Agentic AI คืออะไร และ Pathumma Connect กำลังเปลี่ยนสมการงานเอกสารอย่างไร
Agentic AI คือปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่หยุดแค่ตอบคำถามในรูปแบบข้อความ แต่สามารถตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือ ดึงข้อมูล และดำเนินขั้นตอนงานต่าง ๆ ให้สำเร็จแทนมนุษย์ เช่น ตรวจสอบสิทธิ กรอกแบบฟอร์ม ติดตามสถานะ และจัดการเอกสารหลายประเภทในกระบวนการเดียวอย่างต่อเนื่อง ทำให้จากเดิมที่ผู้ใช้ต้องสลับระบบและกรอกข้อมูลซ้ำหลายครั้ง AI ประมวลผลเอกสารแบบ Agentic สามารถเชื่อมทุกขั้นตอนให้จบภายในบทสนทนาเดียว ลดภาระงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาดของมนุษย์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
การเปิดตัว Pathumma Connect โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ถือเป็นการประกาศว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงที่ปรึกษาอีกต่อไป แต่กำลังก้าวมาเป็นแรงงานดิจิทัลที่ลงมือทำงานเอกสารให้ผู้ใช้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หัวใจสำคัญคือแนวคิด Agentic AI ที่ทำให้ ผู้ช่วย AI อัตโนมัติ สามารถเรียกใช้เครื่องมือและบริการจากหลายหน่วยงานได้ในคราวเดียว ไม่ต้องให้มนุษย์คอยสลับหน้าจอหรือส่งต่อเอกสารแบบเดิม

จากโมเดลภาษาไทยสู่ระบบ AI ประมวลผลเอกสารที่ทำงานครบลูป
จุดแข็งของ Pathumma Connect คือการตั้งต้นจาก Pathumma LLM โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาบนฐานงานวิจัยภาษาและเสียงไทยต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี เป้าหมายคือสร้าง AI ที่เข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้งมากกว่าโมเดลต่างชาติที่ออกแบบเพื่อภาษาอื่นเป็นหลัก โมเดลนี้รองรับทั้งข้อความ ภาพ และเสียง และเปิดเป็นโมเดลเปิดให้หน่วยงานดาวน์โหลดไปติดตั้งเองผ่านแพลตฟอร์ม Hugging Face ช่วยลดการพึ่งพาโมเดลต่างชาติและทำให้ข้อมูลสำคัญไม่ต้องไหลออกนอกองค์กร
จากฐานโมเดลนี้ เนคเทคต่อยอดออกมาเป็นชุดบริการ AI ประมวลผลเอกสารเต็มรูปแบบ เช่น DocChat สำหรับถามตอบจากเอกสาร DocGen ผู้ช่วยร่าง TOR MOU และข้อเสนอโครงการ DocTOR สำหรับตรวจทานเอกสาร และ PartiiNote ที่ถอดความและสรุปการประชุมอัตโนมัติ บริการเหล่านี้ถูกใช้แล้วในหน่วยงานจริง ตั้งแต่กรมสรรพากร ระบบ AI Tutor ในสถาบันอุดมศึกษา ไปจนถึงงานข้อมูลภาษี การจัดซื้อจัดจ้าง การเกษตร และการวิเคราะห์ทรัพยากรน้ำ แสดงให้เห็นว่า Agentic AI ไทย ไม่ได้หยุดอยู่ที่แชตบอต แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานงานเอกสารของภาครัฐและองค์กร

Pathumma Connect: จากแชตบอตถามตอบ สู่ผู้ช่วย AI อัตโนมัติที่ทำงานข้ามระบบ
สิ่งที่ทำให้ Pathumma Connect แตกต่างจากบริการรุ่นแรกคือการยกระดับให้ AI กลายเป็นตัวกลางที่ลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้จริง ไม่ใช่แค่ตอบคำถามหรือช่วยร่างข้อความอีกต่อไป ผู้ใช้อาจเริ่มต้นด้วยการสนทนาเพื่อสอบถามสิทธิ จากนั้นระบบสามารถตรวจข้อมูลเบื้องต้น เตรียมเอกสาร กรอกแบบฟอร์ม และติดตามสถานะคำขอให้จนจบในบทสนทนาเดียว นี่คือการเคลื่อนจาก Q&A AI ไปสู่ Agentic AI ที่ทำงานครบลูป
หัวใจเชิงเทคนิคอยู่ที่สถาปัตยกรรม Model Context Protocol หรือ MCP ซึ่งทำให้โมเดลภาษาสามารถเชื่อมกับเครื่องมือและฐานข้อมูลภายนอกหลายตัวได้โดยไม่ต้องเขียนระบบเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้ง ผลลัพธ์คือ ผู้ช่วย AI อัตโนมัติ สามารถเรียกใช้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เช่น ดึงข้อมูลจากระบบสารบรรณ ใช้เครื่องมือ DocGen สร้างร่างเอกสาร แล้วส่งต่อให้ DocTOR ตรวจทาน ก่อนนำผลไปยื่นบนระบบงานกลาง แนวทางนี้คือการแสดงให้เห็นว่า Agentic AI ไทย สามารถทำงานจริงบนเวิร์กโฟลว์ราชการ ไม่ใช่เพียงของเล่นด้านสนทนา

ครอบคลุม 7 โดเมน ตั้งแต่เกษตร น้ำ การท่องเที่ยว จนถึงการบริหารองค์กร
Pathumma Connect ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อโดเมนเดียว แต่ตั้งใจให้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่รองรับเวิร์กโฟลว์หลากหลายประเภท ครอบคลุม 7 โดเมน ได้แก่ เกษตร ภาครัฐ น้ำ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และองค์กร โดยโดเมนองค์กรหรือ Insight ทำหน้าที่เป็นคลังความรู้ภายในองค์กรพร้อมระบบสิทธิ์การเข้าถึงที่ปลอดภัย แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองสำคัญว่า AI สำหรับภาครัฐ ต้องไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเฉพาะกิจ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานความรู้และเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ในหลายบริบท
ในทางปฏิบัติ โดเมนเกษตรอาจเชื่อมข้อมูลแปลงปลูก ระบบแจ้งเตือน และแบบฟอร์มสวัสดิการเกษตรกร โดเมนน้ำเชื่อมฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำและการวิเคราะห์เชิงลึกที่มีอยู่แล้ว ในขณะที่โดเมนท่องเที่ยวและวัฒนธรรมช่วยจัดการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้ใช้งานปลายทางรับประสบการณ์ที่ลื่นไหล หลักการสำคัญคือใช้ Agentic AI ไทย เป็นตัวเชื่อมระบบกระจัดกระจายให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นเนื้อเดียว

อธิปไตยด้าน AI และอนาคตของ Government AI Platform as a Service
แรงผลักสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง Pathumma Connect คือแนวคิดอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ หรือ Sovereign AI ที่ต้องการให้ประเทศมีโมเดลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนเอง ข้อมูลของหน่วยงานจึงไม่ต้องไหลออกไปอยู่บนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการต่างชาติ การที่ Pathumma LLM ถูกเปิดเป็นโมเดลเปิดและให้หน่วยงานติดตั้งในระบบของตนเอง จึงเป็นทั้งการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของข้อมูล
ในระยะถัดไป เนคเทคกำลังทำงานร่วมกับ ก.พ.ร. และหน่วยงานพันธมิตรเพื่อขยายผล Pathumma Connect สู่แพลตฟอร์ม Government AI Platform as a Service แพลตฟอร์มกลางที่จะช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อนจากการที่แต่ละหน่วยงานพัฒนาระบบ AI แยกกัน พร้อมทั้งขยายให้ครอบคลุมทั้ง 7 โดเมนอย่างเต็มรูปแบบ หากเดินหน้าได้ตามแผน เราจะได้เห็นภาพใหม่ที่ AI สำหรับภาครัฐ ไม่ใช่โครงการทดลองชั่วคราว แต่เป็นบริการสาธารณะดิจิทัลที่ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมี Pathumma Connect เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนงานเอกสารและเวิร์กโฟลว์ของรัฐอย่างเป็นระบบ







