติออกจากจุดที่ไฟดับ และในการทดสอบระยะทาง 100 กิโลเมตรเป็นเวลา 1 เดือนไม่มีการแจ้งเตือนผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ลดต้นทุนตรวจสายเกือบสิบเท่า งบรัฐไม่รั่วแต่ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของ Night Watch คือการเปลี่ยนงบซ่อมบำรุงให้มีความหมายต่อประชาชนมากขึ้น ระบบตรวจจับอัตโนมัติช่วยให้ทีมช่างที่ออกไปตรวจมั่นใจได้ว่าทุกจุดที่ระบบชี้คือจุดที่มีปัญหาจริง ช่วยลดภาระการส่งชุดตรวจจากเดิมเฉลี่ย 33 ครั้งต่อเดือนเหลือเพียงราว 2.7 ครั้งต่อเดือน หรือลดลงประมาณสิบเท่า นี่คือการลดต้นทุนตรวจสายและงบประมาณซ่อมบำรุงลงกว่าร้อยละ 90 โดยไม่ต้องติดเซนเซอร์ราคาแพงบนเสาไฟทุกต้น ในเชิงงบประมาณ มีการประเมินว่าค่าบริการปีแรกของ Night Watch อยู่ที่ประมาณ 280,000 บาท หรือเพียง 0.49 เปอร์เซ็นต์ของงบไฟฟ้าแสงสว่างประจำปีของแขวงที่ราว 57,000,000 บาท และปีต่อไปลดลงเหลือประมาณ 180,000 บาท ประโยคที่ควรจดไว้คือ “ค่าใช้จ่ายไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยลดภาระตรวจสายได้เกือบสิบเท่า” ซึ่งทำให้ AI ตรวจจับไฟถนนไม่ใช่ของเล่นไฮเทค แต่เป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลทางการเงินและปลอดภัยต่อชีวิตคนใช้ถนนโดยตรง

จากเวที Hackathon สู่แพลตฟอร์ม AI for a Better Society

Night Watch ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นผลของเวที CDG Hackathon 2026 ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตร 18 แห่งภายใต้แนวคิด AI for a Better Society Platform เปิดรับนิสิตนักศึกษารวม 108 ทีม 324 คน ก่อนคัดเหลือ 21 ทีมสุดท้ายขึ้นนำเสนอผลงาน เวทีนี้บังคับให้ทุกทีมต้องเริ่มจากปัญหาสาธารณะจริง ตั้งแต่คุณภาพชีวิต การบริการรัฐโปร่งใส ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมยั่งยืน แล้วค่อยคิดว่าภาพดาวเทียม AI หรือข้อมูลรูปแบบใดจะช่วยได้ จุดที่น่าสนใจคือผลงานไม่ได้จบแค่บนเวทีประกวด ทั้ง Night Watch และโครงการอื่นอย่าง ClearBid AI มีการคำนวณต้นทุนและประโยชน์เชิงตัวเลขชัดเจน ทำให้งานมีโอกาสถูกนำไปต่อยอดใช้งานจริง ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือสูตรสำเร็จของนวัตกรรมภาครัฐยุคใหม่ คือเริ่มจากปัญหาสาธารณะ ใช้ข้อมูลและ AI เป็นเครื่องมือ และกล้าคิดเรื่องงบประมาณตั้งแต่วันแรก เพื่อให้เทคโนโลยีไม่หยุดอยู่แค่บนสไลด์ แต่ลงไปอยู่บนถนนที่เราขับผ่านทุกคืน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!